ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 311 ปั้นเป็นเธอ หล่อเป็นฉัน
อวิ๋นตั่วกับอวี่เจ๋อกลับมหา’ลัยด้วยกัน ตอนที่ลงมาจากรถฉงหรงกับลั่ว
เสวี่ยก็เห็นเข้าพอดี สองคนนั้นยืนลับๆ ล่อๆ อยู่ข้างหลัง แล้วจู่ๆ ก็ตบหลังอวิ๋น
ตั่วเบาๆ “จับได้พอดีเลย ดูซิว่าเธอจะแก้ตัวยังไง?”
“แก้ตัวยังไง?” อวิ๋นตั่วงง
“ไม่กลับมาทั้งคืน ที่แท้ก็อยู่กับเขานี่เอง บอกมานะเมื่อวานเธอสองคน
อยู่ด้วยกันใช่ไหม?” ลั่วเสวี่ยถาม
อวิ๋นตั่วพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ใช่ไง!”
ลั่วเสวี่ยกับฉงหรงกลับคึกคักอย่างเห็นได้ชัด “จริงเหรอ แบบนี้แปลว่า
เธอสองคน…”
ทั้งสองคนพูดลากเสียง แล้วก็ไม่พูดประโยคถัดมา แต่คนโง่ก็รู้ว่า
หมายความว่าอะไร
อวิ๋นตั่วพูดอย่างซื่อสัตย์ “ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นแหละ!”
“ชายหญิงอยู่กันตามลำพัง แต่ไม่ได้ทำอะไรเลยเนี่ยนะ มีแต่ผีนั่นแหละ
ที่จะเชื่อ!” ฉงหรงไม่เชื่อ
อวิ๋นตั่วเดินไปยังห้องเรียน “ไม่เชื่อก็ตามใจพวกเธอ เมื่อวานพวกเราดู
ดาวด้วยกันที่ห้องพี่ชายฉัน”
ลั่วเสวี่ยกับฉงหรงไม่อยากปล่อยเธอไป เดินตามหลังแล้วถามต่อ “เธอ
พูดตลกดีนะ สองคนนัดกันไปดูดาว แถมดูที่ห้องพี่ชายด้วย?”
“ไม่ได้หรือไงล่ะ?”
ลั่วเสวี่ยจับอวิ๋นตั่วไว้ “อวิ๋นตั่ว นี่ไม่ใช่เวลามาอายนะ เธอต้องพูดความ
จริง ตอนที่เธอกับหลิวอวี่เจ๋อเดทกัน ทำอะไรกันบ้างเหรอ?”
อวิ๋นตั่วเห็นสีหน้าของลั่วเสวี่ย ดูท่าทางจริงจังมาก เธอตกใจเพราะเห็นสี
หน้าของลั่วเสวี่ย “ไม่ได้ทำอะไรนี่?”
“ไม่มีจับมือหรือจูบปากอะไรแบบนี้เหรอ?” ลั่วเสวี่ยพูด
“จับมือน่ะเคยแล้ว ส่วนจูบปากน่ะเหรอ?” อวิ๋นตั่วครุ่นคิดแล้วตอบว่า
“เหมือนจะไม่เคยนะ”
“นึกไม่ถึงเลยว่าที่พวกเธอรักกัน ก็แค่รักกันเฉยๆ น่ะเหรอ?” ฉงหรงพูด
อวิ๋นตั่วพลันรู้สึกผิดหวังมาก เหมือนตอนเด็กเวลาใส่กระโปรงที่สวยที่สุด
ออกไปข้างนอก แล้วโดนคนดูถูก แน่นอนว่าเธอต้องกู้ศักดิ์ศรีคืนมา “มีกอด
กันด้วย”
“แบบนั้นความรักของเธอก็จืดชืดมาก” ลั่วเสวี่ยพูดขยายความ
อวิ๋นตั่วยิ้มเยาะ “พวกเธอยังมีหน้ามาว่าฉันอีกนะ อย่างน้อยฉันก็มี
ความรัก พวกเธอน่ะแม้แต่ความรักก็ยังไม่มีเลย เธอสองคนตัวติดกันทั้งวัน
จนคนอื่นสงสัยว่าเป็นเลสเปี้ยนแล้วมั้ง”
“ฉันยังภูมิใจนะ เธอคิดดูสิ ผู้ชายคนหนึ่งคบเธอสามเดือนกว่าแล้ว ไม่
น่าเชื่อว่าจะไม่มีความรู้สึกอะไรกับเธอเลย นี่ไม่ได้มีปัญหาเหรอ?” ฉงหรง
พูด
“มีปัญหาอะไร?” อวิ๋นตั่วถาม
“ตอนนี้มันสมัยไหนแล้ว หรือเธอให้ความสำคัญกับเรื่องไม่ทำผิด
ประเพณี? ทั้งสองคนรักกันลึกซึ้งก็ควรเชื่อมประสานกันอย่างกลมกลืนสิ
เหมือนในกลอนบทนั้นที่ว่า โคลนหนึ่งก้อน ปั้นเป็นเธอ หล่อเป็นฉัน ให้เราสอง
แตกหักไปด้วยกัน ใช้นํ้าปรับให้สมดุล แล้วอะไรอีกนะ…” ลั่วเสวี่ยพูด
“เข้าใจไหม?” ลั่วเสวี่ยถาม
อวิ๋นตั่วมองฉงหรง ฉงหรงก็พยักหน้าอย่างซื่อสัตย์ “ถึงตอนนี้เขายังไม่
แตะต้องเธอเลย อธิบายได้ว่ามีปัญหาอยู่สองอย่าง ถ้าร่างกายเขาไม่มีปัญหา
เธอก็ไม่มีเสน่ห์ดึงดูด”
บอกว่าตัวเองไม่มีแรงดึงดูด อวิ๋นตั่วทนไม่ได้ “ฉันจะไม่มีเสน่ห์ดึงดูดได้
ยังไง?”
ลั่วเสวี่ยประเมินอวิ๋นตั่วหัวจรดเท้าอยู่ครู่หนึ่ง “เธอหน้าตาสวย แต่ฉันจะ
บอกเธอให้นะ ผู้ชายน่ะไม่ได้ต้องการแค่ความสวยอย่างเดียวหรอก”
“ฉันรู้น่า ต้องรักกันที่จิตใจ นี่สิถึงจะเป็นความรักระดับสูงสุด!” อวิ๋นตั่ว
พูด
“เฮ้อ!” ลั่วเสวี่ยปฏิเสธความเห็นของอวิ๋นตั่วอย่างไร้เยื่อใย “เสน่ห์ต่อ
เพศตรงข้าม ที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้หญิงคือเสน่ห์!”
“เธอดูการแต่งตัวของเธอสิ ก็สวยใสบริสุทธิ์อยู่หรอกนะ ทำให้คนเห็น
แล้วรู้สึกเหมือนเป็นนักเรียนรุ่นน้อง แล้วผู้ชายคนไหนจะสนใจเธอล่ะ?” ฉง
หรงพูด
อวิ๋นตั่วได้รับการกระตุ้นเล็กน้อย ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น ตั้งแต่เด็กจนโต
แค่เรื่องรูปร่างหน้าตา ก็ถูกชมมาจนโตแล้ว แต่พอสองคนนี้พูด ก็นึกไม่ถึงว่า
จะไร้ค่าซะแล้ว
พวกเธอมาถึงห้องเรียนพอดี เห็นกู่เลี่ยงยืนงงอยู่ตรงหน้าต่าง อวิ๋นตั่วจึง
ดึงเขามาถาม “ฉันถามอะไรหน่อย นายสนใจฉันไหม?”