ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 243 แสดงความสามารถเหมือนแปดเซียนข้ามทะเล
ทั้งสามคนแอบอยู่หลังชั้นวางหนังสือ มองสายตาเย็นชาคู่นั้นผ่าน
ช่องว่างของหนังสือ
ลั่วเสวี่ยหัวใจเต้นตึกตัก “เห็นหรือยัง เขาไงล่ะ หล่อไหม? พวกเธอดู
ดวงตาเขาสิ ฉันไม่เคยเห็นดวงตาของผู้ชายคนไหนสุกสกาวได้ขนาดนี้เลย ดู
ออกเลยว่าหัวใจของเขาจะงดงามขนาดไหน”
ฉงหรงมองลั่วเสวี่ยแบบรังเกียจ “เธอเหมือนคนบ้าผู้ชายเลย!”
“ฉันเต็มใจเป็นคนบ้าผู้ชาย” ลั่วเสวี่ยไม่ละอาย กลับรู้สึกเป็นเกียรติ
ด้วยซํ้า
อวิ๋นตั่วรู้สึกสนุกมาก ห่างกันแค่ชั้นวางหนังสือกั้น ตอนแอบมองอวี่เจ๋อ
เธอจะให้เขาเห็นไม่ได้ เหมือนกำลังเล่นซ่อนหาเลย “ชู่ว ระวังหน่อย เขามอง
มาแล้ว”
อวิ๋นตั่วบอกเป็นนัยไม่ให้สองคนนั้นคุยกัน พอพูดจบหนังสือที่อยู่ข้าง
พวกเธอก็ถูกหยิบไปแล้วหนึ่งเล่ม ทั้งสามคนตกใจแล้วรีบนั่งชันเข่าลง
“นี่ไม่ใช่วิธีที่ดีนะ พวกเราจะทำลับๆ ล่อๆ แบบนี้ไม่ได้ ต้องไปรู้จักกับเขา
แบบเปิดเผยบริสุทธิ์ใจ แบบนี้ถึงจะเป็นเพื่อนกันได้” ลั่วเสวี่ยพูด
อวิ๋นตั่วปิดปากหัวเราะด้วยความภาคภูมิใจ
“เธอขำอะไร?” ลั่วเสวี่ยไม่พอใจมาก
อวิ๋นตั่วจึงบอกว่า “ฉันรู้จักเขา”
“เลิกทำเป็นล้อเล่นได้แล้ว!” ลั่วเสวี่ยรู้สึกว่าอวิ๋นตั่วคุยโม้
“จริงนะ ฉันเป็นนักเรียนของเขา” อวิ๋นตั่วพูด
ลั่วเสวี่ยยิ่งรู้สึกไม่เชื่อมากขึ้นไปอีก “เธอไปเรียนสาขาคอมพิวเตอร์ตั้งแต่
เมื่อไหร่กัน?”
“เฮ้อ!” อวิ๋นตั่วตอนหายใจ “ทำไมตอนนี้ฉันพูดความจริงแล้วไม่มีใคร
เชื่อนะ?”
ขณะที่ทั้งสามกำลังเถียงกันอย่างดุเดือดนั้น ก็มีผู้ชายคนหนึ่งมายืนอยู่
ข้างหลัง พวกเธอนั่งยองๆ กันเป็นกลุ่ม ขวางทางเดินเสียแล้ว
“เธอๆ รบกวนหลีกทางหน่อยได้ไหม?”
พอทั้งสามคนรู้ตัวว่ายึดครองทางเดินไว้ก็ย้ายตัวไปด้านข้าง ให้นักศึกษา
ชายคนนั้นเดินผ่านไป
ฉงหรงมองอวิ๋นตั่วกับลั่วเสวี่ยแล้วโบกมือ ทั้งสามคนขยับไปด้านขวาสุด
ของชั้นหนังสืออย่างลับๆ ล่อๆ มองเห็นอวี่เจ๋อนั่งอยู่ตรงที่นั่งข้างๆ หน้าต่าง
บานใหญ่
ลั่วเสวี่ยจับมืออวิ๋นตั่วไว้แน่น จับจนมือเธอแดงแล้ว “ทำไงดี ฉันตื่นเต้น
จัง!”
