ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 533 นายไม่ใช่เสือ
เมื่อพูดถึงชีซิงกับเจียงหนาน ลั่วเสวี่ยก็พูดถึงเที่ยวเที่ยวลูกสาวของพวก
เขาขึ้นมาด้วย เธอเล่าเรื่องสนุกๆ ของเที่ยวเที่ยวให้อวิ๋นตั่วฟังหลายเรื่องด้วยสี
หน้าเบิกบานจนพลอยให้คนฟังสัมผัสได้ถึงความอิจฉาในนั้น
“ถ้าเธอได้เจอเธอจะต้องชอบแน่ๆ เที่ยวเที่ยวน่ะน่ารักสุดๆ เลย” ลั่ว
เสวี่ยว่า
“เธอก็อยากมีลูกใช่ไหมล่ะ?”
ลั่วเสวี่ยยิ้มอายๆ “เวลาชีซิงกับบเจียงหนานไปดูงาน พวกเขาก็เอาเที่ยว
เที่ยวมาไว้กับฉัน เห็นเธอแล้วก็ทำให้ฉันคิดจริงๆ นั่นแหละว่าลูกของฉันใน
อนาคตจะเป็นยังไง จริงสิ จื่อเถิงกับเซียวเซียว เพื่อนสมัยมัธยมของเธอน่ะ
พวกเขาก็มีลูกชายนะ ตอนนี้พวกเขาพ่อแม่ลูกอยู่ที่แคนาดา ไม่กี่เดือนก่อนที่
เจียงหนานไปดูงานที่นั่นยังได้เจอพวกเขาอยู่เลย ยังคุยเรื่องเด็กๆ หมั้นหมาย
ไว้ให้ตั้งแต่เด็กเลย เธอว่ามันตลกไหมล่ะ นี่มันยุคไหนแล้ว ยังมีการหมั้น
หมายไว้ล่วงหน้าอีก อ่อ แล้วพวกเขาก็ถามถึงเธอด้วยนะ”
“พวกเราไม่ได้ติดต่อกันนานมากแล้ว”
“เธอว่าเธอโหดร้ายแค่ไหนล่ะ ตัดขาดการติดต่อกับพวกเราทุกคนเลย ที่
น่ารังเกียจที่สุดก็คือกู่เลี่ยง ทั้งๆ ที่อยู่กับเธอตลอดแท้ๆ แต่กลับไม่เคยบอกเรา
เลยสักคำ ทุกครั้งที่เพื่อนๆ นัดรวมตัวกัน เวลาที่เราพูดถึงเธอ เขาก็แกล้งทำ
เหมือนไม่มีอะไร คราวหน้าถ้าเจอเขาล่ะก็ ฉันต้องคุยให้รู้เรื่องหน่อยแล้ว” ลั่ว
เสวี่ยบ่น
“จะไปโทษเขาก็ไม่ได้หรอก ฉันเป็นคนไม่ให้เขาพูดเอง”
“ทำไมล่ะ? หรือว่าเราก็เป็นภัยพิบัติด้วย?”
“ฉันอยากจะลืมอดีตให้หมด ฉันไม่มีเวลามาคิดน้อยใจ รู้แค่ต้องมีชีวิต
อยู่ต่อไปให้ได้ „คนเรามีชีวิตอยู่ก็เพื่อมีชีวิต ไม่ใช่มีชีวิตอยู่ เพื่อเรื่องอะไร
ทั้งสิ้น‟ ตอนนั้นฉันเข้าใจประโยคนี้อย่างดีเลยล่ะ เพราะกลัวว่าตัวเองจะ
อ่อนแอก็เลยไม่กล้าหันกลับไป ไม่กล้าไปสัมผัสทุกสิ่งทุกอย่างในอดีต”
“ฉันว่าฉันเข้าใจความรู้สึกเธอนะ เธอต้องลืมอดีตทั้งหมด ถึงจะก้าวไป
ข้างหน้าได้ดีขึ้น”
ทั้งสองกินข้าวไปคุยกันไป ไม่มีใครสังเกตว่าเทียนอี้มายืนอยู่ข้างโต๊ะของ
พวกเธอแล้ว
“บังเอิญจริงๆ ที่ได้เจอพวกเธอที่นี่”
อวิ๋นตั่วเงยหน้ามอง เห็นใบหน้ายิ้มแย้มของเทียนอี้แล้วเธอกลับไม่ได้
รู้สึกดีใจขึ้นมาเลยสักนิด เธอมองไปข้างหลังเขาโดยอัตโนมัติ และก็ไม่เห็น
ความผิดปกติอะไร นอกจากหญิงสาวหน้าตาสะสวยข้างตัวเขาแล้ว ก็ไม่มีใคร
อื่นอีก
เทียนอี้หันไปพูดกับหญิงสาวคนนั้น “ผมเจอเพื่อน คุณไปนั่งก่อนเถอะ
เดี๋ยวผมตามไป”
แล้วหญิงสาวก็เดินไปอย่างไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่
“เธองอนไปแล้ว ยังไม่ตามไปง้ออีกเหรอ?” ลั่วเสวี่ยหยอก
“ปล่อยเธอไปเถอะ” เขานั่งลงตรงข้ามกับอวิ๋นตั่ว พอเห็นการ์ดเชิญที่
วางอยู่ตรงหน้าเธอก็เอ่ยถามขึ้นมา “นี่อะไรน่ะ?”
ชะโงกหน้าไปดูก็เห็นตัวหนังสือสีแดงเป็นคำเชิญไปงานแต่งงาน “ใคร
แต่งงาน ลั่วเสวี่ยเหรอ?”
“ใช่ ฉันเอง”
“ยินดีด้วยนะ!”
“ขอบใจ!”
“ทำไมเธอไม่เห็นส่งการ์ดเชิญให้ฉันเลยสักใบล่ะ ถึงเราไม่ใช่เพื่อนร่วม
ชั้น แต่ก็เป็นเพื่อนร่วมมหา‟ลัยนะ?”
“เราอยากจัดงานแบบง่ายๆ ก็เลยเชิญแค่คนสนิทน่ะ ถ้าเชิญมาหมด
เราคงดูแลไม่ไหว”
“คำพูดน่าปวดใจชะมัด!” เทียนอี้ยกมือลูบอก “ได้ยินเสียงใจสลาย
หรือเปล่า?”
“เลิกมาวุ่นวายตรงนี้เถอะ ไปทางนั้นได้แล้ว สาวสวยของนายโบกมือ
เรียกแล้วนั่น”
“ปล่อยเธอไปเถอะน่า”
อวิ๋นตั่วเก็บการ์ดเชิญเข้ากระเป๋า แล้วหันไปพูดกับลั่วเสวี่ย “ฉันมีธุระต่อ
ต้องขอตัวก่อนนะ”
เทียนอี้รีบลุกขึ้นเดินตามไปทันที “อวิ๋นตั่ว ทำไมเจอฉันแล้วต้องหนีแบบ
นี้ด้วยล่ะ ฉันไม่ใช่เสือนะ”
“นายไม่ใช่เสือ แต่มีปาปารัสซีคอยตาม ฉันไม่อยากถูกถ่ายติดไปอีก มี
ปากก็อธิบายไม่ได้”