ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 612 ต้องปล่อยมือนะคะ
เธอเห็นสีหน้าที่ตกใจของเขา จึงหัวเราะออกมาทันที “พี่จะทำหน้าแบบ
นั้นทำไมคะ ก็แค่กำชับขึ้นมาลอยๆ เท่านั้นเอง”
อวี่เจ๋อกลับไม่เชื่อว่านี่เป็นสิ่งที่กำชับขึ้นมาลอยๆ “ไม่ใช่ ที่เธอพูดแบบนี้
ต้องมีสาเหตุ”
“ถ้าพี่กลัวแบบนี้ ต่อไปฉันคงไม่กล้าพูดอะไรแล้ว ฉันอยากให้พี่ดูแล
ตัวเองให้ดีเพื่อฉัน กินข้าวให้ดี ฉันพูดไม่ได้เชียวเหรอคะ” อวิ๋นตั่วตำหนิ
อวี่เจ๋อเห็นท่าทางโกรธของอวิ๋นตั่ว จึงรีบพูดว่า “แน่นอนว่าพูดได้ แต่แค่
เธอพูดแบบนี้ขึ้นมาฉับพลัน มันทำให้คนตกใจ เหมือนบอกลาพี่”
“ชายอกสามศอกแบบพี่กลายเป็นคนกังวลกับผลประโยชน์ส่วนตัวแบบ
นี้ตั้งแต่เมื่อไรคะ?”
พอลงมาชั้นล่าง พี่กุ้ยจือก็ยกอาหารขึ้นโต๊ะแล้ว
“ผอ.หลิวทานข้าวแล้วค่อยไปใช่ไหมคะ?” เธอถาม
“แน่นอนครับ ไม่อย่างนั้นก็เป็นการเนรคุณต่ออาหารดีๆ พวกนี้น่ะสิ ถือ
ว่าบาปนะครับ” อวี่เจ๋อพูดขณะมองอาหารดีๆ ที่อยู่เต็มโต๊ะ
พี่กุ้ยจือเห็นเขามีความสุขจึงถามว่า “จะดื่มไวน์สักหน่อยไหมคะ?”
“ดีเลยครับ!” อวี่เจ๋อตอบรับด้วยความยินดี
“ไม่ต้องดีกว่าค่ะ” อวิ๋นตั่วคัดค้าน “อีกสักพักพี่ต้องไปบริษัทนะคะ?”
“ก็ดื่มนิดเดียวเอง เดี๋ยวให้คนขับรถมารับพี่”
อวิ๋นตั่วจนใจ จึงพูดกับพี่กุ้ยจือว่า “รินให้เขานิดเดียวนะคะ”
พี่กุ้ยจือรับปาก แล้วเดินไปที่ห้องหมักไวน์ หยิบไวน์แดงออกมาขวดหนึ่ง
พออวี่เจ๋อเห็นไวน์แดง ก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว “พี่กุ้ยจือ พี่ตาถึงจริงๆ
นะครับ หยิบขวดที่แพงที่สุดออกมาเลย”
“พี่ก็แค่หยิบมาส่งเดชน่ะค่ะ นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าขวดนี้แพงที่สุด หรือจะให้
พี่ไปเปลี่ยนไหมคะ?”
“ไม่ต้องแล้วครับ” อวี่เจ๋อพูด “ยังไงไวน์ก็มีไว้ดื่ม ทีแรกผมคิดจะเอา
ขวดนี้ไว้ดื่มกับอวิ๋นตั่วอยู่แล้ว”
พี่กุ้ยจือเปิดขวดไวน์ แล้วรินใส่ในโถไวน์
อวี่เจ๋อพูดกับอวิ๋นตั่วว่า “ให้พี่กุ้ยจือทำสเต๊กเนื้อให้เธอดีไหม รอให้ทำ
เสร็จไวน์ก็น่าจะได้ที่แล้ว”
“อาหารเยอะขนาดนี้จะทำสเต๊กอีกทำไมคะ ทานของที่อยู่บนโต๊ะนี่
แหละค่ะ”
“ก็ดีเหมือนกัน” เขาคีบเนื้อให้เธอแล้วพูดว่า “ตอนบ่ายเธอจะทำอะไร
เหรอ จะให้พี่เรียกลั่วเสวี่ยมาอยู่เป็นเพื่อนไหม?”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยู่คนเดียวได้”
“ไม่กลัวเบื่อเหรอ?”
“ฉันอยากนั่งอยู่เฉยๆ ค่ะ”
อวี่เจ๋อพยักหน้าแล้วพูดว่า “ก็ได้ แล้วพรุ่งนี้เราจะไปชานเมืองก่อน หรือ
ไปหาพ่อแม่พี่ก่อนดี?”
“ไปทำอะไรคะ?”
“ทำไมเธอลืมอีกแล้วล่ะ เราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไปคุยเรื่อง
แต่งงาน” อวี่เจ๋อมองเธออย่างจริงจังแล้วพูดว่า “อวิ๋นตั่ว เธอไม่เคยคิดจะ
แต่งงานกับพี่เลยจริงๆ เหรอ?”
อวิ๋นตั่วเห็นเขาเคร่งขรึมแบบนี้จึงหัวเราะออกมา “พี่อย่าเคร่งขรึมแบบนี้
ได้ไหม ดูแล้วน่ากลัวนะคะ”
“แล้วทำไมเวลาพี่พูดเรื่องแต่งงาน เธอถึงได้ทำเป็นลืมล่ะ?”
อวิ๋นตั่วก้มหน้ากินข้าวพลางพูดว่า “ฉันตื่นเต้นค่ะ ถ้าพ่อแม่ของพี่ไม่
ชอบฉันจะทำยังไงคะ? เมื่อก่อนนี้ที่เราคบกันพ่อพี่ก็ไม่ชอบ”
“เมื่อก่อนก็ส่วนเมื่อก่อนสิ ตอนนี้ก็คือตอนนี้ หลายปีขนาดนี้แล้ว ในใจ
พวกเขารู้ชัดดีว่าทั้งชีวิตนี้ของพี่ นอกจากเธอแล้วพี่ก็จะไม่แต่งงานกับใคร ถ้า
พวกเขาไม่ยอมรับเธอ ก็ต้องยอมรับให้ได้ว่าลูกชายจะโดดเดี่ยวตลอดชีวิต
บัญชีนี้พวกเขาคำนวณได้ ดังนั้นเธอไม่ต้องกังวลหรอก”
“แต่ว่า ฉันก็ตื่นเต้นอยู่ดีนี่คะ”
“สะใภ้ขี้เหร่ยังไงก็ต้องพบพ่อแม่สามี แล้วเธอก็ไม่ได้ขี้เหร่ด้วย! ” เขา
ปลอบใจเธอ จับมือเธอไว้แล้วพูดว่า “พี่ไม่อยากรอแล้วจริงๆ นะ เธอคิดดูสิ
พวกเราเสียเวลามามากแค่ไหนแล้ว ตอนนี้จับมือเธออยู่ ต่อให้ตายพี่ก็จะไม่
ปล่อยมืออีก”
“ไม่ได้นะคะ ต้องปล่อยมือสิ”
“ทำไมล่ะ?” เขามองเธอด้วยความตกใจ
เธอมองมือตัวเองแล้วหัวเราะ “ถ้าพี่ไม่ปล่อยมือ ฉันจะทานข้าวได้ยังไง
คะ?”
พออวี่เจ๋อเห็นว่าคว้ามือขวาข้างที่เธอจับตะเกียบอยู่ ก็หัวเราะออกมา
โดยไม่รู้ตัว
——————————————————