ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอน 138 หนีตามกันไป
อวิ๋นตั่วไปขอร้องเทียนอี้ ทำให้เทียนอี้เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองยังมีพี่สาวอีกหนึ่ง
คน
“พี่สาวฉันกับพี่ชายเธอรักกัน งั้นพวกเราก็ได้เป็นญาติกันแล้วน่ะสิ
”
เทียนอี้รู้สึกดีใจมาก
“คุณพ่อของเธอไม่เห็นด้วย”
“ฉันจะช่วยเธอเอง” เทียนอี้รู้สึกสบายใจมาก เรื่องที่เขาชอบทำมาก
ที่สุดก็คือการตั้งตัวเป็นศัตรูกับพ่อตัวเอง
จดหมายส่งถึงมือจือซ่านอย่างราบรื่น เทียนอี้แสดงผลงานต่อ
หน้าอวิ๋นตั่ว “ภารกิจสำเร็จไปได้ด้วยดี เพื่อเป็นการขอบคุณ เธอควรจะเลี้ยง
ข้าวฉันไม่ใช่เหรอ?”
“นายอยากกินอะไรล่ะ?”
เทียนอี้บอกว่าไม่ต้องแพงเกินไปนัก กินแค่ไก่ KFC ก็พอ
นี่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงอวิ๋นตั่วนัก ติดเพียงแต่ว่าอวิ๋นตั่วไม่ค่อยชอบไก่
KFC แต่เพื่อเป็นการแสดงความซื่อสัตย์ของตัวเอง เธอก็ต้องไปอยู่ดี
อวิ๋นตั่วสั่งโค้กหนึ่งแก้วกับเฟรนฟรายด์ ส่วนน่องไก่กับเบอเกอร์ที่เหลือ
เป็นของเทียนอี้ทั้งหมด
“เธอไม่ชอบกินเบอเกอร์กับน่องไก่เหรอ?”
“แม่บ้านหลิวทำไก่นี่อร่อยกว่าพวกเขาตั้งเยอะ ฉันจะไม่กินของอร่อยๆ
ได้ยังไงล่ะ”
“ครูเธอบอกว่าแม่บ้านหลิวที่บ้านเธอทำอาหารอร่อยมาก ฉันไม่เชื่อ
หรอก พ่อครัวบ้านฉันก็มีประกาศนียบัตรเชฟเหมือนกัน แต่ทำไมฉันถึงไม่รู้สึก
ว่ามันไม่อร่อยเลยล่ะ? แม่บ้านหลิวของเธอเป็นเชฟระดับไหนเหรอ?”
“ตลกน่า ทำไมฉันต้องพิสูจน์ให้นายดูด้วยล่ะ ถ้านายไม่เชื่อ นายก็ลอง
ไปถามเซียวเซียวกับจื่อเถิงสิ พวกเขาเคยทานอาหารที่แม่บ้านหลิวทำแล้ว
สือเหยียนก็ด้วย เธอก็ทานบ่อยเหมือนกัน”
“งั้นทำไมเซียวเซียวกับจื่อเถิงถึงได้ทานอาหารของแม่บ้านหลิว แต่ฉัน
ไม่ได้ล่ะ?”
“พวกเขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันนี่”
“แล้วฉันไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันไม่ค่อยรู้จักนายดีเท่าไร เป็นแค่เพื่อนร่วมชั้น ยังไม่ถึงขั้นกลายเป็น
เพื่อนหรอก”
“คำพูดนี้ทำร้ายจิตใจกันมากนะ ฉันเป็นคนรายงานสถานการณ์ให้
พี่ชายเธอ ระหว่างเรามีความลับร่วมกัน แบบนี้ยังกลายเป็นเพื่อนไม่ได้อีก
เหรอ?” เทียนอี้รู้สึกเสียใจ
“ดูก่อนว่านายจะเก็บความลับได้หรือเปล่า”
“ต่อให้ต้องบุกนํ้าลุยไฟ ฉันก็ไม่ปฏิเสธแน่”
เทียนอี้กับอวิ๋นตั่วกลายเป็นบุรุษไปรษณีย์ของอวิ๋นเฉียวกับจือซ่านแล้ว
ในยุคที่ข้อมูลสารสนเทศเกินใช้แบบนี้ ใช้ห่านป่าส่งจดหมายแสดงความรัก
กลับโรแมนติกไปอีกแบบ ความโรแมนติกนี้ทำให้อวิ๋นเฉียวกับจือซ่านรู้สึกว่า
ความรักครั้งนี้ไม่เป็นรองใคร ยิ่งตัดสินใจแน่วแน่มากขึ้นว่าจะอยู่ด้วยกัน
ในที่สุด พวกเขาก็ตัดสินใจทำเรื่องที่ใจกล้าบ้าบิ่นมาก ทั้งคู่ออกจากบ้าน
แล้วหนีตามกันไป
พอคุยเรื่องเวลาและสถานที่เรียบร้อย จือซ่านก็แอบออกมาจากคฤหาสน์
โดยการช่วยเหลือของเทียนอี้
ตอนที่หยูอี้ซินรู้ จือซ่านกับอวิ๋นเฉียวก็นั่งอยู่บนเครื่องบินแล้ว
อวิ๋นตั่วดีใจแทนอวิ๋นเฉียวที่พี่ชายได้อยู่ด้วยกันกับคนรัก
เทียนอี้นัดอวิ๋นตั่วไปกิน KFC
อีกครั้ง “พวกเราทำให้คู่รักคู่หนึ่ง
สมหวังแล้วนี่นา”
“ใช่เลย” ทั้งสองคนยกแก้วโค้กชนกัน
“รอให้เขาสองคนมีลูก ฉันก็จะได้เป็นคุณน้าแล้ว” เทียนอี้ว่า
“ส่วนฉันก็จะได้กลายเป็นคุณอาด้วย” อวิ๋นตั่วพูด
ทั้งสองคนชนแก้วโค้กกันอีกครั้ง
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา อวิ๋นเฉียวก็กลับมา เป็นอวิ๋นอี้ฟานที่ไปรับกลับมาด้วย
ตัวเอง ทำให้อวิ๋นตั่วถึงกับตะลึง
ผมเผ้าของอวิ๋นเฉียวยุ่งเหยิง ดวงตาตอบยุบลง ไม่มีสง่าราศีเลยแม้แต่
น้อย
“ถูกจับได้แล้วเหรอ?” อวิ๋นตั่วถาม
อี้ฟานจ้องอวิ๋นตั่วด้วยสายตาดุร้าย “อวิ๋นตั่วกลับห้องไป”
อวิ๋นตั่วไม่เคยเห็นสายตาที่ดุร้ายแบบนี้ของพ่อมาก่อน
ชูยินโบกมือให้ลูกสาว ส่งสัญญาณให้เธอขึ้นชั้นบนไป อย่าได้ยั่วโมโห
คุณพ่อ
“มันเรื่องอะไรกันแน่คะ?” อวิ๋นตั่วถามแม่บ้านหลิวที่นำอาหารคํ่ามา
ส่งให้เธอ
แม่บ้านหลิวจึงบอกว่า “คุณหนูจือซ่านตายแล้วค่ะ!”
“หา!” ชามในมืออวิ๋นตั่วตกลงพื้น
แม่บ้านหลิวเก็บกวาดเศษชามบนพื้น พูดปลงไม่หยุด “เป็นเวรกรรม
แท้ๆ! ได้ยินว่าบ้านหยูไล่ตามไปถึงแคนาดาเลย อวิ๋นเฉียวกับคุณจือซ่านขับ
รถหนี ผลก็คือรถพลิกควํ่า ใครจะรู้ล่ะคะว่าชีวิตคนเราจะง่ายดายแบบนี้”
————————————————–