ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 271 แฟนเธอคือใคร
ฉงหรงนำไม้กวาดวางกลับไว้ที่เดิม พอกำลังจะนอน ก็ได้ยินสือเหยียน
ตะโกนขึ้นมา “นํ้า นํ้า?”
อวิ๋นตั่วรินนํ้าหนึ่งแก้ว แล้วประคองสือเหยียนขึ้นมา เพิ่งดื่มไปหนึ่งอึกนํ้า
ก็พุ่งออกมา เธอเริ่มอาเจียนแล้ว ตอนคํ่าก็ไม่ได้กินอะไรไป นอกจากของเหลว
สีเหลืองที่อาเจียนออกมาแล้วก็ไม่มีอะไรอีก แต่กลิ่นนั้นเหม็นมาก
ฉงหรงใช้มือบีบจมูก แล้วพูดด้วยเสียงอู้อี้ว่า
“คืนนี้จะทำยังไงกันดี
ล่ะ?”
“ถ้ารู้แต่แรกว่าจะเป็นแบบนี้ ให้หยูเทียนอี้อยู่ที่นี่ก่อนดีกว่า” ลั่วเสวี่ย
พูด
อวิ๋นตั่วหยิบไม้ถูพื้นกับถังนํ้า เตรียมจะไปที่สระนํ้า แต่พอเปิดประตูก็เห็น
เทียนอี้ยังยืนอยู่ตรงทางเข้า พอเขาเห็นในมือเธอถือถังนํ้ากับไม้ถูพื้น ก็แย่งไป
อย่างรีบร้อน “อาเจียนแล้วเหรอ มา ฉันทำเอง”
เทียนอี้เอาถังนํ้ามาถือไว้ แล้วพูดกับอวิ๋นตั่วว่า “พวกเธอไปพักที่ห้องพัก
ข้างๆ ก็ได้ ที่นั่นไม่มีคน”
“ทำไมที่นั่นถึงไม่มีคนล่ะ?” ลั่วเสวี่ยอดสงสัยไม่ได้
เทียนอี้หัวเราะแล้วพูดว่า “ฉันให้พวกเขาคนละร้อยหยวน ให้พวกเขาไป
อาศัยหอเพื่อนอยู่น่ะ”
“พวกเขาก็ตอบตกลงเหรอ?”
“มีเงินจะปลุกผีขึ้นมาโม่แป้งยังไงก็ได้” เทียนอี้ทำท่าทางเหมือนบอกว่า
ฉันมีเงินฉันเก่งที่สุด
“งั้นนายเก็บกวาดดีๆ พวกเราจะไปนอนพักผ่อนทางนั้นแล้ว” อวิ๋นตั่ว
โบกมือให้ฉงหรงกับลั่วเสวี่ย ทั้งสามก็เดินไปถึงห้องข้างๆ แล้ว
ข้างๆ ห้องพักไม่มีคนจริงๆ ด้วย เห็นเตียงและเก้าอี้ เหมือนเพิ่งเก็บกวาด
ไป
“นึกไม่ถึงว่าหยูเทียนอี้จะรอบคอบมากแบบนี้” ลั่วเสวี่ยพูด
“รอบคอบอะไรล่ะ บอกว่ามีเล่ห์เหลี่ยมยังจะใกล้เคียงกว่า” ฉงหรงพูด
ลั่วเสวี่ยจึงบอกว่า “ฉันว่าเธอมีอคติกับเขานะ”
“จะอคติได้ยังไง นี่เรื่องจริงนะ ถ้าเธอไม่เชื่อถามอวิ๋นตั่วได้เลย เขาอยู่
โรงเรียนมัธยมเดียวกับอวิ๋นตั่ว รู้จักเขาดีที่สุดแล้ว ใช่ไหมอวิ๋นตั่ว?” ฉงหรง
พูด
อวิ๋นตั่วไม่ได้ตอบฉงหรง ตอนนี้เธอนอนหลับฝันไปแล้ว
“ฉันไม่เคยเห็นคนแบบนี้มาก่อนเลย พอหัวถึงหมอนก็หลับไปเสียแล้ว”
ลั่วเสวี่ยพูด
“ชีวิตของเธอต้องราบรื่นมากแน่ๆ ไม่มีเรื่องยุ่งยากอะไร มีแต่คนเป็นไร้
กังวลเท่านั้นแหละที่ทำแบบนี้ได้” ฉงหรงพูด
“พวกเรามาทายกันไหมว่าแฟนอวิ๋นตัวคือใคร? เธอว่าใช่หยูเทียนอี้
ไหม?”
