ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 274 อาหารเช้าของสือเหยียน
อวิ๋นตั่วหงอยลงไปถนัดตา ถ้าอวี่เจ๋อเข้าใจผิดจะทำยังไง?
ฉงหรงกับลั่วเสวี่ยออกมาจากโรงอาหาร พอเห็นท่าทางซึมๆ ของอวิ๋นตั่ว
แล้วก็แปลกใจ “เป็นอะไรไป เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย หยูเทียนอี้พูดอะไรกับเธอ
เหรอ?”
“ไม่มีอะไรหรอก สั่งข้าวให้สือเหยียนหรือยัง?”
ลั่วเสวี่ยชูซาลาเปาในมือขึ้น “นี่ไง”
“เธอเอาซาลาเปากลับไปให้สือเหยียนเถอะ ฉันจะไปห้องเรียนก่อน”
“เรื่องอะไรล่ะ ฉันก็ไม่อยากขึ้นบันไดเหมือนกันนะ” ลั่วเสวี่ยไม่ยอม
“ซาลาเปาสองลูก คนส่งสามคนมันไม่ดูระดมกำลังเกินไปหน่อย
เหรอ?”
ฉงหรงหัวเราะ “เพราะอย่างนั้นเธอเอาไปให้คนเดียวก็พอ เพราะพวก
เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องกันนี่”
“ถูกต้องแล้ว” ลั่วเสวี่ยส่งซาลาเปาในมือให้อวิ๋นตั่ว “ถึงเวลาแสดงให้
เห็นถึงความรักลึกซึ้งระหว่างพวกเธอแล้ว”
อวิ๋นตั่วถือซาลาเปา ในใจก็ด่าสือเหยียนไปด้วย ใครใช้ให้เธอดื่มจนเมา
แบบนั้น สมนํ้าหน้า ปล่อยให้หิวตายไปเลย เธอเอาซาลาเปาขึ้นมา กัดเข้าไป
หนึ่งคำ พอกินหมดไปหนึ่งลูก อีกลูกก็กินไม่ไหวแล้ว แต่จะสิ้นเปลืองก็ไม่ได้
อย่างนั้นก็เอาไปให้สือเหยียนก็แล้วกัน
ซาลาเปาถูกวางลงบนโต๊ะด้วยความโมโห สือเหยียนมองซาลาเปาที่มีอยู่
แค่หนึ่งลูกด้วยความไม่พอใจ “ฉันให้พวกเธอซื้อมาสองลูกไม่ใช่เหรอ?”
“เป็นผู้หญิง แค่อาหารเช้ากินซาลาเปาตั้งสองลูก ไม่กลัวว่าคนอื่นรู้เข้า
จะหัวเราะเอาหรือไง”
“ฉันกินสองลูกก็ถูกคนหัวเราะ แต่เธอกินสามลูกนี่คนอื่นจะว่ายังไง?”
สือเหยียนหิวจนรู้สึกโมโห ไม่มีอารมณ์จะมาเถียงกับอวิ๋นตั่ว เธอหยิบเอา
ซาลาเปาไปกิน
พอกินซาลาเปาในมือหมด เธอก็ถึงสังเกตเห็นถึงสีหน้าไม่แฮปปี้ขอ
งอวิ๋นตั่ว นึกถึงเมื่อวานที่ตัวเองเมาแล้วอวิ๋นตั่วพาตัวเองกลับมาก็คิดว่ายังไงก็
ต้องแสดงออกบ้างสักหน่อย
“เมื่อวานน่ะ ขอบใจมาก”
“เรื่องเมื่อวานน่ะอย่าพูดถึงเลย เธอสร้างเรื่องให้ฉันรู้บ้างหรือเปล่า?”
สือเหยียนไม่รู้อะไรเลยสักนิด “ทำไม?”
