ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 363 โกรธเงียบ
ตอนที่อวิ๋นเฉียวมาหาอวิ๋นตั่ว อวิ๋นตั่วกำลังทำการถ่ายทำข่าวน่าขันใน
ฉากการถ่ายทำที่ทำขึ้นอย่างง่ายๆ ของพวกเขา และก็ไม่รู้ว่าฉงหรงกำลัง
รายงานข่าวอะไรอยู่ ประมาณว่าน่าขำมาก จนขำกันไปทั้งกอง แต่อวิ๋นตั่วก็
ขอให้เธอเคร่งขรึมไว้
“ต้องเคร่งขรึมไว้นะ ถึงจะได้เห็นความแตกต่าง เข้าใจไหม?”
“แต่ฉันเก็กหน้าขรึมจะไม่ไหวแล้วนะ จะหลุดขำตลอดเลย”
“มีอะไรน่าขำกันเหรอ มีแค่คำนี้แหล่ะ ฉันอ่านมาถึงขำนี้แล้วก็อยากจะ
ขำ” ฉงหรงชี้ไปที่คำหนึ่งในสคริป “เธอคิดมาได้ยังไงเนี่ย?”
“งั้นเธอลองคิดถึงเรื่องเสียใจดู มีใครในครอบครัวเจ็บป่วยหรือเปล่า?”
“ฉันรายงานแต่ละข่าว คนในครอบครัวคงป่วยจนหายไปหลายรอบแล้ว
พ่อฉันถือเรื่องนี้มาก ถ้าพ่อรู้เข้ามีหวังได้เอาฉันตายแน่”
“ช่างเหอะ แล้วแต่เธอแล้วกัน ไม่งั้นวันนี้ก็คงถ่ายไม่ทันแล้วนะ” กู่เลี่ยง
ที่กำลังแบกกล้องถ่ายอยู่หมดความอดทนขึ้นมา
อวิ๋นตั่วปั้นหน้าขรึม “ช่วยพยายามหน่อยได้หรือเปล่า?”
“ใช่ ต้องพยายามหน่อยนะ”
อวิ๋นตั่วหันกลับไป เห็นอวิ๋นเฉียวยืนอยู่ข้างหลังเธอก็ทั้งแปลกใจทั้งตกใจ
“พี่มาได้ยังไง มาเยี่ยมหนูเหรอ?”
“ไร้สาระน่า แถวนี้ยังมีใครที่พี่รู้จักอีกล่ะ?”
ลั่วเสวี่ยพอเห็นอวิ๋นเฉียวก็ทั้งแปลกใจทั้งตกใจไม่ต่างกัน เธอรีบเดินมา
หยุดอยู่ข้างๆ อวิ๋นตั่ว เรียกความสนใจบ้าง
อวิ๋นเฉียวกับลั่วเสวี่ยจับมือทักทายกัน แล้วหันไปพูดกับอวิ๋นตั่ว “พี่มา
ชวนเธอไปกินข้าว”
“ใจดีขนาดนี้เลย มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?”
“พูดอะไรอย่างนั้น พี่ชายจะมาชวนน้องสาวของตัวเองไปกินข้าวยังต้อง
มีเรื่องอะไรพิเศษด้วยเหรอ?” อวิ๋นเฉียวคิดครู่หนึ่ง “ถ้าอยากได้เหตุผลสัก
ข้อละก็ งั้นก็ฉลองที่เธอโต้วาทีได้เยี่ยมที่สุดเลยเป็นไง”
“แล้วคนฟังได้สิทธิ์นั้นด้วยไหมคะ?” ลั่วเสวี่ยมาร่วมวงด้วย
อวิ๋นเฉียวยิ้มขอโทษ “วันนี้เป็นการฉลองให้น้องสาวฉัน พวกเธอเอาไว้
วันหลังแล้วกันนะ”
ลั่วเสวี่ยมองอวิ๋นตั่วกับอวิ๋นเฉียวเดินจากไป ก็กระซิบพึมพำ “คนนี้ดูท่า
จะไม่เหมือนคนเก่าแล้วจริงๆ ”
“เพราะไม่เหมือนหนุ่มเสเพลแล้วนะเหรอ?” ฉงหรงถาม
“ยังจะถ่ายต่อไหม ถ้าไม่ถ่ายฉันกลับแล้วนะ” กู่เลี่ยงตะโกนพูดขึ้น
ฉงหรงรู้สึกตัว รีบกลับไปนั่งอยู่ที่โต๊ะผู้ประกาศข่าวอย่างเดิม
อวิ๋นเฉียวโอบบ่าอวิ๋นตั่วเดินในมหาวิทยาลัย ใบหน้าที่หล่อเหลาปรากฏ
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เห็นสาวสวยที่เดินผ่านไปแล้วก็อดไม่ได้ที่จะมองเหลียวหลัง
อีกสักหน่อย
อวิ๋นตั่วนึกถึงคำพูดของอวี่เจ๋อแล้วก็เดือดดาดกับความไม่เอาไหนของ
พี่ชายขึ้นมา “พี่ชอบมองสาวสวยขนาดนี้เลยเหรอคะ?”
