ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 589 พวกดีแต่กิน
หยูอี้ซินถูกทำให้โมโหแล้วจริงๆ เมื่อถูกเจ๋ออวิ๋นแย่งที่ดินไปหกแห่ง
ต่อเนื่องกันอย่างนี้ จริงๆ เขาก็ไม่ได้อยากได้ที่ดินผืนนี้มากขนาดนั้น แต่พอได้
ยินว่าเจ๋ออวิ๋นก็ต้องการที่ดินผืนนี้เหมือนกัน เขาจึงคิดอยากจะแย่งเท่านั้นเอง
เดิมทีเขาคิดจะดันราคาให้สูงขึ้นอีก ให้เจ๋ออวิ๋นได้เจ็บตัวสักหน่อย ต่อให้พวก
เขาได้ที่ดินไปก็ดีใจไม่ออก แต่ผลปรากฏว่ากลับเป็นการยกหินขึ้นมาแต่หล่น
ทับขาตัวเองแล้ว
หยูอี้ซินโมโหจนระบายอารมณ์อยู่ในห้องทำงาน บรรดาผู้ชวยกับ
ผู้จัดการใหญ่ที่ไปประมูลด้วยยืนเรียงแถวกันอยู่ ทุกคนไม่กล้าพูดอะไรออกมา
“หลิวอวี่เจ๋อ เห็นได้ชัดว่าเขาพุ่งเป้ามาที่ผม! แค่ปีเดียวก็แย่งที่ดินผมไป
แล้วหกที่ติดต่อกัน เขาทำเกี่ยวกับซอฟแวร์ แล้วจะเอาที่ดินมากขนาดนี้ไปทำ
อะไร!?”
“เจ๋ออวิ๋นประกาศกับภายนอกว่าจะลงทุนกับโปรเจกต์เมืองภาพยนตร์
บริษัทภาพยนตร์เจ๋ออวิ๋นของพวกเขาถ่ายภาพยนตร์ไปแล้วห้าสิบเรื่อง ละคร
โทรทัศน์หกสิบสามเรื่อง ตอนนี้เตรียมจะสร้างเมืองภาพยนตร์ที่รวมความ
บันเทิงครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศครับ” ผู้ช่วยพูด
“คำพูดลอยๆ พวกนั้นเชื่อได้ด้วยเหรอ ก็แค่เว็บไซต์แย่ๆ จะสร้างเมือง
ภาพยนตร์อะไรกัน? โปรเจกต์ความบันเทิงและเกมส์ต้องลงทุนเยอะ กว่าจะ
ทำกำไรก็นาน ต่อให้อวี่เจ๋อมีเงินเยอะก็ไม่ผลาญเงินแบบนี้หรอก”
ผู้อำนวยการสวี่ที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ถึงแม้โปรเจกต์
บันเทิงจะให้ผลตอบแทนช้า แต่ว่าภาพในอนาคตก็ไม่เลวนะครับ ไม่กี่ปีมานี้
หลิวอวี่เจ๋ออาศัยแค่เจ๋ออวิ๋นอินเตอร์เน็ตอย่างเดียวก็กำไรได้พันล้านแล้ว บวก
กับบริษัทภาพยนตร์เจ๋ออวิ๋น เจ๋ออวิ๋นโซเชียลเน็ตเวิร์ค
เว็บไซต์ร้านค้า
ออนไลน์เจ๋ออวิ๋น แทบจะครอบคลุมชีวิตประจำวันของชาวเน็ตหมดแล้ว เรียก
ได้ว่าขอแค่เป็นคนที่เล่นอินเตอร์เน็ตก็ต้องจ่ายเงินให้เจ๋ออวิ๋นทั้งนั้น สำหรับ
เขา การเกื้อหนุนโปรเจกต์นี้ไม่ใช่ปัญหาครับ”
“พวกคุณแต่ละคนรู้จักแค่กลยุทธ์บนแผ่นกระดาษ” หยูอี้ซินโบกมือ
“พอแล้ว อย่ามายืนทื่ออยู่ตรงนี้ มีอะไรที่ควรจะทำก็ไปทำ!”
