ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 504 ผีเข้า!
ตอนที่อวี่เจ๋อกับอวิ๋นตั่วหาอวิ๋นเฉียวพบนั้น เขากำลังฉลองล่วงหน้า
ให้กับชีวิตรุ่งเรืองที่กำลังจะมาถึงอยู่ที่ไนท์คลับ เขากลายเป็นศูนย์กลางของ
เวทีแดนซ์ นำกลุ่มคนทั้งร้องทั้งเต้น ราวกับไม่เคยผ่านความทุกข์ใจเมื่อตอน
กลางวันมาก่อนเลย
อวิ๋นตั่วเบียดตัวเข้าไปข้างใน เรียกเขาอยู่หลายครั้ง อวิ๋นเฉียวถึงได้เห็น
น้องสาวของตัวเอง เขายิ้มพลางกวักมือเรียกอวิ๋นตั่ว “อวิ๋นตั่ว น้องสาวสุดที่
รักของพี่ มาสิ มาหาพี่ตรงนี้!”
อวิ๋นตั่วเห็นสภาพที่เละเทะของเขาแล้ว เธอจึงขึ้นไปคว้ามือแล้วลาก
ออกไปข้างนอก
“ทำอะไรน่ะ?” เขาแกะมือออกจากอวิ๋นตั่ว
“กลับบ้าน!” อวิ๋นตั่วสั่ง
อวิ๋นเฉียวกลับไม่ไป “ทำไมพี่ต้องเชื่อฟังเธอ! เธอเป็นพี่หรือว่าพี่เป็นพี่
กันแน่!”
อวิ๋นตั่วอึ้งไป คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าอวิ๋นเฉียวจะพูดกับเธอแบบนี้ เหมือน
เปลี่ยนเป็นคนละคน เธออยากหาเหตุผลให้อวิ๋นเฉียว นอกจากป่วยแล้ว ก็ไม่รู้
ว่ายังมีสาเหตุอะไรอีก เธอยื่นมือออกไปโดยสัญชาตญาณ อยากจะแตะ
หน้าผากอวิ๋นเฉียว แต่ก็ถูกเขาปัดมือออก
“อย่ามาแตะพี่! อย่ามาทำท่าเหมือนเป็นห่วงพี่มาก พี่ไม่ตกหลุมพราง
เธอหรอก!” เขาทำหน้าล้อเลียนอวิ๋นตั่ว เหมือนคิดว่าตัวเองฉลาดมาก
“พี่เป็นอะไรไป?” อวิ๋นตั่วเริ่มสงสัยว่าอวิ๋นเฉียวโดนผีเข้า แม้เธอจะไม่
ค่อยเชื่อเรื่องผีสาง แต่เรื่องลี้ลับมหัศจรรย์นั้นพูดยาก กู่เลี่ยงเคยบอกเธอว่า
ตอนเด็กบนตัวเขามีตุ่มผื่นขึ้นเยอะ ขึ้นอยู่เต็มหน้าอก ไปหาหมอกินยาเท่าไรก็
ไม่ดีขึ้น ต่อมายายเขาบอกว่าโรคนี้เรียกว่าขี้กลากแมงมุม จำเป็นต้องมีคนจับ
ยายเขามีพี่สาวคนหนึ่งที่ทำแบบนี้ได้ ตอนแรกกู่เลี่ยงก็ไม่เชื่อ แต่ยายเขาพูด
ฉะฉานอย่างมีเหตุผล บอกว่านี่คือฝีมือดั้งเดิมอย่างหนึ่ง กู่เลี่ยงจึงตามคุณ
ยายไปบ้านพี่สาวของท่าน ด้วยจิตใจที่รักษาม้าตายเยี่ยงม้า*[1]เป็น พอ
พี่สาวยายเห็นก็บอกว่าเป็นขี้กลากแมงมุมจริงๆ จึงเสนอเงื่อนไขให้กู่เลี่ยงว่า