อวิ๋นตั่วเล่าเรื่องเมื่อวานที่เทียนอี้ทำตัววุ่นวายจนต้องอยู่ต่อให้สือเหยียน
ฟัง คนฟังก็กลั้นหัวเราะ “แล้วหลังจากนั้นล่ะ พวกเธอก็ให้เขาอยู่หอต่อ
เหรอ?”
“ถามโง่ๆ ให้ผู้ชายอยู่ค้างในหอพักหญิง เราไม่อยากมีปัญหากับมหา‟
ลัยหรอกนะ”
“ในเมื่อแผนชั่วของเขาไม่สำเร็จแล้วเธอจะโมโหเรื่องอะไรล่ะ?”
“เขากลับไปก่อนปิดไฟ ฉันเองก็นอนแล้ว เขาฉวยโอกาสตอนที่ฉันหลับ
แล้วรับสายของอวี่เจ๋อ”
“เธอกลัวหลิวอวี่เจ๋อเข้าใจผิด?”
“ถ้าเป็นเธอ เธอจะเข้าใจผิดไหมล่ะ?”
สือเหยียนคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง “เข้าใจผิดก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย แค่อธิบาย
ให้เข้าใจก็โอเคแล้ว เขาเป็นถึงรองศาสตราจารย์ คงไม่ตกหลุมพรางของเด็ก
คนหนึ่งหรอกน่ะ”
ฟังแล้วอวิ๋นตั่วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล จากสมองระดับอวี่เจ๋อแล้วไม่น่าจะถึง
ขั้นตกหลุมพรางของเทียนอี้ได้ พอคิดแบบนี้เธอก็หงอยลงอีก หรือว่าถึงจะรู้ว่า
มีผู้ชายอยู่ในหอกับเธอทั้งคืน เขาก็ยังจะเฉยๆ อย่างนั้นเหรอ? ไม่มีอารมณ์
อะไรเลยสักนิดเหรอ? แบบนี้จะมีสติมากเกินไปหน่อยไหม?
เธออยากถามสือเหยียน ถ้าเธอรู้ว่าแฟนของเธอพาผู้หญิงกลับมาที่
หอพักทั้งคืน เธอจะหึงหรือเปล่า แต่เมื่อคิดอีกทีสือเหยียนไม่มีแฟน สมมุติ
คำถามแบบนี้ คำตอบของเธออาจจะไม่น่าเชื่อถือ งั้นก็ช่างมันเถอะ
“เธอกับหลิวอวี่เจ๋อรักกันจริงๆ เหรอ?” สือเหยียนที่กำลังหอบหนังสือ
เดินลงบันได แกล้งถามออกมาแบบไม่ใส่ใจนัก
“ไม่ได้เหรอ?” อวิ๋นตั่วที่เดินตามอยู่ข้างหลังถามกลับไป
“ทำไมไม่บอกลั่วเสวี่ยไปตรงๆ ล่ะว่าเขาเป็นแฟนเธอ
?”
ไม่รอ
ให้อวิ๋นตั่วตอบ สือเหยียนก็พูดต่อ “ฉันจะบอกเธอให้นะ ถ้าเธอไม่อยากให้คน
อื่นรู้ เพราะเธอถูกรับเขามหา‟ลัยมาแบบพิเศษ กลัวว่าคนอื่นรู้แล้วจะเอาไป
ซุบซิบว่าเธอถูกรับเข้ามาเพราะหลิวอวี่เจ๋อ ที่จริงฉันคิดว่าเธอกำลังแบกโลก
ทั้งโลกอยู่นะ มหา‟ลัยใหญ่ขนาดนี้คิดว่าจะรับนักศึกษาที่ไม่เหมาะสมมา
เพราะรองศาสตราจารย์คนเดียวงั้นเหรอ?”
“เรื่องยิ่งน้อยก็ยิ่งดี”
“นั่นก็มีเหตุผล ยังไงข่าวลือมันก็น่ากลัว อีกทั้งมันมักจะไม่ต้องใช้ต้นทุน
หรือข้อมูลอะไรเลย”
———————————————————
–