ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 666 แต่งกับไก่ก็ไปอยู่กับไก่ แต่งกับหมาก็ไปอยู่กับหมา*[1]
อวิ๋นตั่วเลือกหญ้ารกออกมาจากลานบ้านจำนวนหนึ่ง เก็บดอกไม้ป่าจาก
ตีนเขาหลังบ้าน หาขวดเปล่าสองสามใบเพื่อเสียบดอกไม้ไว้ในนั้น แล้วก็วาง
ไว้ในห้อง
ผ่านการตกแต่งเป็นเวลาครึ่งวัน ในบ้านก็สะอาดเปลี่ยนโฉมใหม่แล้ว อวี่
เจ๋อเองก็เหนื่อยจนเหงื่อออกเต็มหน้า อวิ๋นตั่วส่งผ้าขนหนูชุบนํ้าผืนหนึ่งให้เขา
พอเช็ดหน้าก็รู้สึกเย็นทะลุหัวใจ
“ที่นี่ดีจริงๆ ไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศเลย”
ระหว่างขุนเขามีเสียงจักจั่นร้อง ในพงหญ้ามีแมลงร้อง ทั้งสองนั่งอยู่บน
โขดหินใหญ่ริมลำธาร จุ่มเท้าลงในนํ้า ลมระหว่างภูเขาพัดผ่านหน้า รู้สึกเย็น
สบาย
“พวกเราอยู่ที่นี่ต่อไปดีไหม?” จู่ๆ อวี่เจ๋อก็พูดขึ้น
“ได้สิคะ ขอแค่พี่เต็มใจ ฉันก็จะใช้ชีวิตอยู่เป็นเพื่อนพี่ไปตลอด” อวิ๋
นตั่วคล้องแขนอวี่เจ๋อ เอนพิงหัวที่ไหล่เขา
“เธอเต็มใจเหรอ?”
เธอมองเขาอย่างแปลกใจ “ทำไมฉันจะไม่เต็มใจล่ะคะ?”
“พี่นึกว่าเธอจะเป็นห่วงพ่อแม่ แล้วยังมีพี่ชายอีก”
“ถ้าฉันคิดถึงพวกเขา ฉันก็ไปหาพวกเขาได้ ใช่ว่าอาศัยอยู่ที่นี่แล้วจะ
ออกไปจากที่นี่ไม่ได้สักวันนี่คะ แล้วอีกอย่าง แต่งกับไก่ก็ไปอยู่กับไก่ แต่งกับ
หมาก็ไปอยู่กับหมา* พี่ไปอยู่ที่ไหน ฉันก็ไปที่นั่น เป็นเรื่องปกติมากไม่ใช่เหรอ
คะ”
“เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ?” อวี่เจ๋อถาม
“ถ้าฉันคิดถึงพวกเขา ฉันก็ไปหาพวกเขาได้?”
“ไม่ใช่ประโยคนี้” เขาส่ายหน้า
“ใช่ว่าอาศัยอยู่ที่นี่ แล้วจะออกไปจากที่นี่ไม่ได้เลยเหรอ?”
“ไม่ใช่เหมือนกัน ประโยคหลัง”
“แต่งกับไก่ก็ไปอยู่กับไก่ แต่งกับหมาก็ไปอยู่กับหมา?”
เขายิ้ม แล้วบีบจมูกเธอเบาๆ “อายไหมเนี่ย พี่บอกแล้วเหรอว่าจะแต่ง
กับเธอ?”
“พี่ไม่อยากแต่งแล้วเหรอคะ?” เธอเอียงหัวเล็กน้อย เม้มปากยิ้ม “ถ้า
พี่จะมาเสียใจทีหลังก็ไม่ทันแล้วล่ะค่ะ แต่วันนี้อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วค่ะ”
“พี่ไม่อยู่นี่แล้วจะให้อยู่ที่ไหน?”
“พี่จะนอนที่ไหนก็ตามใจสิคะ ยังไงก็นอนในบ้านฉันไม่ได้อยู่แล้ว”
เขาคิดดูแล้วก็พูดว่า “บนภูเขายุงเยอะ ต้องนอนในบ้านสิ”
“ฉันว่านอนข้างนอกก็ดีเหมือนกันนะ ให้ยุงหามพี่ไปเลย”
เพิ่งจะพูดจบ เธอก็ตบหน้าอวี่เจ๋อ อวี่เจ๋อมองเธอด้วยความประหลาดใจ
เธอแบมือตัวเองออก เป็นหลักฐานให้เขาดู “ยุงตัวหนึ่งค่ะ”
อวี่เจ๋อลูบหน้าตัวเอง “ต่อให้เป็นยุงก็ไม่ต้องใช้แรงเยอะขนาดนี้หรอก พี่
ชักสงสัยแล้วว่าเธอล้างแค้นส่วนตัว”
อวิ๋นตั่วยกเท้าขึ้นมา และเดินลุยลำธาร เด็ดดอกไม้ดอกเล็กๆ สองดอก
มาปักไว้ที่ผม แล้วหันไปมองอวี่เจ๋อ “สวยไหมคะ?”
“เหมือนสาวชาวเขาเลย”
“แล้วพี่ชอบไหมคะ?”
“ชอบสิ” เขาเดินเข้ามา เด็ดดอกไม้ป่าหนึ่งกำ ทำเป็นมงกุฏดอกไม้วาง
บนหัวอวิ๋นตั่ว “แบบนี้ยิ่งสวยกว่าเดิม เดี๋ยวพี่ถ่ายรูปให้”
อวิ๋นตั่วหันไปยิ้ม เขาบันทึกรอยยิ้มนี้ไว้ในกล้องโทรศัพท์มือถือของเขา
“เรามาถ่ายรูปคู่กันเถอะค่ะ” อวิ๋นตั่วเสนอความเห็น
อวี่เจ๋อคล้องไล่อวิ๋นตั่ว ทั้งสองมองกล้อง จังหวะที่กำลังจะถ่ายนั้น จู่ๆ อวี่
เจ๋อก็หันหน้าไปหอมแก้มเธอ
อวิ๋นตั่วหยิบโทรศัพท์มาดู แล้วก็หัวเราะออกมา “เบลอแล้วค่ะ!”
“อะไรนะ?” อวี่เจ๋ออารมณ์เสียเล็กน้อย พอรับโทรศัพท์มาดู เบลอ
จริงๆ ด้วย “ไม่ได้ ถ่ายใหม่อีกรูป”
“เวลาถ่ายรูปมืออย่าสั่นสิคะ”
“พี่รู้แล้ว”
“แล้วอย่าซนด้วย”
“รู้แล้วน่า” ปากก็พูดอย่างนั้น แต่ตอนถ่ายก็ยังถือโอกาสตอนอวิ๋นตั่ว
ไม่ระวัง หันหน้าไปจูบอวิ๋นตั่วอีก
อวิ๋นตั่วมองเขาอย่างโกรธเคือง “บอกแล้วไงคะว่าอย่าซน เบลออีกแล้ว
แน่ๆ”
อวี่เจ๋อหยิบมาดู แล้วยิ้มอย่างพอใจ “ไม่เบลอ เธอดูสิว่าไม่เบลอ!”
[1]
แต่งกับไก่ก็ไปอยู่กับไก่ แต่งกับหมาก็ไปอยู่กับหมา* อุปมาว่า
แต่งงานกับใครแล้วไม่ต้องวอกแวก ติดตามอยู่ด้วยกันตลอดไป
———————————————————
——-