ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 335 หึงอีกแล้ว
ขณะที่อวิ๋นตั่วเตรียมจะออกไปโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นข้อความเข้าว่า…รอ
ก่อน เธอถึงได้หันไปมองลั่วเสวี่ยกับฉงหรงแล้วบอกว่า “พวกเธอไปก่อนเลย
ฉันมีเรื่องต้องทำนิดหน่อย”
ลั่วเสวี่ยกับฉงหรงมีท่าทางเข้าใจขึ้นมาทันที
“รู้แล้ว รู้แล้ว เราจะไป
ห้องสมุดก่อน เธอจะตามไปไหม จะให้จองที่ให้หรือเปล่า?”
“ไม่เป็นไร วันนี้ฉันจะกลับบ้าน”
“เธอจะกลับบ้าน?” ลั่วเสวี่ยนึกถึงอวิ๋นเฉียวขึ้นมาอัตโนมัติ “พี่ชาย
เธอจะมารับหรือเปล่า?”
“ไม่มา ฉันกลับเอง”
ฉงหรงที่เห็นอวี่เจ๋อกำลังเดินมา ก็ดึงลั่วเสวี่ยแล้วบอก “เราไปกันเถอะ”
“อยู่มหา‟ลัยเดียวกันนี่สะดวกจริงๆ!” เทียนอี้กระซิบ
คำที่ทำเองฉงหรงตบเจ้าตัวเข้าไปเต็มแรง “เกี่ยวอะไรกับนายด้วย ไป
เร็วๆ เลย!”
ฉงหรงดึงเทียนอี้เดินออกไปข้างนอก คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าคนอย่างฉงหรงจะ
แรงเยอะขนาดนี้
เทียนอี้เองก็ตะโกนขึ้นมาเสียงลั่น “เธอกำลังฝึกยกนํ้าหนักอยู่ใช่ไหมเนี่ย
เพราะทีมชาติไม่เอาสินะ ถึงได้มาเข้ามหา‟ลัย C!”
อวิ๋นตั่วมองทั้งสองคนนั้นแล้วก็ยิ้มไม่หุบ อวี่เจ๋อที่เดินมาหยุดตรงหน้า
ถึงกับต้องเคาะโต๊ะเรียก “ตลกมากเหรอ?”
“พี่ไม่รู้สึกเหรอคะว่าเทียนอี้กับฉงหรงน่ะเหมาะสมกัน?”
อวิ๋นตั่ว
ถามอวี่เจ๋อ
อวี่เจ๋อขมวดคิ้ว ไม่ชอบใจที่อวิ๋นตั่วไปยุ่งเรื่องของเทียนอี้ เขารู้ว่าเทียนอี้
มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ที่จริงทั้งเขา อวิ๋นตั่ว เทียนอี้ ต่างก็รู้เรื่องนี้ดี ไม่ไปยุ่งเรื่อง
เขา เขาก็ยังหาเรื่องพยายามเข้ามาตีสนิทอวิ๋นตั่วจนได้ อวิ๋นตั่วก็อีกคน ไม่
เลี่ยงไม่ว่า แถมยังหาเรื่องมาใส่ตัวอีก คราวก่อนก็เรื่องสอบ คราวนี้ก็มาทำตัว
เป็นแม่สื่อ
เขาพูดอย่างไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่ “อย่าไปจับคู่ให้คนอื่นเขามั่วซั่ว ชี้
นั่นชี้นี่ เอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง”
อวิ๋นตั่วฟังออกว่าคำพูดของอวี่เจ๋อแฝงด้วยแววหึงหวง เธอแปลกใจ…
ทำไมเขาถึงไม่ดีใจกับการที่เธอผูกด้ายแดงให้เทียนอี้กับฉงหรง
“พี่เป็นอะไรคะ?”
