ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 669 เกิดเรื่องซุบซิบ
“ฉันไม่คิดแบบนั้น สอนหนังสือดีหรือเปล่าต้องดูว่านักเรียนของเขา
ก้าวหน้าแค่ไหน แบบนี้ถึงเป็นมาตรฐานในการประเมินผลงานของอาจารย์ ดู
จากมาตรฐานแล้วหลิวอวี่เจ๋อไม่ใช่ครูที่ดี อย่างน้อยก็จนถึงตอนนี้ยังไม่มีคน
เก่งๆ ออกมาบอกว่าเป็นนักเรียนของหลิวอวี่เจ๋อเลย” อวิ๋นตั่วพูดเบาๆ
คุณอาพัดรู้สึกว่าอวิ๋นตั่วพูดมีเหตุผล “ไม่เลวๆ มีเหตุผล!”
“แต่ฉันกลับคิดอีกแบบ อาจารย์รับเข้าสำนัก การบำเพ็ญตบะต้องอาศัย
ตัวเอง อาจารย์เก่งกาจแค่ไหน แต่ลูกศิษย์ไม่รักดีก็ไม่สามารถบรรลุเป็นเซียน
ได้” เสี่ยวหย่าพูดบ้าง
อวี่เจ๋อพยักหน้าลง “มีเหตุผล!”
เขารู้สึกเหมือนต้นขาตัวเองถูกหยิกอย่างแรง เจ็บจนต้องหรี่ตาลง
“พี่หลิว เป็นอะไรครับ?” เสี่ยวซานเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทางแปลกๆ ของ
เขา
“เปล่าๆ แค่กินถูกพริกน่ะ เผ็ดไปหน่อย” พูดไปก็หันมองอวิ๋นตั่วไปด้วย
แต่อีกฝ่ายกลับทำท่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่งกินเกี๊ยวต่อไป
“เผ็ดก็กินข้าวหน่อย รสเผ็ดจะได้จางลง” แม่ของเสี่ยวซานบอก
แม่ของเสี่ยวซานคีบเกี๊ยวสองสามชิ้นใส่ถ้วยของอวี่เจ๋อ
“กินไม่ไหวแล้ว” อวิ๋นตั่วว่า
“อย่าให้สิ้นเปลืองน่า เอามาให้พี่ก็ได้”
อวี่เจ๋อพูดไปก็เอาถ้วยขอ
งอวิ๋นตั่วมา แล้วกินเกี๊ยวที่เหลือในถ้วยของเธอ
คุณอาถือพัดนั้นเห็นว่าอวี่เจ๋อถึงขั้นกินของเหลือจากคนอื่นก็คิดว่าคงทำ
ธุรกิจได้ไม่เท่าไหร่ เขาจึงเดินโบกพัดกลับออกไป
เมื่อกินข้าวเสร็จ ฟ้าก็มืดแล้ว ท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยดวงดาว หลายคนย้าย
ม้านั่งในบ้านมานั่งตากลมคุยกันที่หน้าบ้าน
วันนี้หน้าบ้านของเสี่ยวซานคึกคักเป็นพิเศษ น่าจะเพราะมีแขกมา กิน
ข้าวเสร็จ คุณอาถือพัดก็เอาเรื่องที่ว่ามีแขกพิเศษมาบ้านของอาเซี่ยวไห่ไป
บอกคนอื่น ท่ามกลางคำบรรยายว่าคนคนนี้ไม่มีนํ้าใจ เจอคนไม่หยิบยื่นบุหรี่
ให้ รู้ว่าจบจากมหา‟ลัย C แต่นี่ก็เป็นเหมือนเครื่องหมายของอารยธรรม เขา
แค่จับมือ ไม่ให้บุหรี่ คุณอาพัดบอกกับคนอื่นแบบนั้น
ได้ยินว่าทำธุรกิจ
อินเตอร์เน็ต แต่ก็ไม่ได้รํ่ารวย กินของเหลือจากคนอื่น สมัยนี้ในหมู่บ้านยังไม่มี
แล้วคนที่กินของเหลือคนอื่น
ภายใต้คำโฆษณาของคุณอาพัด หน้าบ้านของเสี่ยวซานก็มีคนมา
ล้อมรอบ อยากเห็นคนที่แตกต่างจากคนทั่วไปที่ว่า
“พ่อหนุ่มคนนี้หน้าตาหล่อเหลาจริงๆ ไม่เคยเจอใครที่หล่อแบบนี้มาก่อน
เลย” ชายสูงอายุคนหนึ่งพูด
“เรียนคอมพิวเตอร์ อยู่มหา‟ลัยเดียวกับเสี่ยวหย่าใช่ไหมน่ะ?”
“ไม่ใช่ ดีกว่ามหา‟ลัยของเสี่ยวหย่าเยอะเลย”
“อ๋อ งั้นเป็นแฟนของเสี่ยวหย่าสินะ”
“ไม่ใช่ เป็นแฟนของอวิ๋นตั่วต่างหาก”
“อวิ๋นตั่ว ผู้หญิงคนที่มาส่งเสี่ยวซานตอนแรกน่ะ”
“อ่อ ว่าแล้วเชียว ตอนแรกที่เห็นก็ว่าอวิ๋นตั่วนี่ไม่ธรรมดาแล้ว แต่ว่านะ
สองคนนี้ยืนด้วยกันแล้วเหมาะสมกันจริงๆ เป็นกิ่งทองใบหยกเลย”
จริงอยู่ที่สุดท้ายแล้วแฟนของอวี่เจ๋อเป็นใครก็ได้รับการแก้ไขให้ถูกต้อง
แต่ก็ยังมีคุณยายที่หูไม่ดี ตาไม่มีแวว ไม่เข้าใจอะไร
ยืนยันว่าเรียน
คอมพิวเตอร์ก็ต้องหาคนเรียนคอมพิวเตอร์เหมือนกัน
พวกเธอคุยกันเองว่า “อย่าไปฟังอาเซี่ยวไห่พูดจาเรื่อยเปื่อยเลย เขาเห็น
ว่าเสี่ยวหย่าอายุยังน้อย ก็เลยไม่อยากยอมรับว่าคบกันกับเธอน่ะสิ จริงๆ เขา
เป็นแฟนของเสี่ยวหย่าต่างหาก”
กินข้าวมื้อเดียวก็เกิดเรื่องซุบซิบออกมาแล้ว อวิ๋นตั่วไม่พอใจจริงๆ
ระหว่างทางกลับเธอจึงหน้าบึ้งไปตลอดทาง
ถนนสายเล็กๆ ในหมู่บ้านชนบทไม่มีไฟริมถนน อวี่เจ๋อเปิดไฟฉายจาก
โทรศัพท์ เดินอยู่ข้างตัว “ทำไมจู่ๆ ถึงเงียบไปล่ะ?”
“พี่ไม่ได้ยินที่พวกเขาพูดเหรอคะ? ที่บอกว่าพี่เป็นแฟนของเสี่ยวหย่า”
คำบอกที่ทำเอาอวี่เจ๋อหลุดหัวเราะ “อย่าพูดเลย พวกเขาตลกจริงๆ
สมองกลับแล้วมั้ง พี่เป็นแฟนเสี่ยวหย่า แต่อยู่กับเธอเนี่ยนะ?”