“เป็นไปไม่ได้หรอก ดูท่าทางหยูเทียนอี้ เหมือนอยากจะจีบอวิ๋นตั่ว
แต่อวิ๋นตั่วไม่ได้ชอบเขา”
“พวกเราไปถามเทียนอี้กันเถอะ”
“ฉันไม่ได้ขี้นินทาเหมือนเธอซะหน่อย!”
“รู้จักเพื่อนตัวเองสักหน่อยมันไม่ดีตรงไหนกัน?” ลั่วเสวี่ยกระโดดลง
จากเตียง พอเปิดประตูไปก็เห็นหยูเทียนอี้ยืนอยู่ตรงประตู เธอตกใจแล้วถาม
ว่า “ทำไมนายทำตัวลับๆ ล่อๆ ล่ะ?”
“ฉันจะมาบอกพวกเธอว่าฉันเก็บกวาดหอพักเสร็จแล้ว เธอก็เปิดประตู
มาพอดี จะโทษฉันได้ยังไงกัน?”
ลั่วเสวี่ยลากเขาเข้ามาแล้วถามว่า “ฉันถามอะไรนายหน่อยสิ ในเมื่อ
นายกับอวิ๋นตั่วเป็นเพื่อนมัธยมกัน ต้องรู้จักเธอดีเลยใช่ไหม?”
เทียนอี้มองอวิ๋นตั่วที่กำลังหลับสนิทแล้วพูดว่า“รู้จักดี ความสัมพันธ์ของ
พวกเราดีมากเลยล่ะ!”
ฉงหรงที่อยู่ข้างๆ พูดเยาะเย้ย “ทำไมฉันดูไม่ออกเลยล่ะ”
“ก็เธอตาไม่มีแววนี่!”
“พวกเธอย่าเถียงกันเลย!” ลั่วเสวี่ยขัดจังหวะทั้งสองคน “งั้นนายบอก
ฉันหน่อยสิ แฟนของอวิ๋นตั่วคือใคร อยู่ที่มหา‟ลัยพวกเราหรือเปล่า?”
“แฟน? แฟนอะไรกัน?”
“พวกนายมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน อวิ๋นตั่วมีแฟนแล้วนายไม่รู้หรอก
เหรอ?” ฉงหรงจงใจหัวเราะเยาะเทียนอี้
“เธอคุยโม้หรือเปล่า เธอยังไม่มีแฟนซะหน่อย” เทียนอี้พูด
ฉงหรงยิ้มเยาะแล้วพูดว่า “นายไม่ยอมรับ นายเผชิญหน้ากับความจริง
ไม่ได้สินะ?”
ลั่วเสวี่ยทำท่าครุ่นคิด “ฉันก็รู้สึกว่าเรื่องนี้แปลกๆ เหมือนกัน ตอนแรก
จะมาแย่งหลิวอวี่เจ๋อกับฉันทำไม ไม่แน่อาจจะไม่มีแฟนจริงๆ ก็ได้!”
“แย่งใครนะ?”
“หลิวอวี่เจ๋อ อาจารย์ของพวกนายไง”
“อวิ๋นตั่วบอกเหรอ ทำไมไม่สำรวมแบบนี้เลยล่ะ?”
“เห็นได้ชัดว่าอวิ๋นตั่วชอบแบบนั้น ไม่ใช่แบบนาย อวิ๋นตั่วกับนายเหมือน
ฟ้ากับดิน นายไม่มีหวังสักนิด!” ฉงหรงพูด