ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 573 ทำเรื่องชั่วไว้ต้องชดใช้
อวี่เจ๋อกดโทรศัพท์ในมือโดยไม่ได้พูดอะไร
ชีซิงพูดต่อว่า “นายก็รู้ถึงอิทธิพลของอี้ซิน อาศัยว่าตัวเองมีคนใหญ่คน
โตหนุนหลัง ผิดถูกก็ทำหมด พวกเขาไม่สนใจหลักทำนองคลองธรรมหรอก
จ้าวเมิ่งอิ่งก็เป็นลูกสาวคนเดียวของผอ.จ้าวด้วย นายบอกว่าเกือบตายตอน
นายอยู่ และเป็นผอ.จ้าวที่ช่วยนายไว้ เงินทุนริเริ่มเจ๋ออวิ๋น ผอ.จ้าวก็เป็นคนให้
นาย ตอนนี้เรื่องพัวพันกับสองคนนี้ ฉันอยากรู้ว่านายคิดจะทำยังไง?”
“ทีแรกฉันคิดว่าถ้าฉันไม่ทำร้ายเขา เขาก็จะไม่ทำร้ายฉัน ตอนนี้ฉันคงดู
ผิดไป ทำไมโดนคนอื่นจูงจมูกแบบนี้ได้?”
“นายคิดจะทำยังไง?”
“เรื่องนี้นายยังไม่ต้องสนใจ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
ชีซิงระมัดระวังมาตลอด เขาเห็นความเย็นเยียบในดวงตาอวี่เจ๋อ รู้ว่าอวี่
เจ๋อไม่ได้คิดจะยอมแพ้ ที่เรียกอวี่เจ๋อมาที่บริษัทและปิดบังเฉินอวี้กับเจียง
หนานนั้นก็เพราะกลัวพวกเขาจะเอะอะโวยวายตาม จะตั้งตนเป็นศัตรูกับอี้ซิน
และจ้าวเมิ่งอิ่ง แบบนั้นจะเท่ากับต่อต้านกับกรุ๊ปใหญ่ทางการเงิน ไม่มีผลดี
กับเจ๋ออวิ๋นแม้แต่น้อย
“อวี่เจ๋อ ฉันแนะนำว่านายต้องคิดให้ดี ถ้ามองจากมุมอื่น นายสืบหา
จากพวกเขาไม่ได้หรอก ข่าวนี้อวิ๋นตั่วก็เป็นคนปล่อย ส่วนกุยหลายก็กระโดด
ตึกตายเอง อย่างมากพวกเขาก็เป็นแค่คนที่คอยดูความวุ่นวายและเอะอะ
โวยวายตามคนอื่น กฎหมายทำอะไรพวกเขาไม่ได้หรอก”
“ก็เพราะกฎหมายทำอะไรพวกเขาไม่ได้ไง ฉันถึงดูพวกเขาลอยหน้าลอย
ตาอยู่เหนือกฎหมายไม่ได้! ต้องทำให้พวกเขารู้ ว่าทำเรื่องชั่วไว้ต้องชดใช้!”
ชีซิงมองรอยกัดรอยข่วนบนมือเขาก็รู้สึกสะเทือนใจขึ้นมา วันนั้นที่เจียง
หนานไปเยี่ยมอวิ๋นตั่ว ตอนกลับมาก็บอกว่าอวิ๋นตั่วสภาพไม่ค่อยดี เขาคิดมา
ตลอดว่าเป็นอาการจิตตกธรรมดา ตอนนี้ได้เห็นปฏิกิริยากับรอยแผลบนมือ
ของอวี่เจ๋อก็กระจ่างในใจแล้ว ใจของอวิ๋นตั่วแตกสลายอย่างถึงที่สุดแล้ว
พอออกจากห้องทำงานของอวี่เจ๋อ และกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเอง
เฉินอวี้ก็กำลังรอเขาอยู่ เจ้าหมอนี่ต้องได้ยินอะไรมาแน่นอน ถึงมาหาเขา
โดยเฉพาะ
“นายไปหาอวี่เจ๋อมาเหรอ?” พอเอ่ยปากเขาก็ถามเลย
“ใช่แล้ว”
“รู้แล้วเหรอว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องบ้าๆ นี้?”
