ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 277 ลูกสาวแม่
พอถึงบ้าน คนที่จะเป็นบ้าก็คือชูยิน ลูกสาวที่แสนดีเพิ่งจะเข้าเรียนได้
สัปดาห์เดียวก็โดนพี่ชายแบกกลับมาบ้านเสียแล้ว
“เป็นอะไรไปน่ะ เกิดเรื่องอะไรขึ้น!” เธอวิ่งเหยาะๆ มาตลอดทาง แล้ว
ประคองอวิ๋นตั่วให้ลงมาอยู่ข้างๆ อวิ๋นเฉียว
“โดนไล่ออกแล้ว!” อวิ๋นเฉียวทำท่าทางเจ็บปวด
“อะไรนะ?” ชูยินโวยวายใหญ่ “เพิ่งเรียนได้เดือนเดียวก็โดนไล่ออก
แล้วเหรอ ลูกไปทำเรื่องไม่ดีอะไรเอาไว้? มหา‟ลัยนี้ไม่มีเหตุผลเกินไปแล้ว
คนที่ร้องโวยวายว่าจะรับพวกเราเข้าในตอนแรก วันนี้บอกจะไล่ออกก็ไล่ออก
เลยเหรอ?”
อวิ๋นตั่วตบหัวของอวิ๋นเฉียวเบาๆ “ปากสุนัขไม่อาจงอกงาออกมาได้*
หรอกค่ะ”
ชูยินร้อนใจจนยํ่าเท้า “มันเรื่องอะไรกันแน่?”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ข้อเท้าของหนูบาดเจ็บ คุณหมอให้หนูกลับมาพัก
ฟื้นสองวัน” อวิ๋นตั่วตอบ
“อ้อ!” ชูยินโล่งอก แล้วก็ถามต่อทันทีว่า “รุนแรงหรือเปล่า?”
“ไม่รุนแรงค่ะ” อวิ๋นตั่วตอบ
“ถ้าไม่รุนแรงแล้วกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ยังไงล่ะ? ตัวเองพักผ่อนอยู่ที่
มหา‟ลัยก็พอแล้ว แบบนี้จะเสียการเรียนเอานะ”
พอคำพูดนี้ออกมา อวิ๋นเฉียวก็หัวเราะ “ดูสิ ผมพูดถูกไหมล่ะ นับวัน
น้องสาวจะยิ่งบอบบางอ่อนแอขึ้นเรื่อยๆ แล้ว”
อวิ๋นตั่วมองคุณแม่ด้วยสายตาขุ่นเคือง “หนูเป็นลูกแท้ๆ ของคุณแม่หรือ
เปล่าคะ?”
ชูยินหัวเราะแล้วพูดว่า “ก็ลูกแท้ๆ ไงถึงพูดแบบนี้ได้ เป็นลูกสาวของ
บ้านนี้จะอ่อนแอไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพอแต่งงานออกไปแล้วจะโดนแม่สามีดู
ถูก”
อวิ๋นเฉียวแบกอวิ๋นตั่วเข้าไปในห้อง วางเธอลงบนเตียง ชูยินสั่งให้แม่บ้าน
หลิวช่วยต้มซุปไก่ให้อวิ๋นตั่ว แล้วกลับเข้าห้องไปนั่งข้างๆ อวิ๋นตั่ว ใช้มือหนึ่ง
จับมือของลูกสาว แล้วใช้อีกมือหนึ่งสัมผัสใบหน้า ขมวดคิ้วพลางพูดว่า “ลูก
ผอมไปแล้วนะ”
“ที่ไหนกันคะ ตอนอยู่มหา‟ลัยหนูกินอิ่มนอนหลับ แล้วจะผอมได้ยังไง
ล่ะ” อวิ๋นตั่วพูด
“กินที่มหา‟ลัยจะไปสู้กินที่บ้านได้ยังไงล่ะ?
