ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 458 คุยกันผ่านกำแพงกั้น
เพิ่งทานข้าวเย็นเสร็จ เสี่ยวหูก็มารับแม่บ้านหลิวกลับไป แม่บ้านหลิวถือ
พุทราหนึ่งตะกร้า บอกว่าจะนำกลับไปให้อวี่เจ๋อชิม ทว่าขณะที่กำลังจะขึ้นรถ
ก็ถามอวิ๋นตั่วด้วยท่าทางเป็นความลับ “ตอนนี้ลาน้อยของหนูเชื่อฟังดีใช่ไหม
คะ?”
อวิ๋นตั่วไม่เข้าใจว่าทำไมแม่บ้านหลิวต้องถามแบบนี้ตอนกำลังจะไปด้วย
เธอมองอวิ๋นเฉียวแล้วถามว่า “พี่ว่าป้าเขาหมายความว่ายังไงคะ?”
“พี่จะไปรู้ได้ยังไงล่ะ” อวิ๋นเฉียวลูบกระเป๋าตัวเอง แล้วเดินออกประตูไป
อวิ๋นตั่วรู้สึกได้ทันทีว่าเขาจะไปเล่นการพนันที่บ้านเจ้าอ้วนหวัง เธอจึง
ตามเขาไป แล้วคล้องแขนพี่ชายเอาไว้ “พี่จะไปไหนคะ?”
“พี่จะไปเล่นพนันสักหน่อย อีกแปบเดียวก็กลับแล้ว”
“ฉันจะไปด้วย”
“มีแต่ผู้ชายไม่ดีทั้งนั้น เธอจะไปทำไมกัน?”
“ไม่ว่ายังไงพี่ก็จะไป ฉันก็จะไปเหมือนกัน” อวิ๋นตั่วดึงดัน
อวิ๋นเฉียวไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงแต่ยอมแพ้ “ได้ๆๆ พี่ไม่ไปแล้ว ตกลง
ไหม”
ชูยินเห็นว่าลูกชายเดินซึมเข้าไปในห้องแล้วรู้สึกปวดใจ เธอจึงพูดกับอวิ๋น
ตั่วว่า “ก็แค่ไปเล่นกันไม่กี่คนเอง ให้พี่เขาไปเถอะ ไม่อย่างนั้นก็ซึมอยู่ที่บ้าน
ทั้งวัน มีคนมากมายที่ซึมจนป่วยนะ”
อวิ๋นตั่วเองก็รู้สึกผิดอยู่บ้าง พอเห็นข้างหลังของอวิ๋นเฉียวก็มักจะรู้สึกว่า
เขาโดดเดี่ยวเหลือเกิน เธอนึกถึงคำพูดของอวี่เจ๋อ…เขาต้องค้นหาคุณค่าของ
ตัวเองให้เจอถึงจะมีอนาคตได้ หรือว่าเธอควรจะให้เขาไปลองทำงานที่ร้านอวี่
ซีจริงๆ อวิ๋นตั่วอยากโทรหาอวี่ซี แต่ตอนเช้าเธอกลับปฏิเสธอวี่เจ๋อไปอย่าง
ฉะฉานแล้ว ผ่านไปแวบเดียวจะขอร้องอวี่ซีอีก ก็พลอยทำให้เธอรู้สึกเสียหน้า
นิดๆ
อวิ๋นตั่วกลับเข้าไปที่ห้องของตัวเอง
ห้องนอนของอวิ๋นตั่วกับอวิ๋นเฉียวห่างกันหนึ่งห้องกั้น ตรงกลางมีเพียง
กระดานสามเหลี่ยมแผ่นเดียว ความเคลื่อนไหวเล็กน้อยของห้องข้างๆ ทางนี้
จึงได้ยินชัดเจนมาก
อวิ๋นตั่วนั่งอยู่ที่หัวเตียง ฟังเพลงในห้องอวิ๋นเฉียว เธอหวังจะให้มีเสียง
อะไรบางอย่าง แบบนั้นจะทำให้เธอรู้สึกดีกว่านี้ ทว่าทางนั้นกลับนิ่งเงียบราว
กับนํ้า ควรจะบอกว่าเงียบกว่านํ้าด้วยซํ้า เพราะนํ้ายังมีเสียงไหลริน แต่ที่นั่น
ราวกับไม่มีคนอยู่ ความเงียบแบบนี้น่ากลัว อวิ๋นตั่วกลัวว่าอวิ๋นเฉียวจะคิด
เหลวไหล เธอจึงเคาะไม้กระดานเรียก
ข้างห้องมีเสียงของอวิ๋นเฉียวดังออกมา “มีเรื่องอะไร?”
“ไม่มีอะไร ฉันแค่อยากรู้ว่าพี่หลับหรือยัง?”
“นอนไม่หลับ กำลังนับดาวอยู่”
“พี่คะ พรุ่งนี้พี่ไปช่วยงานที่ร้านพี่อวี่ซีดีไหม?”
“ไปที่ร้านเขาแล้วจะช่วยอะไรได้? เป็นความคิดใคร ความคิดอวี่ซีอีก
แล้วเหรอ?”
“พี่วาดรูปเป็น น่าจะลองทำงานออกแบบเสื้อผ้าดูนะคะ”
“อวี่ซีเองก็เป็นนักออกแบบเสื้อผ้าอยู่แล้ว จะให้พี่ไปทำอะไรล่ะ? สร้าง
ความวุ่นวายให้เธอเหรอ? พี่ไม่ไปหรอก!”
“ปฏิเสธเร็วจัง คิดดูอีกทีดีไหมคะ?” อวิ๋นตั่วทำเหมือนกำลังพยายาม
โน้มน้าวเด็ก
“ไม่เอาด้วยหรอก!”
“ฉันยังเคยคิดนะว่าถ้าพี่กลายเป็นนักออกแบบชื่อดัง ฉันก็จะได้ใส่
เสื้อผ้าฟรีๆ ดูท่าจะหมดหวังเสียแล้ว”
“พี่ไม่ได้เรียนออกแบบเสื้อผ้ามาซะหน่อย”
“ออกแบบเสื้อผ้าไม่ต้องเรียนเสมอไปหรอกค่ะ ตอนแรกชาแนลเรียน
ออกแบบเสื้อผ้าซะที่ไหนล่ะ ดูขนาดธุรกิจของเขาตอนนี้สิ
ฉันศึกษามา
ละเอียดแล้ว คนที่สร้างผลงานออกมาในวงการแฟชั่นจริงๆ น่ะ ไม่ต้องมีพื้นเพ
วิชาชีพด้านนี้เลย มีทฤษฎีหนึ่งบอกไว้ว่า สิ่งที่ล้มคู่แข่งได้จริงๆ มักจะเป็นมือ
ซ้าย เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะมือซ้ายมักจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวไง!”
อวิ๋นเฉียวเงียบไป
“พี่คะ พี่!” อวิ๋นตั่วเคาะแผ่นกระดานอีกครั้ง
“ขอพี่คิดดูก่อน”
อวิ๋นตั่วมองเห็นแสงสว่างรำไรแล้ว เช่นนั้นจึงดีอกดีใจขึ้นมา “แล้วฉันจะ
รอฟังข่าวจากพี่นะคะ ถ้าพี่อยากไป ก็บอกฉันได้ ฉันจะไปคุยกับพี่อวี่ซีให้”
“แล้วถ้าอวี่ซีไม่ตกลงล่ะ?”
“เราก็ไปขอร้องเขาสิ!”
———————————————————