ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 287 ยังอยากเป็นศาสตราจารย์อยู่ไหม
เรื่องราวความรักของอวิ๋นตั่วกับอวี่เจ๋อก็วุ่นวายอยู่ในมหา
‟ลัยอย่างที่
คาดไว้จริงๆ บางคนเริ่มสงสัยว่าที่อวิ๋นตั่วเข้ามหา‟ลัย C มาได้เพราะอวี่เจ๋อ
จัดการให้หรือเปล่า ตอนที่ขึ้นเวทีก็มีนักโต้วาทีเข้าโรงพยายาล ไม่อย่างนั้นจะ
บังเอิญอะไรขนาดนี้? ทีมโต้วาทีควรจะมีตัวสำรองไว้ แต่กลับให้เด็กมัธยมขึ้น
เวที นักเรียนมัธยมคนหนึ่งไม่ได้ฝึกอะไรมาเป็นพิเศษ แล้วจะโต้วาทีได้เก่ง
ขนาดนั้นเชียวเหรอ? ใครเชื่อก็บ้าแล้ว!
อวี่เจ๋อถูกอธิการบดีเรียกไปคุย โทษว่าเขาทำอะไรบุ่มบ่าม
“ผมไม่เข้าใจจริงๆ เลย คุณสุขุมมาตลอด ทำไมถึงทำเรื่องแบบนี้ได้?”
“อธิการบดีกำลังพูดถึงเรื่องไหนครับ? ท่านเป็นคนสอบสัมภาษณ์อวิ๋น
ตั่วด้วยตัวเอง เธอมีสิทธิ์เข้ามหา‟ลัย C หรือไม่ท่านรู้ดีที่สุด และตอนนั้นก็
เป็นท่านเองที่ให้สิทธิ์นี้กับเธอ”
“ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น ผมมั่นใจในสายตาของตัวเองแน่นอน ผมแค่
รู้สึกว่าวันนั้นตอนที่คุณอุ้มเธอออกไปต่อหน้านักศึกษาและอาจารย์ทุกคนมัน
ดูโจ่งแจ้งเกินไป”
“อวิ๋นตั่วโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว พวกเราก็รักกันปกติ แฟนของผมบาดเจ็บ ผม
ไม่รู้สึกว่าการทำแบบนี้มันผิดอะไรนี่ครับ”
อธิการบดีเริ่มถอนหายใจ “อวี่เจ๋อ คุณก็ทำตัวเป็นเด็กเหมือนกันนะ จะ
ทำอะไรต้องนึกถึงผลที่จะตามมาหน่อย คุณดูข่าวซุบซิบนินทาตอนนี้สิ มัน
ไม่ป็นผลดีกับคุณและอวิ๋นตั่วหรอกมั้ง?”
อวี่เจ๋อใช้มือเท้าคาง ส่วนอีกมือหนึ่งเคาะโต๊ะ บ่นพึมพำเหมือนเด็กน้อย
“ตอนนี้เธอคงลำบากมาก”
อธิการบดีจึงบอกว่า “ถึงมหา‟ลัยจะไม่ได้ห้ามให้นักเรียนกับอาจารย์รัก
กัน แต่ก็ทำให้เป็นข่าวครึกโครมไม่ได้หรอกนะ? ดูคุณทำเข้าสิ อุ้มนักศึกษา
หญิงต่อหน้าอาจารย์และนักเรียนแบบนั้น คุณคิดว่าคุณเป็นใคร ซีอีโอที่ทรง
อำนาจในทีวีเหรอ?”
อวี่เจ๋ออดหัวเราะออกมาไม่ได้
“อธิการยังดูละครแบบนั้นอยู่เหรอ
ครับ?”
“ผมกำลังพูดกับคุณอยู่นะ จริงจังหน่อย!”
“ผมก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว อธิการจะให้ผมทำยังไงครับ อยากพูด
อะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะครับ”
“เขียนจดหมายขอโทษ”
อวี่เจ๋อเบิกตาโพลง “เขียนจดหมายขอโทษ ผมจะเขียนขอโทษยังไงล่ะ
ครับ? หรือจะให้ผมเขียนว่าผมไม่ควรอุ้มแฟนสาวที่บาดเจ็บของตัวเองไปส่งที่
หอพักต่อหน้าอาจารย์และนักศึกษา ผมควรจะมองดูเธอเดินกลับไปเองอย่าง
นั้นเหรอ?”
“ผมชักจะหมดความอดทนแล้วนะ” อธิการบดีตบโต๊ะ “คุณควรจะ
รักษาชื่อเสียงตัวเองไว้ คุณคิดดูสิ ตั้งแต่คุณมารับหน้าที่สอนที่มหา‟ลัย คุณก็
แทบจะได้เลื่อนขั้นทุกปี ทุกคนในมหา‟ลัยเดิมทีก็จะไม่ยอมรับอยู่แล้ว คุณถูก
คัดเลือกมาเป็นศาสตราจารย์ในช่วงเวลาสำคัญคุณก่อเรื่องแบบนี้ คุณยัง
อยากเป็นศาสตราจารย์อยู่ไหม?”
“ผมไม่รู้สึกว่าจะเอาเรื่องงานกับเรื่องความรักมาคุยปนกันได้ยังไง ผม
จะเป็นศาสตราจารย์ได้หรือไม่ ก็ต้องดูที่ความสามารถในการทำงานและ
ความเป็นมืออาชีพของผม ไม่ได้ดูว่าผมคบผู้หญิงแบบไหนเป็นแฟน ผมไม่
รู้สึกว่าผมผิดครับ ถ้าผมเขียนจดหมายขอโทษ แบบนั้นก็ไม่เท่ากับเป็นการ
ปฏิเสธความรักของผมเหรอครับ? ผมไม่เขียนหรอกครับ ถ้าท่านอยากสยบ
ความลือนี้ ผมลาออกให้ก็ได้!”
อธิการโมโหจนถลึงตา “อย่าเอาเรื่องลาออกมาขู่ผม ต่อให้คุณลาออก
คุณก็ต้องจัดการเรื่องราวเละเทะเหล่านี้ให้เรียบร้อยก่อน!”
“เรื่องเละเทะ เรื่องเละเทะอะไรครับ?”
“สมาร์ทซิตี้ไง!”
“ท่านพูดแบบนี้ ถ้าเลขาหวังมาได้ยินเข้าคงไม่พอใจแน่ครับ” อวี่เจ๋อพูด
“คุณอย่าเอาเลขาหวังมาขู่ผม แม้จะอยู่ต่อหน้าเขา ผมก็กล้าพูดแบบ
นี้!”
อธิการบดีเพิ่งจะพูดจบ โทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้น เลขาหวังโทรมาแล้ว
อธิการจ้องอวี่เจ๋ออย่างเกรี้ยวกราดแวบหนึ่ง
ราวกับว่านี่คือการแสดง
กายกรรมของเขา พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ความกล้าหาญเมื่อครู่นี้ก็หายไป
หมด เสียงเปลี่ยนไปทันที “เลขาหวัง มีเรื่องอะไรเหรอครับ ท่านว่ามาเลย อ้อ
ครับ ได้ครับ”
อวี่เจ๋อเห็นอธิการรับโทรศัพท์อย่างจริงจัง จึงส่งสัญญาณมือว่าตัวเองจะ
ไปแล้ว อธิการโบกมือให้ อวี่เจ๋อจึงถือโอกาสหลบหนีไป