ทุกวันก่อนพระอาทิตย์ตก หลังอาบนํ้าให้ไปบ้านเธอ เธอถึงจะใช้ศิลปะที่ยอด
เยี่ยมประจำตระกูลได้ หลังจากพระอาทิตย์ตกดิน หรือถ้าไม่ได้อาบนํ้ามันก็จะ
ไม่ได้ผล กู่เลี่ยงทำตามที่เธอบอก ทุกวันก่อนพระอาทิตย์ตกดิน พออาบนํ้า
เสร็จแล้วก็ไปบ้านเธอ เห็นเพียงเธอหยิบเข็มมาเล่มหนึ่ง ร้อยด้ายสีเขียว
จากนั้นวาดอะไรบางอย่างที่หน้าอกและหลังอกของกู่เลี่ยงก็เป็นอันเสร็จ เธอ
ทำซํ้าแบบนี้เจ็ดวัน ตุ่มผื่นบนตัวพวกนั้นก็หายไป
“ฉันสาบาน ช่วงนั้นฉันไม่ได้กินยาอะไรเลย” กู่เลี่ยงพูด
อวิ๋นตั่วจึงถามว่า “หรือโรคแบบนี้มันมีระยะเวลาของมันอยู่แล้ว ถึงเวลา
ใกล้จะหลุดออกพอดี”
“ไม่เหมือน เจ็ดวันก่อนยังปวดแสบปวดร้อนอยู่เลย เจ็ดวันหลังก็หาย
แล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะเร็วขนาดนั้น รู้ไว้ด้วยว่าก่อนหน้านั้นฉันกินยาไปไม่รู้กี่
สัปดาห์ แต่ก็ไม่ดีขึ้น จะเห็นได้ว่าความรู้ของมนุษย์อย่างพวกเรามีจำกัด
จริงๆ”
หลังจากนั้นเป็นต้นมา อวิ๋นตั่วก็เคารพยำเกรงต่อสิ่งต่างๆ มากมาย เชื่อ
ไม่เชื่อก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่เวลาเจอศาลเจ้าก็จุดธูป
เดินผ่านโบสถ์ก็ทำ
เครื่องหมายกางเขน อย่างไรเสียก็ไม่มีอะไรเสียหาย
ตอนนี้เธอมองอวิ๋นเฉียว รู้สึกว่าอารมณ์และนํ้าเสียงการพูดจาของเขาดู
พิลึกพิลั่นเล็กน้อยเหมือนผีเข้า เขาเดินอยู่ข้างนอกคนเดียวนานขนาดนี้ ไม่มี
ใครรู้ว่าจะมีของสกปรกพัวพันเขาอยู่หรือเปล่า?
“ไปค่ะ กลับบ้านกับฉัน!” เธอดึงอวิ๋นเฉียว ดึงเขาออกไปข้างนอก
อวิ๋นเฉียวไม่ยอม ชักมือตัวเองกลับครั้งแล้วครั้งเล่า “พี่โตป่านนี้แล้ว เธอ
เลิกยุ่งกับพี่ได้ไหม?”
อวิ๋นตั่วโมโหสุดๆ และอารมณ์เสียใส่อวี่เจ๋อที่อยู่ข้างๆ “คุณอยู่ตรงนั้น
ทำไมคะ มาช่วยฉันมัดเขากลับบ้านสิ!”
อวี่เจ๋อรู้สึกจนปัญญามาก คนตัวเป็นๆ จะให้เขามัดอย่างไร? มิหนำซํ้า
ยังไงอวิ๋นเฉียวก็เคยเรียนเทควันโดมาก่อน ถ้าเขาลงมือก็ไม่แน่ว่าอวิ๋นเฉียวจะ
เชื่อฟังแต่โดยดี
[1] รักษาม้าตายเยี่ยงม้าเป็น* หมายถึงทำสิ่งที่รู้ว่าไม่มีทางสำเร็จแต่ก็
ยังลองดู
———————————————————
————-