“ไม่ได้เป็นอะไร” อวี่เจ๋อไม่อยากพูดว่าตัวเองหึงหวงแบบไม่มีเหตุผล
เพราะแบบนี้มันเห็นได้ชัดว่าดูอ่อนต่อโลกสุดๆ แต่ความจริงก็คือเขาหึงหวง
แบบไร้เดียงสาจริงๆ นั่นแหละ รู้ทั้งรู้ว่าอวิ๋นตั่วกับเทียนอี้ไม่ได้มีอะไรเลย เป็น
แค่เพื่อนกันเท่านั้น เป็นเหมือนเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยาก และวันนี้ก็เป็นเพื่อนร่วม
มหา‟ลัยเดียวกัน จะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก็เป็นเรื่องปกติ เขาเองก็รู้ด้วย
ว่าอวิ๋นตั่วไม่ได้ชอบเทียนอี้ ถึงไม่มีตัวเขา อวิ๋นตั่วก็ไม่คบกับเทียนอี้อยู่ดี แต่
เขาก็ยังรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองอย่างไม่มีสาเหตุ รู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับเธอ
กลัวว่าวันหนึ่งเธอจะจากเขาไป
“หนูว่าพี่ดูไม่ค่อยแฮปปี้สักเท่าไหร่เลย?”
“เปล่า”
อวิ๋นตั่วจูงมืออวี่เจ๋อเดินออกนอกห้องเรียน
“พวกเขาบอกว่าพี่สอนดีมากเลยค่ะ” ที่เธออยากจะชมเขาก็ไม่ใช่เรื่อง
ผิดอะไร ใครๆ ก็อยากฟังคำพูดดีๆ ทั้งนั้น
แต่สุดท้ายอวี่เจ๋อก็ไม่ได้ซาบซึ้งกับคำชมนั้น “เรื่องนี้ใครๆ ก็รู้อยู่แล้ว
ไม่ใช่หรือไง?”
อวิ๋นตั่วรู้สึกเหมือนตัวเองพยายามจะเอาใจ แต่อีกฝ่ายกลับไม่เล่นด้วย
“หนูได้ยินเทียนอี้บอกว่าการประมูลสมาร์ตซิตี้จบแล้ว เดี๋ยวก็จะใช้การ
ลงทุนปกติได้แล้วใช่ไหมคะ?”
“อวิ๋นตั่ว มีอะไรก็อย่าเอาแต่ถามเทียนอี้ได้ไหม มีอะไรก็มาถามพี่นี่”
“นี่หนูก็กำลังถามพี่อยู่ไม่ใช่เหรอคะ?”
“แต่เธอฟังจากเทียนอี้มาแล้วถึงค่อยมาถามพี่”
“แค่นี้ก็ต้องคิดเล็กคิดน้อยด้วยเหรอคะ?”
“พี่เป็นแฟนของเธอ เรื่องของพี่ พี่ก็อยากให้เธอฟังมันจากพี่เอง”
“แบบนี้ไม่ใช่การมองปัญหาจากความจริงเลยนะคะ ฟังคนอื่นเยอะๆ จะ
ได้ง่ายต่อการตัดสินใจ พี่ไม่ให้หนูฟังคนอื่น ก็เท่ากับปิดหูหนูนะ”
“เฮ้อ!” อวี่เจ๋อถอนหายใจออกมาแรงๆ ต้องพูดยังไงเธอถึงจะยอมอยู่
ให้ห่างจากเทียนอี้นะ?
“ถอนหายใจทำไมคะ?”
“โอเคๆ พี่ยอมรับว่าเมื่อกี้พี่ไม่ค่อยพอใจ” อวี่เจ๋อตัดสินใจพูดกับอวิ๋น
ตั่วตรงๆ ”พี่เห็นเทียนอี้อยู่กับเธอแล้วพี่ก็ไม่พอใจ เธอเองก็ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเขา
สนใจเธอแค่ไหน”
“หนูไม่ได้คิดอะไรกับเขาแค่นั้นก็พอแล้วนี่คะ! หรือว่าหนูยังสนใจใครได้
อีก?” อวิ๋นตั่วไม่พอใจ “แค่เพราะเขาสนใจหนู หนูก็เลยเป็นเพื่อนกับเขา
ไม่ได้น่ะเหรอคะ แม้แต่คุยก็คุยไม่ได้เลยเหรอคะ? นี่มันตรรกะอะไรของพี่
กัน?”