ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 587 จมลงในความมีสติ
อวี่เจ๋อคุกเข่าอยู่บนหมอนอิง คำนับแปดสิบเอ็ดครั้งจริงๆ อวิ๋นตั่วเองก็
คุกเข่าคำนับอยู่ข้างๆ เขาพร้อมกับคอยควบคุมไปด้วย ถ้าเห็นอีกคนคำนับ
แบบไม่จริงใจพอก็จะคอยพูดเตือน “จริงใจหน่อยสิคะ ต้องไม่มีความคิดเห็น
แก่ตัวถึงจะได้ผลนะคะ”
อวี่เจ๋อคิดว่าถ้าเขาเป็นมะเร็งแล้วทำให้อวิ๋นตั่วได้สติ เขาก็ยอมที่จะเป็น
จู่ๆ เขาก็มีความเชื่อไสยศาสตร์หนึ่งขึ้นมา ถ้าเขาอธิษฐานแบบนี้พร้อมกับ
คำนับแปดสิบเอ็ดครั้งทุกวัน มันจะเป็นจริงได้หรือเปล่านะ?
เพราะแบบนั้นเขาจึงแอบอธิษฐานกับพระเจ้าอยู่ในใจ เขายินดีเอา
สุขภาพของตัวเองแลกกับการให้อวิ๋นตั่วหายเป็นปกติ
เมื่อมีความปรารถนา ก็ไม่ต้องให้อวิ๋นตั่วคอยควบคุมอีกต่อไป ทุกครั้งที่
คำนับศีรษะสัมผัสพื้น ในใจเขาก็จะรู้สึกถึงสายใยแห่งความหวัง
อวิ๋นตั่วพูดถูก เมื่อทิ้งความไม่เชื่อไปแล้วโฟกัสกับสิ่งที่ทำ ไหนเลยจะ
ไม่ใช่เป็นการรักษาอย่างหนึ่ง
เมื่อเขาคำนับเสร็จ ก็เงยหน้ามองอวิ๋นตั่ว อวิ๋นตั่วเองก็นับในใจอยู่เงียบๆ
เธอคำนับได้เจ็ดสิบเก้าครั้งแล้ว พอนับถึงแปดสิบ แปดสิบเอ็ด เธอก็เงยหน้า
ขึ้นมองเขา
เขาก็พลันนึกถึงเวลาที่หนุ่มสาวแต่งงานกัน เวลาคำนับฟ้าดิน แทบจะ
เหมือนกับท่าทางของพวกเขาตอนนี้ คุกเข่าเคียงข้างกันแบบนี้ คำนับหนึ่ง
คำนับสอง คำนับสาม
อวิ๋นตั่วมองอีกคนที่กำลังใจลอยออกไปนอกหน้าต่างแล้วยกห้านิ้วโบกไป
มาตรงหน้าเขา “คิดอะไรอยู่คะ?”
“พี่คิดถึงพิธีแต่งงานสมัยก่อน การแต่งงานไม่ใช่ถือคำสาบาน แต่เป็น
การคำนับฟ้าดิน หนุ่มสาวคู่หนึ่ง คำนับฟ้าดินแล้วก็เป็นสามีภรรยากัน และ
วันนี้เราก็คุกเข่าคำนับแปดสิบเอ็ดครั้ง คนมักพูดกันว่า คนเราพลิกไปพลิกมา
ก็เข้าล็อคเดิม ต่อไปเราสองคนจะอยู่ด้วยกัน ไม่แยกจากกันอีกแล้วใช่ไหม”
เธอคิดว่าเขาคงนึกถึงโรงมะเร็งของตัวเองก็เลยพูดความในใจออกมา ใน
ตอนนั้นเธอควรจะปลอบใจเขา เพราะแบบนั้นเธอจึงเป็นฝ่ายเข้าไปกอดเขา
ฝังหน้าลงกับอ้อมอกแกร่ง “ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะอยู่กับพี่เอง”
อวี่เจ๋อฟังนํ้าเสียงนั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นนํ้าเสียงให้กำลังใจให้เขากล้าต่อสู้
กับโรคร้าย ทั้งสองต่างก็เศร้าใจ เพียงแต่เศร้าใจกันคนละเรื่อง ช่างน่าตลก
จริงๆ
อวิ๋นตั่วเห็นอวี่เจ๋อไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเธอก็เลยเงยหน้ามองเขา “มี
อะไรพี่บอกฉันได้หมดเลยนะคะ ไม่ต้องเก็บไว้ในใจ เข้าใจไหมคะ? ถ้าเก็บ
เอาไว้ จะเหมือนเก็บความเจ็บป่วยไว้ด้วยนะคะ”
“มันควรจะเป็นคำพูดของพี่มากกว่านะ อวิ๋นตั่ว มีอะไรจะคุยกับพี่
ไหม?”
อวิ๋นตั่วเอนตัวพิงแผ่นอกแกร่ง ยิ้มออกมาอย่างอายๆ
“ไม่มีอะไรจะพูดกับพี่จริงๆ เหรอ?” อวี่เจ๋อยังอดทน
เธอเงยหน้าเลื่อนหน้าเข้าไปกระซิบเสียงเบาข้างหูของเขา “ฉัน…รัก…
พี่!”
เป็นคำสามคำที่ทำให้ใจของอวี่เจ๋อวูบไหว เขามีความสุข แต่ความสุขนั้น
ก็ไม่ใช่เรื่องจริง ตอนนี้อวิ๋นตั่วกำลังเลอะเลือนหรือว่ามีสติกันแน่
“อวิ๋นตั่ว พี่เป็นใคร?” เขาอดถามไม่ได้
คนถูกถามหัวเราะ “บ้าไปแล้วเหรอคะ พี่ก็ต้องเป็นพี่สิ”
“บอกมาสิว่าคนที่เธอรักคือใคร? ชื่ออะไร แซ่อะไร?”
ดวงตาของอวิ๋นตั่วเป็นประกาย “ก็ต้องเป็นหลิวอวี่เจ๋อน่ะสิคะ ลืมไป
แล้วเหรอ พี่พูดกับฉันเองว่า หากไม่ใช่ความตายก็ไม่มีอะไรแยกเราจากกัน
ได้”
เขากอดเธอเอาไว้แน่น ไม่อยากจะปล่อยมืออีก พระเจ้า ขอแค่เธอได้สติ
แบบนี้ตลอดไป แม้เขาต้องเป็นมะเร็งจริงๆ ก็เขามีความสุขแล้ว
อวิ๋นตั่วรู้สึกแค่ว่าอ้อมกอดมันแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนตัวเองเหมือนจะหายใจ
ไม่ออก รู้ว่าอีกคนกำลังเศร้าและหวาดกลัว เธอจึงไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้เขา
กอดเธอไปแบบนั้น