ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 82 เสียงนาฬิกาปลุกแบบพิเศษ
หลังจากที่วางสายจากอวิ๋นเฉียวแล้ว อวี่เจ๋อก็โทรเข้ามา อวิ๋นตั่วกลอก
ตาพลางคิดว่าวันนี้มันวันอะไร ทำไมตัวเองถึงได้เป็นที่ต้องการนัก อวี่เจ๋อไม่
เคยโทรหาเธอในเวลาแบบนี้มาก่อนเลยด้วยซํ้า
พอรับสายแล้วเธอก็ได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความกระวนกระวายของอวี่
เจ๋อดังเข้ามา “พี่โทรหาเธอตั้งหลายสาย ทำไมโทรไม่ติดเลย?”
“หนูเพิ่งคุยกับอวิ๋นเฉียวมาค่ะ” อวิ๋นตั่วว่า
“อ่อ” อวี่เจ๋อถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “เธอคุยกับอวิ๋นเฉียวสอง
ชั่วโมงเลยเหรอ”
“อ่า…..” อวิ๋นตั่วกลอกสายตาไปมา “ใช่ค่ะ เราค่อนข้างสนิทกันน่ะ
ค่ะ”
อวี่เจ๋อส่งเสียงหัวเราะมาตามสาย “ทำการบ้านเสร็จหรือยัง?”
“ยังค่ะ”
“สี่ทุ่มแล้ว มัวแต่ชักช้าอยู่นั่นเดี๋ยวก็นอนไม่พอหรอก” นํ้าเสียงของอวี่
เจ๋อแฝงแววตำหนิเล็กน้อย แต่ก็เจือไปด้วยความห่วงใย “พรุ่งนี้จะไปงีบที่
โรงเรียนอีกหรือไง”
“พี่คุยอะไรกับหลินเพียวเพียวคะ?”
“พี่จะอธิบายโจทย์สองข้อสุดท้ายให้ฟัง” อวี่เจ๋อเปลี่ยนเรื่อง
“หนูกำลังถามถึงหลินเพียวเพียวนะคะ”
“เป็นเด็กเป็นเล็กอย่ายุ่งเลย”
“หนูจะไม่ยุ่งได้ยังไงล่ะคะ” อวิ๋นตั่วเริ่มจะไม่พอใจ
“นักเรียนจะยุ่งเรื่องของครูไม่ได้” อวี่เจ๋อพูดจริงจัง
“นักเรียนยุ่งเรื่องของครูไม่ได้อะไรกัน?” เสียงของชีซิงดังขึ้นมาจากอีก
ฝั่ง “ดึกป่านนี้แล้วยังวิ่งออกมาคนเดียว นายคุยโทรศัพท์กับใครน่ะ?”
“พี่อยู่ข้างนอกเหรอคะ” อวิ๋นตั่วถาม
“ใช่ ในหอมันร้อนน่ะ พี่ก็เลยออกมารับลมหน่อย”
อวิ๋นตั่วรู้สึกเกรงใจขึ้นมา “พี่ไปนอนเถอะค่ะ”
“พี่จะอธิบายง่ายๆ ตั้งใจฟังนะ” อวี่เจ๋อว่า
อวิ๋นตั่วตั้งใจฟังอย่างที่เขาบอกจริงๆ จนกระทั่งอวี่เจ๋ออธิบายโจทย์สอง
ข้อเสร็จ เขาก็ถามว่าเธอเข้าใจไหม ข้อสรุปที่เธอบอกออกมาคือ “หนูค้นพบ
ความลับข้อนึงค่ะ”
“ความลับอะไร?”
“เสียงพี่ในโทรศัพท์น่าฟังกว่าปกติอีกค่ะ จริงๆ นะ!”
