ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 372 เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว
ชูยินโกรธจนชี้หน้าดุอวิ๋นตั่ว “พูดอะไรของลูก แม่ไม่ใช่แม่ของลูกเหรอ?
เรื่องของลูกจะไม่ให้แม่สนได้ยังไง ทำแท้งเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ไม่คิดเลยว่าลูก
แอบกล้าทำไปได้ขนาดนี้ แม้แต่โอกาสได้เจอหน้าทักทายกันก็ไม่มี?”
อวิ๋นเฉียววางผลไม้ในมือลงทันที หยิบมีดจ่อไปที่อวี่เจ๋อ
“นายให้
น้องสาวฉันไปทำแท้งเหรอ?”
อวี่เจ๋อมองอวิ๋นตั่วอย่างลำบากใจ พวกเขารับปากเซียวเซียวไว้ว่าจะไม่
แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป ดังนั้นช่วงเวลานี้ก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายแก้ตัวยังไงดี
อวิ๋นตั่วกระทืบเท้า “เปล่าซะหน่อยนะคะ แม่กับพี่ไปฟังใครพูดมั่วซั่ว
มา?”
“ลูกยังไม่ยอมรับอีกเหรอ ให้แม่บ้านหลิวตุ๋นนํ้าแกงให้ทุกวัน หลายวัน
ก่อนยังไปโรงพยาบาลอีก ลูกบอกลูกไม่ได้ไปทำแท้ง
แล้วไปทำอะไรที่
โรงพยาบาลกัน?”
“หนู…” คำพูดของอวิ๋นตั่วจุกอยู่ที่ปากแล้วก็ลอยหายไปในอากาศ นึก
ถึงสถานการณ์ครอบครัวของเซียวเซียว หากบอกกับชูยินแล้วก็ยากที่จะ
รับประกันว่า หากตอนที่แม่ไปเล่นไพ่หลุดปากพูดออกไป รับรองว่าแม่ของ
เซียวเซียวรู้แน่ หากแม่เซียวเซียวรู้ เซียวเซียวต้องถูกถลกหนัง
ในมือของอวิ๋นเฉียวยังถือมีดปอกผลไม้แกว่งไว้ในมือ ชี้ไปที่อวี่เจ๋อด้วย
ความโมโหเดือดสุดขีด “หลายวันก่อนยังทำเป็นสั่งสอนฉันอยู่เลย ฉันยังนึก
ว่านายจะมีความรับผิดชอบ ที่แท้ความรับผิดชอบของนายก็คือการทำลาย
หลักฐานอย่างไร้ร่องรอยเองน่ะเหรอ? นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่านายอยากจะ
อยู่กับอวิ๋นตั่วไปตลอดชีวิต ในเมื่อจะอยู่กันไปตลอดชีวิต ทำไมต้องให้เธอไป
ทำแท้งด้วย? นายรู้ไหมการทำแท้งเป็นการทำร้ายผู้หญิงร้ายแรงมากขนาด
ไหน คนอย่างนายนี่มันโหดเ**่้ยมจริงๆ ลูกของตนเองแท้ๆ ก็ไม่ต้องการ!
อวิ๋นตั่วเธอเองก็โง่เหมือนกัน ทำไมเขาพูดอะไรเธอก็ทำตามหมดเลย?”
อวิ๋นตั่วทั้งโกรธทั้งลนลาน ทั้งรู้สึกเดือดร้อนแทนอวี่เจ๋อ แต่เธอก็จน
ปัญญา ได้แต่ขึ้นเสียงใส่อวิ๋นเฉียว “พี่! พี่อย่าพูดใส่สีตีไข่ได้ไหม!?”
อวิ๋นเฉียวรู้สึกน้อยใจที่เขาปรารถนาดีแต่กลับถูกมองเป็นอื่นซะได้ “แม่
ครับ ดูน้องสิ ยังหาว่าผมพูดใส่สีตีไข่อีก!”