ชีซิงไม่ตอบ
เฉินอวี้ยิ้ม “มีอะไรที่น่าปิดบังฉันเหรอ นายหาได้ แล้วฉันจะหาไม่ได้หรือ
ไง? แค่เดาก็รู้แล้ว”
“อ๋อ นายเดาว่าเป็นใครล่ะ?”
“จ้าวเมิ่งอิ่ง หยูอี้ซิน”
ชีซิงตกใจมาก “นายเดาว่าเป็นหยูอี้ซินเหรอ?”
“ล้อเล่น ฉันไปสืบหามา” เฉินอวี้พูดต่อ “นายพูดกับอวี่เจ๋อยังไง ขอให้
เขาเลือกให้อภัยเหรอ?”
“ฉันรู้สึกว่าเวลานี้ไม่เหมาะจะเป็นศัตรูกับจ้าวเมิ่งอิ่งและหยูอี้ซินพร้อม
กัน”
“ชีซิง นายไปเยี่ยมอวิ๋นตั่วมาหรือยัง?”
“ยังเลย”
“ฉันก็ยัง แต่ลั่วเสวี่ยไปมา เธอบอกว่าอวิ๋นตั่วบ้าไปแล้ว!”
“ลั่วเสวี่ยชอบปล่อยข่าวลือเขย่าขวัญมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว” ชีซิงแกล้ง
ทำเป็นไม่สะทกสะท้าน “พอได้รับการกระตุ้น แล้วยังคืนสู่สภาพเดิมไม่ได้ไป
ชั่วขณะ ถือเป็นเรื่องปกติ”
“กลัวว่าชั่วขณะนี่จะนานน่ะสิ” เฉินอวี้ว่า
“นายมาหาฉันแค่เพราะเรื่องนี้เหรอ?”
“ฉันว่าเรื่องนี้พวกเราควรสนับสนุนอวี่เจ๋อ ถ้าบอกว่ากุยหลายถูกคนอื่น
ผลักตกลงไป แบบนั้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหมดของมวลชนก็จะเป็นของ
คนๆ นั้น
อาศัยให้คนพวกนั้นหันหัวหอกไปที่อื่น ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของ
ศีลธรรม ให้มองอวิ๋นตั่วว่ากลายเป็นเหยื่อ?” เฉินอวี้พูดอย่างไม่พอใจ “ทุก
คนที่ร่วมสนุกกับข่าวซุบซิบนี้ควรจะรับผิดชอบ!”
“สิ่งที่นายพูด แน่นอนว่าฉันก็รู้”
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ทำไมนายต้องเกลี้ยกล่อมอวี่เจ๋อให้อดทนล่ะ? นึกถึง
ตอนแรกที่พวกเราเพิ่งเปิดบริษัทสิ หยูอี้ซินก็ใช้วิธีสกปรกซื้อบริษัทเราไป ตอน
หลังอวี่เจ๋อก็ออกไปฮ่องกง ถึงแม้ที่ผ่านมาเขาจะไม่บอกสาเหตุอะไร แต่นาย
ไม่เคยสงสัยหยูอี้ซินเลยเหรอ? เขาจ้องจะเอาโปรเจกต์สมาร์ตซิตี้มาตลอด แต่
ปรากฏว่าแพ้ เขาจะยอมได้หรือไง? อวี่เจ๋อบอกว่าจ้าวหมิงหัวมีบุญคุณที่
ช่วยชีวิตเขาไว้ ไม่ได้ให้ความสำคัญ
นายไม่เคยคิดเลยเลยเหรอว่าใคร
ต้องการชีวิตอวี่เจ๋อ? หรือว่าในสถานการณ์แบบนี้ นายยังเลือกที่จะทนอยู่
อีก?”