ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 750 พวกเธอไม่รู้สึกเจ็บปวดมโนธรรมหรือไง
พอดื่มหมดหนึ่งแก้ว อวิ๋นตั่วก็ถามว่า “เป็นยังไงบ้าง?”
กู่เลี่ยงขมวดคิ้ว “เอาไวน์นี้มาให้ฉันดื่ม เสียของแท้ๆ เลย ฉันดื่มไปก็ไม่รู้
หรอกว่าดีหรือไม่ดี สำหรับฉัน มันมีประโยชน์อย่างเดียวคือสามารถเอาไปคุย
โม้ได้ว่าฉันก็เคยดื่มไวน์ที่แพงที่สุดในโลกนี้มาแล้ว”
กู่เลี่ยงพูดจบ แล้วก็ดื่มอีกอึก “ดังนั้นถ้าจะให้ฉันพูด ในชีวิตคนเราทำ
เรื่องอะไรได้บ้างล้วนเป็นสิ่งที่ถูกลิขิตไว้แล้ว ก็เหมือนรสนิยมของคน เธอลอง
คิดดูสิ เธอให้ซูชิราคาห้าพันหยวนกับคนอย่างฉัน ฉันกินแล้วยังไงต่อล่ะ? ก็
ต้องรู้สึกว่าตัวเองโดนหลอกแล้วแน่นอน ต้องบุกเข้าไปทำลายร้านเขาแน่ๆ แต่
สำหรับคนที่เข้าใจมัน กลับยินดีจองที่นั่งล่วงหน้าก่อนหลายเดือน รอให้วัน
หนึ่งมาถึง รอจนถึงวันนี้ ยังต้องใส่เสื้อผ้าสวยหรูมาเข้าร่วมการปราชุม อย่าง
กับฉลองเทศกาล”
กู่เลี่ยงพูดจาขัดแย้งกันเอง พูดไปด้วยลิ้มรสไวน์แดงไปด้วย ยิ่งพูดคำพูด
ก็ยิ่งไม่สัมพันธ์กัน เหมือนเขาถูกทำให้สะเทือนอารมณ์แล้วจริงๆ เป็นคน
เหมือนกัน ทำไมถึงต่างกันมากขนาดนี้ล่ะ?
ตอนที่พี่กุ้ยจือออกมาอีกรอบ กู่เลี่ยงก็เมาล้มอยู่บนโซฟาแล้ว เขากำลัง
กอดหมอนไว้ในมือ ปากก็กำลังตัดพ้อถึงความไม่ยุติธรรมของตัวเอง “สบาย
จริงๆ โซฟาชุดนี้ของพวกเธอต้องซื้อบ้านฉันได้หลังหนึ่งแน่ๆ พวกเธอไม่รู้สึก
เจ็บปวดมโนธรรมหรือไง?”
พี่กุ้ยจือมองอวิ๋นตั่วโดยไม่พูดอะไร
“เขาดื่มจนเมาแล้วค่ะ หาผ้าห่มไหมพรมมาสักผืนเถอะค่ะ ช่วยห่มให้
เขาด้วย”
พี่กุ้ยจือเอาผ้าห่มไหมพรมมาผืนหนึ่งตามที่บอก กู่เลี่ยงกำลังเรอพอดี
กลิ่นเหล้าปะทะเข้าหน้าพี่กุ้ยจือ พี่กุ้ยจือจ้องเขาอย่างไม่พอใจมาก
อวิ๋นตั่วมองท่าทางของพี่กุ้ยจือ แล้วก็อดหัวเราะไม่ได้
พี่กุ้ยจือบ่นว่า “ยังหัวเราะอีกนะ ถ้าผอ.หลิวกลับมาแล้วได้กลิ่นเหล้า
เต็มบ้าน คงจะโมโหนะคะ”
“พี่เก็บกวาดตรงนี้ด้วยนะคะ ฉันจะไปพักผ่อนแล้ว”
“แล้วเขาล่ะคะ ปล่อยให้เขานอนแบบนี้เหรอ?”
“ไม่อย่างนั้นจะทำยังไงได้คะ เราสองคนจะพาเขาเข้าห้องไหวเหรอ
?
ช่างเขาเถอะค่ะ ฉันว่าให้เขานอนโซฟาก็ดีอยู่แล้ว”
กู่เลี่ยงนอนหลับอยู่บนโซฟาอย่างสบายมากจริงๆ ตอนตื่นมายังคิดเลย
ว่า สมแล้วที่เป็นโซฟาของคนรวย สบายกว่าเตียงที่บ้านพวกเขาอีก เขาทำใจ
ลุกขึ้นมาไม่ไหวแล้ว แต่หลังจากตื่นก็พบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้น่าผ่อนคลาย
ขนาดนั้น
เขาเห็นอวิ๋นตั่วนั่งอยู่ตรงหน้า ปล่อยผมสยายประบ่า ดูเหมือนผีไม่มีผิด
เขาตกใจจนลุกขึ้นนั่ง และถามว่า “เธอทำท่าทางแบบนี้ทำไม?”
อวิ๋นตั่วหัวเราะเยาะเขา หัวเราะเหมือนผู้หญิงบ้า “นายรู้ไหมว่าตัวเอง
หลับไปนานแค่ไหนแล้ว?”
“นานเท่าไรล่ะ?” เขาถามกลับอัตโนมัติ
“หนึ่งคืนกับอีกครึ่งวัน ตอนนี้เที่ยงแล้วนะ”
“ฉัน…ฉันเมาเหรอ?”
อวิ๋นตั่วพยักหน้า “เมาแล้ว เมาจนไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินตํ่าด้วย”
“หมายความว่ายังไง ฉันทำเรื่องที่ไม่ควรลงไปเหรอ?”
“ส่วนเรื่องที่ว่านายทำอะไรลงไป ร้ายแรงหรือไม่ ก็ต้องดูความประพฤติ
นายต่อจากนี้แล้ว”
กู่เลี่ยงแอบบ่นในใจ รู้แต่แรกแล้วว่าไวน์ขวดนั้นไม่น่าดื่ม เขาตบปาก
ตัวเองอย่างอดไม่ได้ “ใครให้แกตะกละ! บอกมาเถอะ เรื่องอะไร?”
“รู้จักเก๋อต้าเฉิงที่เป็นปรมาจารย์ชี่กงไหม?”
กู่เลี่ยงพยักหน้า “เหมือนเขาจะมีความสามารถมาก ไปมาหาสู่กับพวก
นักธุรกิจชื่อดังและนักการเมืองหลายคน”
“นายว่าเรื่องชี่กง เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องหลอก?”
“เธอจะให้ฉันไปตรวจสอบเขาเหรอ?” กู่เลี่ยงเข้าใจแล้ว
อวิ๋นตั่วพยักหน้าอย่างเบิกบานใจ “ฉลาดจริงๆ แค่เดาก็เดาออกแล้ว
เป็นยังไงล่ะ เป็นข่าวที่ดีไหม? หมอนั่นใช้เวลาสิบปี จากคนที่ไร้งานไร้อนาคต
ไม่นานก็ได้กลายเป็นปรมาจารย์แล้ว
นายไม่รู้สึกว่ามีเงื่อนงำอยู่ในนั้น
เหรอ?”
———————————————————