อย่าพูดคำนี้ต่อหน้า
แม่บ้านหลิวนะ เดี๋ยวเขาได้ยินแล้วจะเสียใจเอา ลูกน่ะ ใจร้ายไปแล้วนะ พอ
เข้ามาลัยก็เอาแต่เที่ยวเล่นสนุก วันหยุดไม่ยอมกลับบ้าน โทรศัพท์ก็ไม่รู้จัก
โทรมา ลูกยุ่งขนาดนั้นเลยเหรอ?” ชูยินพูด
“จะไม่ยุ่งได้ไงละครับ เอาแต่มีความรักอยู่ได้น่ะ!” อวิ๋นเฉียวพูด
อวิ๋นตั่วกลอกตาใส่อวิ๋นเฉียว แต่ไม่ทันเสียแล้ว
“มีความรักเหรอ ลูกคบกับใครล่ะ?” ชูยินถาม
“จะเป็นใครไปได้ล่ะครับ?” อวิ๋นเฉียวหรี่ตาลงมองน้องสาว
“อวี่เจ๋อ?” ชูยินเดาออก
“คุณแม่ฉลาดมากครับ!” อวิ๋นเฉียวพูด
“ลูกกลับมาแบบนี้ แล้วอวี่เจ๋อรู้หรือเปล่า?” ชูยินถามขึ้นอีก “เขาเป็น
อาจารย์มหา‟ลัย ลูกต้องรู้จักวางตัวนะ อย่าสร้างปัญหาให้เขาเด็ดขาด!”
“ได้ยินหรือยัง รู้จักวางตัวหน่อย!” อวิ๋นเฉียวพูดตามอยู่ข้างๆ
อวิ๋นตั่วจึงบอกว่า “หนูประพฤติตัวไม่เหมาะสมเมื่อไรกันคะ หนูว่าหนู
เกือบจะได้เป็นตัวแทนนักศึกษาดีเด่นอยู่แล้วนะ แต่พี่น่ะ เอาแต่สร้างกระแส
อวดภูมิ สร้างปัญหาให้หนูเยอะแยะ!”
อวิ๋นตั่วชี้หัวหอกไปที่อวิ๋นเฉียวสำเร็จแล้ว ชูยินจึงหันขวับกลับไปมองลูก
ชายทันที “ลูกไปมหา‟ลัยน้องมาเหรอ? ไปจีบเพื่อนน้องเหรอ? แม่จะบอก
ไว้เลยนะ
ลูกจะก่อเรื่องอะไรอยู่ข้างนอกแม่ไม่สนหรอก แต่อย่าไปทำ
ให้อวิ๋นตั่วลำบาก!”
“ผมเปล่านะครับ ผมทำซะที่ไหนกัน! ” อวิ๋นเฉียวโกรธจนหน้าแดง
“คุณแม่พูดแบบนี้ไม่ยุติธรรมนะครับ อวิ๋นตั่วพูดคำเดียวคุณแม่ก็เชื่อ ไม่
ตรวจสอบอะไรเลย คุณแม่ลองถามเธอดูสิว่าผมไปมหา
‟ลัยเธอแค่กี่ครั้ง
เอง? รวมแล้วสองครั้ง หนึ่งในนั้นก็รวมถึงวันนี้ที่เธอเรียกผมไปด้วย”
“พอแล้ว แม่ไม่รู้จักลูกหรือไง หมาขี้ย่อมต้องมีมูล”
อวิ๋นเฉียวจึงบอกว่า “ช่างเถอะครับ ผมว่าคุณแม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะมี
ลูกเขยเก่งๆ ก็ดูถูกผมแล้ว ผมจะโทรเรียกคนที่คุณแม่ชอบมาก็แล้วกัน”
อวิ๋นตั่วมองอวิ๋นเฉียวที่หยิบโทรศัพท์ออกมา พลางโวยวายว่า “พี่จะทำ
อะไรน่ะ?”
“โทรหาอวี่เจ๋อไง ถามเขาหน่อยว่าทำไมไม่ดูแลน้องพี่ให้ดี นึกไม่ถึงเลย
ว่าจะทำเธอเจ็บตัวแล้ว!”
“พี่อย่าโทรนะคะ!” อวิ๋นตั่วตะโกนเสียงดัง
ปากสุนัขไม่อาจงอกงาออกมาได้* (สำนวน) คนไม่ดีไม่มีทางที่จะพูด
คำพูดดีๆ ออกมาได้