ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 672 ความรู้สึกประสบความสำเร็จ
เจ้าของร้านเอากุ้งที่เหลือมาชั่ง ชั่งได้หนึ่งกิโลกว่าๆ ก่อนจะหันมาพูด
กับอวิ๋นตั่วอย่างกว้าง “หนึ่งกิโลกับอีกห้าสิบกรัมก็ถือเป็นเงินเป็นทอง งั้นก็
คิดเป็นหนึ่งกิโลห้าสิบกรัม ทั้งหมดห้าสิบสี่หยวนหกเหมา*”
“หกเหมาก็ยังจะคิดอีกเหรอคะ? ตัดออกเป็นห้าสิบสี่หยวนเถอะค่ะ ได้
ไหม”
“ไอหยา ผู้หญิงคนนี้ ต่อเก่งจริงๆ! ก็ได้ ห้าสิบสี่ก็ห้าสิบสี่”
ได้ยินแบบนั้น อวิ๋นตั่วก็เชื่อเข้าไปเต็มๆ รู้สึกเหมือนตัวเองได้รับชัยชนะ
ยิ่งใหญ่ ดีใจสุดๆ ไปเลย!
หลังจากซื้อกับข้าวเสร็จ ทั้งสองก็ขี่จักรยานกลับ และคนขี่ก็ยังคงเป็นอวี่
เจ๋อ โดยมีอวิ๋นตั่วนั่งซ้อนอยู่ข้างหลัง วางอาหารไว้ในตระกร้าที่อวิ๋นตั่วสะพาย
ไว้
พอถึงหน้าบ้านก็เห็นเสี่ยวหย่าถือคอมพิวเตอร์ยืนอยู่ ท่าทางเหมือนรอ
พวกเขามานานแล้ว พอเห็นพวกเขากลับมา ก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา
“พี่หลิว ฉันมีคำถามอยากถามหน่อยน่ะค่ะ พอดีเวลาไหมคะ?”
“ตอนนี้เกรงว่าจะไม่ได้นะ พี่ต้องทำกับข้าวน่ะ”
ผ่านไปแค่ข้ามคืน จากคุณหลิวก็กลายเป็นพี่หลิวแล้ว อวิ๋นตั่วได้ฟังแบบ
นั้นก็รู้สึกอึดอัดใจ แต่เพื่อแสดงความใจกว้างและมีนํ้าใจ บวกกับมิตรภาพที่มี
กับครอบครัวของเสี่ยวซาน เธอจะโมโหก็ไม่ได้
เธอทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วพูดบอก “ฉันทำเองค่ะ พี่ช่วยเสี่ยวหย่าดูเถอะว่า
มีอะไรไม่เข้าใจ จะได้ช่วยอธิบายให้ เสี่ยวหย่า เดี๋ยวอยู่กินข้าวด้วยกันนะ
วันนี้ฉันซื้อกุ้งมาด้วย!”
อวี่เจ๋อมองอวิ๋นตั่วที่หัวเราะคิกคักถือตระกร้าเข้าห้องครัวแล้วก็รู้สึกว่า
เด็กนี่โง่จริงๆ
พอได้ยินอวิ๋นตั่วบอกแบบนั้น เสี่ยวหย่าก็ดีใจสุดขีด หอบโน๊ตบุ๊คขยับเข้า
มาตรงหน้าอวี่เจ๋อ พลางบอก “พี่หลิว เราเข้าบ้านกันเถอะค่ะ”
อวิ๋นตั่วโผล่หน้าออกมาจากห้องครัวเงียบๆ เห็นอวี่เจ๋อถูกเสี่ยวหย่าดึง
เข้าบ้านไปแล้วก็แอบรู้สึกอึดอัดในใจ ปากก็พึมพำ “อะไรของฉันเนี่ย มี
ปัญหาอยากให้สอนอะไรกัน เห็นๆ ว่ามีเจตนาแฝง แถมยังให้เขาอยู่กินข้าว
ด้วยไปอีก เอาจุ่มนํ้าไปเลยไป!”