“ใครๆ ก็ชอบสิ่งสวยงามกันทั้งนั้นแหละ!” อวิ๋นเฉียวตอบอย่างผ่าเผย
“พี่ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะคะ ไม่คิดจะจริงจังกับความรัก คิดเรื่องแต่งงานมี
ลูกเหมือนคนอื่นเขาบ้างเหรอ?”
“นั่นเป็นชีวิตที่เธอต้องการไม่ใช่พี่ พี่ว่าการแต่งงานน่ะเป็นเรื่องที่โง่
มากๆ ไอ้การยอมทิ้งดอกไม้ทั้งผืนป่าเพื่อคนเพียงคนเดียวน่ะ”
“พี่เป็นแบบนี้ อวี่ซีรู้หรือเปล่า?”
“คนที่รู้จักพี่ก็รู้กันทุกคนนั่นแหละ!”
อวิ๋นตั่วโกรธไม่พอใจอยู่เงียบๆ ด้วยเรื่องนี้ทำให้เธอและอวี่เจ๋อทะเลาะ
เถียงกันคอแข็ง ได้แต่ใช้ความรู้สึกมาผูกมัดเขา ให้เขายอมรับคนในครอบครัว
ของคนรัก
อวิ๋นเฉียวมองดูน้องสาวคนเล็กแล้วพูดด้วยท่าทีจริงจัง “บ้านอวิ๋นเรา
โชคดีที่มีเธอ เธอดีกว่าพี่มากนะ ท่าทีที่เธอกำลังทำงานอยู่เมื่อกี้น่าชื่นชมมาก
เลย จริงๆ นะ ท่าทางดูเหมือนพ่อของพวกเราเลย!”
อวิ๋นตั่วไม่อยากฟังอะไรแบบนี้ เธอถามกลับอย่างเคืองๆ “พวกเราจะไป
กินข้าวกันที่ไหนคะ?”
“ก็หน้ามหา‟ลัยพวกเธอนั่นแหละ ข้ามถนนไปสองสาย มีภัตตาคารอยู่
ร้านหนึ่ง บรรยากาศใช้ได้”
“ทำไมหนูไม่รู้เลยล่ะ?”
“ทั้งวันเธอเอาตามอวี่เจ๋อไปกินของริมทาง จะรู้จักของดีๆ ได้ยังไงกัน
ล่ะ?”
อวิ๋นตั่วอดไม่ได้ที่จะเถียงแทนอวี่เจ๋อ “เขาไม่ได้พาหนูไปกินริมทางทุก
วันซะหน่อย หนูก็แค่ไม่อยากไปไกล แถวๆ นี้มีอะไรกินก็กินได้ทั้งนั้นแหละ”
“นี่ล่ะที่น่ากลัว เธอคิดดูตอนเธอเด็กๆ เลือกกินมากขนาดไหน ตอนนี้คิด
ไม่ถึงเลยว่าจะกินปิ้งย่างหม่าล่ากับคนอื่นๆ เธอถึงกับเข้าเมืองตาหลิ่วก็หลิ่ว
ตาตาม แต่เคยคิดบ้างไหมว่าตอนนี้เธอดูไม่เหมือนคุณหนูไฮโซเลยสักนิด”