ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 361 สงครามเย็นดำเนินต่อไป
ถึงจะออกมาตามที่เพื่อนเรียก แต่อวิ๋นตั่วก็ยังคงยืนอยู่ที่ประตู ไม่ได้มีที
ท่าจะเชิญให้อวี่เจ๋อเข้าไปในห้อง และไม่ได้มีท่าทีเดินว่าจะเดินออกมานอก
ห้อง
“เธอคิดจะคุยกับพี่อย่างนี้เหรอ” อวี่เจ๋อพูดพลางส่งยิ้มให้
“ถ้าจะพูดเรื่องโต้วาที หนูก็บอกแล้วไงคะว่าอาจารย์แนะนำและเสนอ
ความคิดเห็นให้หนูฟังได้เลย หนูเขียนบทโต้วาทีเสร็จแล้วจะเอาไปให้อาจารย์
ดู”
“พี่อยากพูดเรื่องของเรา”
“เราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกัน”
อวิ๋นตั่วทำท่าจะปิดประตูอีกครั้ง ทว่าอวี่เจ๋อก็ใช้เท้าก้าวเข้าไปขวาง
ประตูไว้ได้ก่อน แล้วหัวเราะออกมาพร้อมกับมองคนตรงหน้าด้วยท่าทางดีใจ
“ปิดไม่ได้แล้ว?”
“แบบนี้ไม่มีเหตุผลเลยรู้ไหมคะ?”
“พี่แค่จะพูดอะไรนิดหน่อย อยากให้เธอยอมฟังดีๆ เสร็จแล้วพี่ก็จะไป”
อวิ๋นตั่วเหลือบเห็นเพื่อนร่วมห้องยื่นหน้าออกมาดูพวกเขาพร้อมยิ้มที่มุม
ปาก เธอก็เลยเดินออกมาแล้วก็ปิดประตูลง “ว่ามาสิคะ”
“ไปเดินเล่นข้างล่างกันไหม?”
“ไม่ล่ะค่ะ คุยแป๊บเดียว หนูยังต้องเขียนบทโต้วาทีอีกนะ?”
“เธอหิวไหม ให้พี่ไปสั่งเค้กมาให้หรือเปล่า?”
“ถ้าพี่ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว หนูขอตัวก่อนนะคะ”
อวิ๋นตั่วหันหลังกลับ แต่ก็ถูกอวี่เจ๋อคว้าตัวไว้ “เธออยากจะเลิกกับพี่
เพราะเรื่องของพี่ชายเธอกับอวี่ซีจริงๆ งั้นเหรอ? ในใจของเธอ ความรู้สึกของ
พวกเราเปราะบางขนาดถึงขั้นรับเรื่องแค่นี้ไม่ได้จนต้องแตกหักเลยเหรอ?”
“ถ้าพี่จะคิดว่าเรื่องนี้จริงๆ แล้วไม่ได้หนักหนาอะไรเลย หนูก็จนปัญญา
ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นพี่ชายหนูหรืออวิ๋นเฉียว พี่เกลี้ยกล่อมหนูไม่ได้ หนูก็เกลี้ย
กล่อมพี่ไม่ได้ ในเมื่อหนูคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่พี่กลับคิดว่าไม่สำคัญ แบบนั้น
ก็ไม่เท่ากับว่ามันเป็นช่องว่างระหว่างเราหรอกเหรอคะ?”