แต่จู่ๆ ก็คิดว่าตัวเองคิดมากเกินไปหรือเปล่า บางทีฝ่ายนั้นอาจจะมีอะไร
อยากขอคำแนะนำจริงๆ ก็ได้ จริงอยู่ที่หน้าตาหลิวอวี่เจ๋อจะชวนให้คนหลงรัก
ตั้งแต่แรกพบ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกพบนี่น่า ผักกาดหัว
ผักกาดต่างก็มีความรักเป็นของตัวเอง บางทีเสี่ยวหย่าอาจจะไม่ได้ชอบแบบนี้
ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่ใช่ว่าเธอจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวหรอกเหรอ?
อวิ๋นตั่วล้างผักไป ในหัวก็คิดวนไปวนมาไม่หยุด
สักพักผ่านไปก็คิดว่าโบราณว่าไว้ถูกแล้ว ปรารถนาจะได้รับความสนใจ
จากโจวหลาง จึงมักจะทำผิดอยู่เสมอ ถ้าเสี่ยวหย่าไม่มีความพยายามจะมา
ยืนรอที่หน้าประตูตั้งแต่เช้าแบบนี้เหรอ?
คิดไปคิดมา อวิ๋นตั่วก็ยังไม่สบายใจ ว่ากันว่าผู้หญิงตามจีบผู้ชายน่ะแค่
เส้นด้ายกั้น เสี่ยวหย่าเรียนคอมพิวเตอร์ ต้องสื่อสารภาษาเดียวกันอยู่แล้ว ถ้า
คุยกันไปคุยกันมาแล้วติดไฟขึ้นมา ตัวเองยังมาทำอาหารให้พวกเขาอยู่ในครัว
แบบโง่ๆ แบบนี้ ไม่ใช่เหมือนเป็นคนโง่ที่หนึ่งของโลกไปเลยเหรอ?
ไม่ได้แล้ว ต้องเข้าไปดูสักหน่อยว่าพวกเขาทำอะไรกันแน่
แต่จะให้บุ่มบ่ามเข้าไปก็คงไม่เข้าท่า เพราะแบบนั้นเธอจึงใช้ความฉลาด
ของตัวเอง เข้าไปในบ้านโดยใช้ข้ออ้างไปหากรรไกร
พอเข้าไปในบ้านก็เห็นทั้งสองคนนั่งเคียงกันอยู่ เสี่ยวหย่าแทบจะตัวติด
กับอวี่เจ๋ออยู่แล้ว อวิ๋นตั่วจงใจเดินเข้าไปข้างหลังทั้งสองคนแล้วถามอวี่เจ๋อว่า
“เห็นกรรไกรไหมคะ?”
ประโยคนี้สำหรับอวี่เจ๋อก็เหมือนบอกว่าที่นี่ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง เขา
มองความคิดของเธอออก แต่ในเมื่อเธออยากแสดง เขาก็จะแสดงด้วย
เขาชี้เข้าไปในห้อง “น่าจะอยู่ในห้องนะ ลองไปดูสิ”
อวิ๋นตั่วไม่พอใจ รู้ว่าอยู่ในห้อง แต่ลุกไปเอามาให้ไม่ได้เลยเหรอ? หรือว่า
คุยกันถูกคอจนตัดใจลุกไปเอาให้ไม่ได้
อวิ๋นตั่วเดินเข้าไปในห้องด้วยความไม่พอใจ แล้วก็เห็นกรรไกรอยู่ในตู้ ถึง
จะเห็นอยู่ตรงหน้า แต่ก็ยังอืดอาดอยู่ในห้องต่อ เดินเอื่อยๆ ไปจนถึงหน้า
ประตู ชะโงกหน้าออกมา ใช้หูแนบผนัง ภาษาเทคนิคพวกนั้น เธอฟังไม่เข้าใจ
เลยสักนิด
เหมา* เป็นสกุลเงินของจีน 1 เหมามีค่าประมาณ 0.5 บาท
ที่นี่ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง** คนที่ทำอะไรผิดสังเกตจนคนอื่นเดาออก
ว่าซ่อนของมีค่าไว้
———————————————————
—-