ทุกคนราวกับได้รับอภัยโทษ ลนลานหนีไปห้องทำงานของตัวเอง
หยูอี้ซินมองคนเหล่านั้นแล้วรู้สึกโมโหมากจริงๆ เขาเลี้ยงพวกนั้นด้วย
เงินเดือนสูงๆ แต่ยิ่งดูก็ยิ่งเหมือนพวกที่ดีแต่กิน จะทำอะไรก็ต้องให้เขาเป็น
กังวล บริษัทใหญ่ขนาดนี้ เรื่องเล็กเรื่องใหญ่เขาก็ต้องจัดการ ถ้าเป็นแบบบนี้
ต่อไปอายุสั้นแน่นอน
ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ลูกสาวคนโตปรึกษากับเขาว่าจะซื้อสโมสรอะไรสัก
อย่างที่ต่างประเทศ ฟังดูแล้วก็น่าสนใจมาก ธุรกิจครอบครัวใหญ่ขนาดนี้ต้อง
มีพวกขี้อิจฉาคอยแทงข้างหลังแน่ อาศัยโอกาสตอนนี้ค่อยๆ ย้ายธุรกิจไปอยู่
ต่างประเทศ อาจจะเป็นกลยุทธ์ที่ดี
ฟังดูเหมือนคิดเพื่อครอบครัว แต่พอได้ฟังเขาก็รู้ว่าเขายังไม่ทันตาย เธอก็
วางแผนคำนวณทรัพย์สมบัติของเขาแล้ว
อย่างไรเสียก็เป็นลูกในไส้เขาเอง แล้วก็เป็นลูกสาวของภรรยาคนแรก
ด้วย แบ่งสมบัติให้เธอมากหน่อยก็เป็นเรื่องที่สมควรทำ แต่ทรัพย์สินส่วนใหญ่
ก็ต้องมอบให้ลูกชายอยู่ดี ลูกสาวพูดแทงใจดำแล้ว แถมยังใช้นามสกุลอื่นอีก
เงินที่เขาหามาได้อย่างยากลำบาก อย่าให้คนอื่นมาเอาเปรียบได้
สิ่งที่ทำให้เขาปวดหัวก็คือลูกชายเพียงคนเดียวที่เขามีกลับไม่สนใจธุรกิจ
ของเขาเลยแม้แต่น้อย เรียนจบมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังทำตัวสำมะเลเทเมา ไม่
ทำเรื่องที่เป็นการเป็นงาน
เขากรดกริ่ง สั่งให้เลขาพาสือเหยียนเข้ามาที่ห้องทำงาน
ตอนที่สือเหยียนเข้ามาบริษัทนั้น เขาก็ได้ส่งคนไปตรวจสอบเธอแล้ว พ่อ
ของเธอเป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย แม่เป็นพนักงานชั้นอาวุโสในบริษัท
นับว่าเป็นครอบครัวปัญญาชน ที่สำคัญคือเด็กสาวคนนี้ฉลาด เข้าใจเรื่อง
ต่างๆ ได้ง่าย เรียนรู้ได้เร็ว แล้วก็มีรักเดียวใจเดียวต่อเทียนอี้ด้วย ถ้าให้เธอมา
ช่วยเหลือจัดการเทียนอี้ เขาก็วางใจที่จะส่งต่อกิจการให้เทียนอี้
หยูอี้ซินเห็นสือเหยียนเข้ามา เธอสวมใส่ชุดสูททั้งตัว มีความสามารถและ
สง่างาม เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมเทียนอี้ถึงไม่ชอบเธอ?
“ท่านประธานหยู เรียกพบฉันเหรอคะ?”
“ช่วงนี้เทียนอี้กำลังทำอะไร?”
สือเหยียนกับหยูอี้ซินมีสัญญาลับบางอย่างต่อกัน เขากำลังฝึกให้เธอ
เป็นลูกสะใภ้ และเธอก็ยินดีมากที่ตัวเองได้อยู่ตำแหน่งนี้ในบริษัท ดังนั้นพอ
เธอเข้ามาแล้วเขาถามถึงสถานการณ์ของเทียนอี้ แต่ไม่ถามการทำงานของ
เธอ เธอก็ไม่แปลกใจเลย