“ตื่นเต้นอะไร?” อวิ๋นตั่วรู้สึกไม่เข้าใจ
“เธอว่าถ้าฉันเข้าไปทักทายเขา แล้วเขาจะทำยังไง?”
อวิ๋นตั่วกะพริบตาแล้วพูดว่า “เธอชอบเขาเหรอ?”
“ไม่ได้หรือไง?”
“ถ้าเขามีแฟนแล้วล่ะ?”
“เป็นไปไม่ได้หรอก ฉันสืบมาจากพี่สาวฉันแล้ว เขาไม่มีแฟน พี่สาวฉัน
เป็นผู้ช่วยสอนเขามาหนึ่งปีแล้ว ไม่เคยเห็นเขาพาแฟนคนไหนมาเที่ยวเลย”
“มันก็ไม่แน่หรอกนะ เมื่อก่อนไม่มี ก็ไม่ได้หมายความว่าตอนนี้จะไม่มี
นี่” อวิ๋นตั่วพูด
“อย่าทำลายความหวังฉันสิ เรามาตกลงกัน หลิวอวี่เจ๋อเป็นของฉัน พวก
เธออย่ามาแย่งฉันนะ” ลั่วเสวี่ยพูด
“วางใจเถอะ คนนี้ไม่ใช่สไตล์ฉันหรอก” ฉงหรงพูด
ลั่วเสวี่ยมองอวิ๋นตั่วแล้วถามว่า “อวิ๋นตั่ว เธอล่ะ?”
นี่เป็นการบังคับให้อวิ๋นตั่วแสดงท่าที อวิ๋นตั่วหัวเราะออกมาแล้วพูดว่า
“ต่างคนต่างแสดงความสามารถก็แล้วกัน”
“เธอหมายความว่ายังไง?”
“ฉันก็ถูกใจเขามากเหมือนกัน”
ลั่วเสวี่ยกัดริมฝีปาก ร้อนใจจนเกือบร้องไห้
“เธอมีนํ้าใจหน่อยได้
ไหม?”
“เรื่องแบบนี้จะมาพูดถึงนํ้าใจไม่ได้หรอก เธอลองคิดดูสิ ถ้าเขาชอบ
ผู้หญิงแบบฉันขึ้นมาล่ะ? ต่อหน้าความรัก ทุกคนเท่าเทียมกันหมด ยิ่งไปกว่า
นั้นเขาก็เป็นคน ไม่ใช่สิ่งของ คนเรามีความคิดเป็นของตัวเอง” อวิ๋นตั่วพูด
ฉงหรงทนฟังไม่ได้ จึงบอกว่า “พวกเธอยังมีเวลามาตีฝีปากกันอีก รีบลง
มือทำดีกว่าไหม ยังไม่ทันล่าเหยื่อได้ ก็มาเถียงกันเรื่องส่วนแบ่งแล้ว น่าขำ
ไหมล่ะ”
ลั่วเสวี่ยกับอวิ๋นตั่วต่างรู้สึกว่าฉงหรงพูดถูก
“ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ต่างคนต่างแสดงความสามารถ เหมือนแปด
เซียนข้ามทะเล!”
ลั่วเสวี่ยยังพูดไม่ทันจบก็คว้าหนังสือเล่มหนึ่งจากชั้นวางไปนั่งตรงข้าม
กับอวี่เจ๋อ แสร้งทำเป็นนักศึกษาที่ตั้งใจเรียน เปิดหนังสือเล่มนั้นอ่าน
พอฉงหรงเห็นชื่อหนังสือเล่มนั้นก็แทบเป็นลม! …XXที่ลึกลับ