อวิ๋นตั่วปัดมือของเขาออกแล้วเดินเข้าห้องไป
พอเพื่อนร่วมห้องเห็นเธอเดินเข้ามา ก็อดถามขึ้นไม่ได้ “พวกเธอสองคน
มีอะไรกัน สองสามวันมานี้รู้สึกพวกเธอแปลกๆ ไปนะ ทะเลาะกันเหรอ? ”
“ไม่ใช่ทะเลาะ แต่เลิกกันแล้วต่างหาก”
“พูดจริงพูดเล่นเนี่ย ฉันจะบอกอะไรให้นะ อาจารย์หลิวนี่ใครๆ ก็อยาก
ได้ ถ้าพวกเธอเลิกกันจริงๆ ฉันก็จะไม่เกรงใจล่ะนะ”
“ตามสบาย”
“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
“แค่ทัศนคติไม่ตรงกันน่ะ”
เพื่อนร่วมห้องยิ้ม แต่อวิ๋นตั่วกลับไม่เข้าใจว่ามีอะไรน่าขำ
“เขาเป็นอาจารย์ของเธอมาตั้งแต่เธอเจ็ดขวบ ความคิดมุมมองของเธอ
ไม่ใช่ว่าซึมซับจากเขามาทีละเล็กทีละน้อยแล้วหรอกเหรอ?”
อวิ๋นตั่วชะงักไปเล็กน้อย ถ้าเป็นแบบที่เพื่อนร่วมห้องพูดจริงๆ ตัวเธอเอง
ไม่ใช่ว่าถูกอวี่เจ๋อล้างสมองแล้วใส่ตัวตนเข้าไปใหม่แล้วเหรอ? แต่ถ้าเป็นแบบ
นั้นจริงๆ งั้นทำไมเรื่องของอวิ๋นเฉียวกับอวี่ซีถึงได้ทะเลาะกันรุนแรงขนาดนี้
ล่ะ? หรือว่าตัวเธอทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ จนขัดแย้งกันใหญ่โตไป
เอง?
การฉลองชัยชนะในวันถัดมา อวี่เจ๋อเป็นเจ้าภาพ ทุกคนนั่งรวมกันใน
ห้องวีไอพี อวี่เจ๋อจงใจที่จะนั่งข้างๆ อวิ๋นตั่ว แต่อวิ๋นตั่วกลับเอาแต่ก้มหน้าก้ม
ตารับประทานอาหาร ไม่สนใจเขา เหมือนอวิ๋นตั่วได้ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่
สนใจอวี่เจ๋ออีกต่อไป
อวิ๋นตั่วเคยคิดว่าถ้าวันนั้นที่พวกเขาทะเลาะกัน เขามาตามหาเธอ พูดคุย
อธิบายกับเธอ เธอก็จะคุยกับเขา แต่ที่น่าโมโหก็คือวันนั้นเธอรอให้เธออารมณ์
เย็นลง แม้แต่โทรศัพท์สักสายก็ไม่มี ตอนนี้จะว่าอวิ๋นตั่วโกรธที่เขาดูแคลน
พี่ชายเธอ ก็ยังไม่น่าโกรธเท่าตอนที่อวี่เจ๋อไม่มาสนใจเธอสักนิด
“อวิ๋นตั่ว นี่ขนาดตอนที่เธอโกรธยังดูน่ารักเลย” สวีเหว่ยพูดหยอก
ระหว่างทางกลับ
“ใครบอกว่าโกรธล่ะ?”
“ไม่ได้โกรธเหรอ ตลอดทางมานี้แทบไม่ได้ยิ้มเลย ยังจะตบตาพวกเรา
อีก คนทั้งรถเขามีใครไม่รู้บ้างว่าพวกเธอทะเลาะกัน” สวีเหว่ยมองอวี่เจ๋อที่
อยู่ด้านหลังรถแวบหนึ่ง “เพียงแต่ทุกคนต่างมีความสุขมาก คนๆ นั้นน่ะปกติ
ก็รู้อยู่แล้วว่าเข้มงวดดุกับพวกเรา พวกเราคงพูดอะไรถึงเขาไม่ได้มาก เพราะ
เขาถือเป็นโค้ชของพวกเรา นี่ยังเป็นครั้งแรกที่เห็นเขาเจอคนที่เขาแคร์จนทำ
เขาหมดหนทาง เอาจริงๆ นะ อย่าให้พูดเลยว่าพวกเราสะใจขนาดไหน”