คำพูดอย่างที่ทำเอาอวี่เจ๋อลมแทบจับ เขาวางสายไปอย่างไม่ลังเลเลย
แม้แต่น้อย
แต่เพิ่งจะวางสายไป อวิ๋นตั่วก็โทรกลับเข้ามาอีกครั้ง “พี่อวี่เจ๋อ พี่ร้อง
เพลงให้ฟังหน่อยสิคะ หนูจะตั้งเป็นเสียงโทรศัพท์”
“เลิกไร้สาระแล้วรีบทำการบ้านได้แล้ว จะได้นอนเร็วๆ”
“นี่ก็ปาไปสี่ทุ่มแล้ว ยังจะนอนเร็วอะไรได้อีกล่ะคะ” อวิ๋นตั่วเริ่มใช้ลูกไม้
“ถ้าพี่ไม่ร้องเพลง หนูก็จะโทรหาพี่อยู่แบบนี้แหละ”
อวี่เจ๋อมองไปรอบๆ กลางดึกแบบนี้ไม่มีใครแล้ว เขาจึงเอ่ยถามเสียงตํ่า
ออกไป “ร้องเพลงอะไร?”
อวิ๋นตั่วคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เรื่องราววันวานก็ได้แต่ชวนให้หวนคิด”
อวี่เจ๋อกระแอมเล็กน้อย ยังไม่ทันจะได้ร้องก็รู้สึกอายขึ้นมาเสียแล้ว “ฟัง
ให้ดีนะ พี่ไม่ร้องรอบสองแล้วนะ”
อวิ๋นตั่วกดอัดเสียงของอวี่เจ๋อ พอร้องเพลงเรื่องราววันวานก็ได้แต่ชวนให้
หวนคิดเสร็จ เธอก็ยังได้คืบจะเอาศอก “ขออัดอีกประโยคหนึ่งค่ะ”
“อะไร?”
“อวิ๋นตั่ว ตื่นได้แล้ว!”
“พี่ไม่ใช่นาฬิกาปลุกนะ” อวี่เจ๋อบ่น
“แต่หนูอยากฟังเสียงพี่ปลุกหนูทุกเช้านี่คะ” อวิ๋นตั่วอ้อนวอน “ขอร้อง
นะคะ เสียงแม่บ้านหลิวไม่น่าฟังเลยสักนิด หนูไม่อยากฟังแล้ว”
“นาฬิกาปลุกล่ะ?”
“นาฬิกาปลุกไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ!”
“อวิ๋นตั่ว ตื่นได้แล้ว!” เสียงของอวี่เจ๋อทุ้มตํ่าราวกับเสียงหึ่งหึ่งของยุง
“ได้ยินไม่ชัดเลยค่ะ”
“อวิ๋นตั่ว ตื่นได้แล้ว!” อวี่เจ๋อรู้สึกว่าตัวเองไม่มีวิธีรีบมือกับนักเรียนคนนี้
เลยจริงๆ
“เสียงใช้ได้แล้ว แต่เมื่อกี้หนูลืมอัด ขออีกครั้งนะคะ” อวิ๋นตั่วว่า
อวี่เจ๋อพูดออกมาด้วยความโมโห “อวิ๋นตั่ว ตื่นได้แล้ว!”
“เรียบร้อยค่ะ!”
“รีบนอน ได้ยินหรือเปล่า?”
“รู้แล้วค่ะ”
อวี่เจ๋อวางสายแล้วกลับเข้าหอพัก พอเปิดประตูออกก็ได้ยินเสียงของ
เฉินอวี้ที่กำลังถือโทรศัพท์ร้องเพลงอยู่ “*คิดถึงความสนิทสนมกันในยาม
เด็ก เราสองคลอเคลียอย่างไร้เดียงสาทุกวันคืน…… ”* ชีซิงกับเฉินอวี้
หัวเราะร่าจนตัวงอ
อวี่เจ๋อแย่งโทรศัพท์ในมือเฉินอวี้มากดลบเสียง
“จะลบก็ลบไปเถอะ ยังไงฉันก็มีสำรองไว้แล้ว” เฉินอวี้เอ่ยด้วยความ
ภาคภูมิใจ
“เก่งจริงๆ นะ ทำไมไม่ไปเป็นสายลับซะเลยล่ะ”
“ไม่ใช่ฉัน ชีซิงเป็นคนอัดต่างหาก” เฉินอวี้ว่า
อวี่เจ๋อถึงกับอึ้งไป คิดไม่ถึงว่าชีซิงจะทำอะไรแบบนี้ ชีซิงพอเห็นท่าไม่ดีก็
รีบดึงผ้าห่มคลุมตัว และหนึ่งวินาทีต่อมาก็เริ่มส่งเสียงกรน
————————————————–