ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 139 ข้อพิพาทภายในตระกูลหวง
บทที่ 139 ข้อพิพาทภายในตระกูลหวง
แม้ภายนอกสวี่หยางจะสงบนิ่ง แต่เขารู้สึกประหลาดใจยิ่ง คาดไม่ถึงว่าหวงเหวินหลินจะสังเกตเห็นตัวตนแท้จริงแล้ว ส่วนสาเหตุที่ให้ออกมาสำรวจเส้นทางกันก็เพื่อสร้างโอกาสให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง
จากนั้นก็ค่อยลงมือสังหาร
ด้วยเหตุนี้หลินหวั่นชิงก็ไม่อาจเอาเรื่องอีกฝ่ายได้
ช่างเป็นแผนที่สมบูรณ์แบบ
สวี่หยางกำลังครุ่นคิดว่าคนที่กำลังตามหลังมาเป็นใคร?
ไม่น่าใช่คนของหวงเหวินหลิน
เพราะหากเป็นคนของหวงเหวินหลินจริง ย่อมต้องรู้ว่าการโจมตีจะเริ่มที่จุดไหนและรออยู่ก่อนแล้ว
ขณะสวี่หยางครุ่นคิดและเตรียมใช้ยันต์แสงทอง ทันใดนั้น สายลมแรงก็พัดโหมเข้ามา
สายลมนี้เกิดจากกระบี่ที่ตวัดใส่หัวของหวงเหวินหลิน
สีหน้าของหวงเหวินหลินเปลี่ยนไป!
“ได้อย่างไร…”
เขารีบหยิบยันต์ออกมาด้วยความตื่นตระหนก แต่แรงกดดันมหาศาลยังคงซัดเข้ามาจนเขากระเด็นออกไป
โครม โครม โครม…
หลังจากกระแทกกับต้นไม้ใหญ่สามครั้งติดต่อกัน หวงเหวินหลินก็หยุดนิ่ง
เขามองชายในเสื้อคลุมสีดำตรงหน้าด้วยสายตาหวาดกลัว
ใบหน้าของคนผู้นี้ถูกปกปิดมิดชิด แต่ปราณกลับทรงพลังยิ่ง
ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น!!
แม้ว่าเขาจะยังอยู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้น แต่เห็นได้ชัดว่าปราณของคนในเสื้อคลุมสีดำแข็งแกร่งยิ่งกว่า
“สหายน้อย!” ทันใดนั้น ชายในเสื้อคลุมสีดำมองมาทางสวี่หยาง “ข้าได้ยินคำพูดของเจ้าทั้งหมดแล้ว พวกเรามาช่วยกันฆ่าหวงเหวินหลินดีหรือไม่?”
“ได้!”
ดวงตาของสวี่หยางเรืองประกายแล้วตอบตกลงทันที
แน่นอนว่าต่อให้ตอบตกลง เขาก็ยังระแวดระวังตัวตนของอีกฝ่ายอยู่ดี
“ฮ่าฮ่าฮ่า จะจัดการข้ามันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก”
หวงเหวินหลินแค่นเสียงเย็น แล้วหนูตัวสีขาวก็ขยายร่างจนมีขนาดไม่ต่างจากหมี
“เจ้าตัวนี้มีสายเลือดขั้นสูงระดับสอง แต่พละกำลังของมันในตอนนี้อยู่ที่ขั้นสูงระดับหนึ่ง สหายน้อย เจ้ายื้อมันไว้สักพัก ส่วนข้าจะจัดการหวงเหวินหลินให้เอง”
ชายในเสื้อคลุมสีดำเอ่ย
“ทราบแล้ว ผู้อาวุโส ระวังตัวด้วย”
ร่มพันกลของสวี่หยางหมุนในอากาศขณะทะยานเข้าหาหนูตัวยักษ์
ร่างขนาดใหญ่กระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ ดวงตาของมันเป็นสีแดงขณะส่งเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด ฟันอันแหลมคมกัดแทะลำต้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงหยิบต้นไม้ขึ้นฟาดไปทางสวี่หยาง
แม้จะถูกเรียกว่าหนู แต่ในเวลานี้มันแข็งแกร่งยิ่งกว่าหมีเสียอีก
ร่มพันกลพ่นเปลวเพลิงออกมา ในเวลาเดียวกัน สวี่หยางควบคุมดัชนีฝังเข็มกระหน่ำโจมตีใส่หนูยักษ์อย่างต่อเนื่อง
ในการต่อสู้ครั้งนี้ สวี่หยางออมมือไว้ไม่น้อย
ระหว่างนั้น สวี่หยางติดต่อกับหลินหวั่นชิงหลายครั้ง แต่ยันต์สื่อสารคล้ายกับถูกปิดกั้นจนใช้การไม่ได้
เขาตระหนักได้ทันทีว่าสถานที่แห่งนี้คล้ายอยู่ในค่ายกล
อีกด้านหนึ่ง ชายในเสื้อคลุมสีดำกับหวงเหวินหลินต่อสู้กันอย่างดุเดือด
เพียงไม่กี่อึดใจ ทั้งสองก็ระเบิดยันต์ใส่กันสี่ถึงห้าใบ พวกเขางัดศัสตราศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดออกมาห้ำหั่นกันกลางอากาศพร้อมกับเสียงระเบิดดังต่อเนื่อง
ทันใดนั้น สวี่หยางสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณแก่กล้าที่แผ่ขยายมาจากพื้นดิน
ด้ยสัญชาตญาณเขากระโดดขึ้น หลบหนามแหลมที่โจมตีจากเบื้องล่าง
สวี่หยางไม่อยากเปิดเผยโล่ไม้ศิลา ดังนั้นเขาโยนยันต์ออกไปสกัดการโจมตีนี้แทน
พลังอสูรของหนูยักษ์โถมทะยาน มันคำรามอย่างเดือดดาลพลางพุ่งเข้าหาสวี่หยาง พยายามใช้กรงเล็บแหลมคมแทงหัวใจของสวี่หยาง
พรวด!!