“แม่ไม่เข้าใจจริงๆ พวกเธอคิดอะไรอยู่กันแน่?”
“คุณน้า….”
อวี่เจ๋อเตรียมอธิบาย นี่จะเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว
“พวกเราไปโรงพยาบาล….”
อวิ๋นตั่วบีบมือของเขาแน่น เพื่อจะห้ามไม่ให้เขาบอก เขาถอนหายใจ
ออกมาราวกับรอคำพิพากษาจากสวรรค์
ชูยินยังรอให้เขาอธิบายอยู่
“บอกมา พวกเธอไปทำอะไรที่
โรงพยาบาล?”
อวิ๋นตั่วยอมเสี่ยงตายพูดออกมา “ไปทำแท้งมาจริงค่ะ แต่ไม่ใช่ความ
ตั้งใจของอวี่เจ๋อ เป็นความตั้งใจของหนูเอง หนูคิดว่าหนูยังเด็กเกินไป ยังไม่ถึง
เวลาที่ควรจะมีลูก ก็เลยคิดว่ายังไม่อยากเอาลูกไว้ ยังไงพวกเราอายุก็ยังน้อย
ยังมีโอกาสมีได้อีก!”
อวิ๋นเฉียวมองน้องสาวทั้งอึ้งและตกใจ “มาถึงตอนนี้แล้วเธอยังปกป้อง
เขาอีกเหรอ?”
“ที่หนูพูดมาเป็นเรื่องจริงนะคะ” อวิ๋นตั่วว่า
ชูยินรีบดึงแขนอวิ๋นตั่วมานั่งบนโซฟา รู้สึกสับสน ทั้งปวดใจและสงสาร
“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมลูกไม่มาปรึกษากับแม่เลยล่ะ?
เราให้เด็กเกิด
มาแล้วแม่ช่วยเลี้ยงลูกให้ก็ได้ แล้วลูกก็จะได้เรียนหนังสืออย่างที่เคยทำต่อไป
ก็ได้นี่ ลูกรู้ไหมว่าการผ่าตัดแบบนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพลูกผู้หญิงมากแค่
ไหน ลูกสาวของคุณฟางก็เพราะว่าทำแท้งมาสองครั้ง ตอนนี้แต่งงานมาได้
สองปีแล้วยังไม่มีลูกเลย ทำให้มีลูกไม่ได้ อีกอย่าง แม้จะบอกว่าลูกไม่ได้
คลอดลูกมา แต่ยังไงก็จะมีก้อนเนื้อหลุดออกมาจากท้องลูก นั่นก็เท่ากับว่า
ต้องพักฟื้นเหมือนคลอดอีกเกือบเดือน และต้องบำรุงร่างกายดีๆ ด้วย ดูลูกสิ
วันๆ ใส่กระโปรงสั้น กางเกงขาสั้นเดินไปทั่ว!” พูดแล้วก็ยืดคอตะโกนเรียก
“แม่บ้านหลิว แม่บ้านหลิว!”
แม่บ้านหลิววิ่งออกมาจากนอกประตู “มีอะไรคะ?”
“ไปเอาพรมมาผืนนึง”
“ค่ะ” แม่บ้านหลิววิ่งออกไปด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง
อวิ๋นตั่วตกใจเล็กน้อยในความเมตตาที่ได้รับ
“แม่ไม่โกรธแล้วเหรอ
คะ?”
“โกรธไปแล้วได้อะไรขึ้นมา เรื่องมันก็เกิดขึ้นมาแล้ว แม่ไม่ดีเอง เอาแต่
ไปเล่นไพ่ ไม่ดูแลเอาใจใส่ลูกให้ดี ถ้าไม่ใช่เพราะละเลยพวกลูก พวกลูกๆ ก็คง
ไม่มีเรื่องปิดบังแม่”
ชูยินยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกเสียใจ นัยน์ตาชุ่มด้วยนํ้า เสียงสะอึกสะเอื้อน
———————————————————