ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 701 ว่าที่นายหญิงมาทำงาน
เหยาจุนร้องทุกข์อยู่ในใจ ให้ความเสมอภาคเหรอ เขาให้ความเสมอภาค
ได้ด้วยเหรอ? ถึงแม้เธอจะพูดอย่างจริงใจ แต่ผอ.หลิวจะคิดยังไง? ถ้าเกิด
เขาระเบิดอารมณ์กับเธอ ใครจะรู้ว่าเบื้องบนจะคิดยังไง ภรรยาของตัวเองถูก
ผู้ใต้บังคับบัญชาด่า เขาจะยอมรับอย่างใจเย็นได้เหรอ? ถึงแม้เขาจะใจกว้าง
ไม่คิดเล็กคิดน้อย แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาจะไม่มีจุดดำในหัวใจเหรอ?
“อวิ๋นตั่ว ฝ่ายข่าวสังคมมันลำบากมากเลยนะครับ” เขาอยากให้เธอ
ตกใจ แต่พอมาคิดๆ ดู ผู้หญิงที่เคยเป็นปาปารัสซี่ เคยเป็นสายลับ เขาคงไม่
สามารถทำให้เธอตกใจได้หรอก
แล้วอวิ๋นตั่วก็ยิ้มแบบไม่เห็นด้วยจริงๆ “ปลายทางของความลำบากคือ
ความหอมหวานนะคะ”
“ไม่เลวครับ ถ้าคนในฝ่ายสังคมคิดได้แบบคุณคงจะดีมาก! ” เหยาจุน
ว่าพลางลุกขึ้นยืน แล้วพูดกับอวิ๋นตั่วว่า “ผมจะพาไปทำความรู้จักเพื่อน
ร่วมงานในฝ่ายสังคม”
ฝ่ายสังคมถ้าไม่รวมคนที่ทำงานข้างนอก มีทั้งหมดสามสิบห้าคน พอได้
ยินว่าเตรียมรับนายหญิงมาทำงาน ทุกคนต่างก็มีสีหน้าตกตะลึง ที่นี่ยังมี
เพื่อนเก่าของอวิ๋นตั่วสองคนก็คือกู่เลี่ยงกับฉงหรง
สำหรับกู่เลี่ยงแล้ว เขาดีใจมากที่จะได้เป็นคู่หูกับอวิ๋นตั่วอีกครั้ง แต่ปาก
กลับไม่ได้พูดออกไปแบบนั้น “เป็นคุณนายหลิวดีๆ ไม่ดีหรือไง มาทำอะไรที่นี่
กัน?”
“นํ้าเสียงนายนี่ไม่ต้อนรับกันสักนิดเลยใช่ไหม?”
“เธอคิดว่าตัวเองได้รับนิยมมากหรือไง คิดว่าตัวเองเป็นคุณนายหลิว
แล้วยังมาอยู่กับเราแบบนี้ ทุกคนจะไม่อึดอัดเหรอ?”
“ฉันไม่รบกวนพวกนายหรอก จะมีอะไรให้อึดอัดล่ะ?”
“อย่าไปฟังเขาพูดเรื่อยเปื่อยเลย ตั้งแต่เข้ามาเจ๋ออวิ๋น คำพูดติดปากเขา
คือคิดถึงตอนที่เป็นคู่หูกับอวิ๋นตั่ว” ฉงหรงว่า
พิธีต้อนรับดำเนินไปไม่นานทุกคนก็แยกย้ายไปทำงาน คนทั้งสามสิบห้า
คนจะต้องตรวจสอบจำแนกข่าวที่จะอัพโหลดทุกวัน จากนั้นถึงจะปรากฎบน
แพลตฟอร์มได้ จากนั้นก็จะทำการส่งข่าวจำนวนหนึ่ง และยังมีคนอีกส่วนหนึ่ง
ที่จะทำการคัดเลือกข่าวโทรทัศน์ ถึงแม้ไม่ต้องไปทำข่าวเอง แต่ก็ยุ่งพอสมควร
อวิ๋นตั่วยังไม่คุ้นเคยกับงานที่นี่ เธอจึงทำได้แค่งานเสิร์ฟนํ้าเสิร์ฟนํ้าชา
เท่านั้น ว่าที่นายหญิงเอานํ้ามาเสิร์ฟให้ตัวเองก็ทำเอาทุกคนตกใจแทบแย่ เธอ
ยกนํ้าไปที อีกฝ่ายก็อยากจะลุกขึ้นทำความเคารพแทบแย่
วันแรกอวิ๋นตั่วทำความเข้าใจกับฝ่ายข่าวสังคมแล้วคิดว่าในสถานการณ์
แบบนี้
เหยาจุนไม่มีทางยอมให้เธอสร้างคอลัมน์ข่าวใหม่แน่นอน
ยก
เว้นเสียแต่ว่าเธอจะจัดการปัญหากำลังคนเอง
ก่อนจะเลิกงานอวิ๋นตั่วนัดฉงหรงกับกู่เลี่ยงไปกินข้าวเย็น ถือเป็นการ
รวมตัวกันของเพื่อนเก่า แน่นอนว่าหมายความว่าอยากดึงพวกเขามาร่วมงาน
ด้วย
ทั้งสองคนฟังความตั้งใจของเธอแล้วก็ไม่เข้าใจอยู่ดี “เราอยู่แบบนี้ก็ดี
อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ต้องออกไปสัมภาษณ์ทำข่าวก็สามารถส่งข่าวให้ผู้คนได้
ตั้งเยอะ
“ข่าวเยอะน่ะใช่ แต่คุณภาพล่ะ? ที่เราต้องทำคือข่าวที่มีคุณภาพ ไม่ใช่
เป็นชิ้นส่วนแบบคนอื่นว่าก็ว่าตามกันไป แบบนั้นมันเรียกว่าเอาของคนอื่นมา
เป็นของตัวเอง ไม่ได้เรียกว่าข่าว”
“แต่เธอก็เห็นนี่ว่ากำลังคนของเราไม่พอ คนเล่นเน็ตส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น
พวกเขาสนใจข่าวบันเทิงมากกว่า เธอก็เห็นว่าเว็บไซต์วีดีโอก็มีการทำข่าว
บันเทิงของตัวเองแล้ว ไม่มีบริษัทไหนทำข่าวสังคมเลยสักที” กู่เลี่ยงว่า
ฉงหรงพยักหน้า บอกให้รู้ว่ากู่เลี่ยงพูดถูก
“ฉันอยากทำคอลัมน์ข่าวสังคมออนไลน์ที่แรก พวกเธอยินดีจะช่วยฉัน
หรือเปล่า?”
กู่เลี่ยงกับฉงหรงมองหน้ากันไปมา ถึงกับออกความเห็นไม่ออกไป
ชั่วขณะ
“เราสามคนน่ะเหรอ?” กู่เลี่ยงรู้สึกว่ากำลังยังไม่พอ
“ฉันจะไปหาคนเพิ่ม”
“เกรงว่าจะยากนะ เพราะทุกคนค่อนข้างสงสัยกับความน่าเชื่อถือของ
ข่าวออนไลน์น่ะ”น
“เพราะอย่างนั้นสิ่งที่ฉันจะทำก็คือการให้โอกาสด้านบวกกับข่าว
ออนไลน์สักครั้ง”