ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 674 เสียงร้องของจักจั่นในฤดูร้อน
อวี่เจ๋อเดินออกจากครัวโดยไม่หันหน้ากลับไปมอง
อวิ๋นตั่วไม่ใช่แค่ร้อนใจกับความโกรธของเขา กลับรู้สึกว่าคนๆ นี้กำลัง
สร้างสถานการณ์ตบตาเสียด้วยซํ้า “ถูกฉันมองออกแน่ๆ เป็นสุนัขจนตรอก
แล้ว!”
เธอยกซุปไข่ออกไป เห็นเสี่ยวหย่ากับเสี่ยวซาน แล้วก็อวี่เจ๋อกำนั่งนั่ง
หัวเราะพูดคุยกันข้างนอก คิดๆ ดูเมื่อกี้เขายังโกรธเธออยู่เลย พอออกมาก็
หัวเราะหน้าบานแบบนี้ ถ้าไม่ใช่มีแผนการณ์ในใจแล้วจะเป็นอะไรไปได้?
เธอวางซุปไข่ไว้บนโต๊ะ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุยอะไรกันคะ อารมณ์ดี
เชียว?”
“พี่หลิวกำลังบอกผมพอดีเลยครับ ว่ากินข้าวเสร็จจะไปจับจักจั่นกัน?
พี่อวิ๋นตั่วไปไหม?”
“จักจั่นจับยังไงเหรอ แต่ละตัวที่ไต่อยู่บนต้นไม้ พอคนเข้าใกล้มันก็บิน
หนีแล้ว”
“หยิบไม้ไผ่มาหนึ่งด้าม แล้วเสียบตาข่ายอันหนึ่งไว้ที่หัวไม้ พอเห็น
จักจั่น ก็ยกไม้ไผ่ขึ้นเอาตะข่ายย้ายมันออกไปก็ได้แล้วครับ จักจั่นของที่นี่มี
เยอะกว่าจักจั่นธรรมดาอีก มันตัวใหญ่กว่าจักจั่นเยอะเลย ไม่กี่วันก่อนผมจับ
ได้ครึ่งถุงแน่ะ”
“เธอจับพวกมันมาทำอะไร?”
“เด็ดปีกมันออก แล้วแบ่งเป็นสองท่อน เอาท่อนล่างให้ไก่กิน แล้วเอา
ส่วนบนไปทอดในกระทะนํ้ามัน โรยพริกป่นลงไปก็อร่อยแล้วครับ ถ้าพี่สนใจ
ตอนกลางคืนก็เข้าไปในป่าแล้วหาจักจั่นที่เพิ่งลอกคราบก็ได้นะครับ มันจะตัว
สีขาวอ่อนนุ่ม ถ้าเก็บแบบนี้มาก็จะกินได้ทั้งตัวเลย ใส่นํ้ามันในกระทะแล้ว
ทอด กรอบนอกนุ่มในอร่อยมากๆ มีคุณค่าทางสารอาหารเยอะด้วย”
“เหรอ?” อวิ๋นตั่วฟังจนนํ้าลายไหล “งั้นตอนบ่ายพวกเราไปจับกัน
เถอะ”
“พี่อวิ๋นตั่วอย่าไปฟังเขาพูดเหลวไหลเลยค่ะ ของแบบนี้คนที่ชอบก็บอก
ว่าอร่อย ส่วนคนที่ไม่ชอบก็รู้สึกสะอิดสะเอียน ลองคิดดูสิคะ ยังไงเจ้าตัวนั้นก็
เป็นหนอน คนกินหนอนน่าสะอิดสะเอียนไหมล่ะ? แล้วลองคิดถึงเสียงร้อง
ของจักจั่นในฤดูร้อนสิ มันให้ความรู้สึกถึงบทกวีบ้านทุ่งขนาดไหน พวกเธอ
กลับจะกินมัน ไม่รู้สึกว่าโหดร้ายไปเหรอ?”
“มีอะไรโหดร้ายกัน พี่ก็แสร้งทำเป็นมีคุณธรรมสูง ในหนึ่งปีมีจักจั่นมาก
ขนาดนั้น พวกเรากินนิดหน่อยจะเป็นอะไรไป? ถ้ากินจักจั่นแล้วโหดร้าย ถ้า
อย่างนั้นพี่ก็ไม่ต้องกินกบ กุ้ง ปลา ไก่ ไม่ต้องกินสิ่งมีชีวิตอะไรทั้งนั้นแหละ ผม
หาจากอินเตอร์เน็ตแล้ว มีแมลงหลายชนิดที่กินได้ แถมยังอุดมไปด้วยโปรตีน
อีก กินแล้วร่างกายแข็งแรง” พอพูดถึงตรงนี้เสี่ยวซานก็ตั้งใจมองไปที่อวิ๋นตั่ว
“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันดีกับผู้หญิง กินแล้วจะสวยและดูอ่อนเยาว์”
“จริงเหรอ?” อวิ๋นตั่วเริ่มฟังเสี่ยวหย่าพูด ยังรู้สึกนิดหน่อยว่าไม่ควร แต่
พอได้ยินว่าทำให้สวยและหน้าเด็ก ก็รู้สึกว่าช่างมันเถอะ
พอกินข้าวเสร็จ เก็บถ้วยชามเสร็จ เธอก็ขึ้นเขาไปจับจักจั่นกับเสี่ยวซาน
เสี่ยวซานแบกลำไม้ไผ่เดินอยู่หน้าสุด อวิ๋นตั่วตามหลังอยู่ติดๆ รองลงมา
คืออวี่เจ๋อ และเสี่ยวหย่าเดินอยู่หลังสุด
ยิ่งเดินเข้าไปในภูเขา เสียงจักจั่นร้องก็ยิ่งดังขึ้น เสี่ยวซานอยู่ใต้ต้นไม้ต้น
หนึ่ง ทำสัญญาณบอกว่าให้เบาๆ แล้วทุกคนก็เดินช้าลงโดยสัญชาตญาณ
อวิ๋นตั่วเงยหน้าขึ้น เห็นใต้กิ่งไม้กิ่งหนึ่งบนต้นไม้ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีจักจั่น
สิบกว่าตัวในรวดเดียว อดตื่นเต้นไม่ได้ “เยอะขนาดนี้ พวกเราจะเก็บเกี่ยวได้
เยอะตอนนี้เลยใช่ไหม?”
“อย่าเพิ่งดีใจเร็วเกินไปครับ พวกมันจะติดกับดักหรือเปล่าก็ยังบอก
ไม่ได้?”
เห็นเพียงเสี่ยวซานยกด้ามไม้ไผ่ขึ้น ปากตาข่ายโผไปที่จักจั่น จักจั่นตัว
หนึ่งก็กางปีกออก บินเข้าไปในตาข่าย เสี่ยวซานเก็บด้ามไม่ไผ่ นำจักจั่นในนั้น
ออกมา
อวิ๋นตั่วใช้มือเด็ดปีกข้างหนึ่งของมัน จักจั่นตัวนั้นพยายามจะกระพือปีก
ต้องการจะบินหนี
“พี่อวิ๋นตั่ว พี่เด็ดปีกมันทิ้งสิครับ ไม่อย่างนั้นมันจะบินหนีจริงนะ”
อวิ๋นตั่วเชื่อฟัง พอเด็ดปีกทิ้งแล้ว ก็ใส่เข้าไปในถุงพลาสติก
———————————————————
———