มันไม่คาดคิดว่ามีเข็มเล่มบางพุ่งออกมาจากด้านบนของร่มพันกล
นี่เป็นอาวุธลับอย่างไม่ต้องสงสัย มันไม่มีเวลาตอบสนอง และถูกแทงทะลุกะโหลกจนถึงแก่ความตายทันที
“สัตว์เลี้ยงของข้า!!”
หวงเหวินหลินกรีดร้องอย่างตกตะลึง ทำให้การเคลื่อนไหวช้าลงหลายจังหวะอย่างเห็นได้ชัด
“สหายน้อย ทำได้ดีมาก!!”
ชายในเสื้อคลุมสีดำเอ่ยชมด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คาดคิดว่าสวี่หยางจะลงมือว่องไว สามารถจัดการสัตว์อสูรได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
สวี่หยางหอบหายใจหนัก จากนั้นเอ่ยอย่างขมขื่น “ข้าน้อยยังแข็งแกร่งไม่พอ ยังต้องอาศัยไพ่ตายจนคว้าชัยมาได้อย่างหวุดหวิด ไม่อย่างนั้น อาจเป็นข้าที่ตกตาย!”
การแสดงออกเช่นนี้เป็นการบ่งบอกชัดเจนว่าเขาจะไม่เข้าไปก้าวก่ายการต่อสู้ระหว่างทั้งสองหากไม่ถึงคราวจำเป็น
ชายในเสื้อคลุมสีดำหัวเราะ “เช่นนั้นก็ไปพักก่อนเถอะ!!”
สิ้นคำ ชายในเสื้อคลุมสีดำก็ใช้ยันต์ระดับสอง
มันคือยันต์น้ำแข็ง เพียงพริบตา อุณหภูมิรอบข้างก็ลดลงอย่างรวดเร็ว
พายุน้ำแข็งก่อตัวโดยมีชายในเสื้อคลุมสีดำเป็นศูนย์กลาง อุณหภูมิอันหนาวเย็นทำให้การเคลื่อนไหวของหวงเหวินหลินแข็งทื่อ
นี่ไม่ใช่อุณหภูมิต่ำธรรมดา แต่เป็นอุณหภูมิที่ต่ำเป็นสองเท่าซึ่งสามารถแช่แข็งทั้งกายเนื้อไปจนถึงพลังวิญญาณได้ อันตรายมากพอจะทำให้ถึงแก่ชีวิต
ขณะพายุก่อตัว หวงเหวินหลินก็กัดฟัน ร่างกายแผดเผาเปลวไฟอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันก็หยิบยันต์ออกมาเพื่อต้านทานอุณหภูมิหนาวเยือกนี้
“จัดการมัน!!”
ชายในเสื้อคลุมสีดำตะโกน
อึดใจต่อมา พายุน้ำแข็งก็โถมเข้าใส่หวงเหวินหลินจากทุกทิศทุกทาง
“ครืนนน…”
เปลวไฟบนร่างของหวงเหวินหลินดับมอด พร้อมกับยันต์ในมือ
“หวงเฉียง เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก ดั้นด้นออกมาฆ่าข้าด้วยตัวเอง หากตระกูลทราบเรื่องนี้ ต่อให้เป็นเจ้าก็ไม่อาจรักษาตำแหน่งผู้สืบทอดได้หรอก”
ทันใดนั้น หวงเหวินหลินก็หันมามองสวี่หยาง “สวี่หยาง หวงเฉียงไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่นอน เพราะเจ้าทราบถึงตัวตนของเขาแล้ว! มาร่วมมือกัน แล้วข้าขอสาบานด้วยจิตแห่งเต๋าว่าเรื่องทุกอย่างจะถือว่าเลิกแล้วต่อกัน รวมถึงเรื่องน้องสาวของข้าด้วย!!”
สวี่หยางพูดไม่ออก ต่อให้สาบานด้วยจิตแห่งเต๋า คิดว่าข้าจะเชื่องั้นหรือ?
แน่นอนว่าหวงเฉียงหันมามองทางสวี่หยาง “อย่าห่วงเลย พวกเราไม่ได้มีความแค้นต่อกัน จัดการเจ้าไปข้าก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี”
“หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว คิดหรือหากสวี่หยางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ แล้วตระกูลจะปล่อยเจ้าไป?”
หวงเหวินหลินคำราม
“หวงเหวินหลิน เลิกดิ้นรนได้แล้ว” สวี่หยางส่ายหน้า “ผู้อาวุโสหวงเฉียง ข้าจะจัดการค่ายกลให้ท่านเอง”
ให้ตายอย่างไร เขาก็ไม่มีทางอยู่ข้างหวงเหวินหลินอย่างแน่นอน
ตอนนี้เลือกอยู่ข้างหวงเฉียงไปก่อน หลังการต่อสู้จบลง คนหนึ่งตายอีกคนก็ต้องเจ็บบ้างล่ะ ตอนนั้นค่อยมาคิดหาทางต่อก็ได้
เมื่อหวงเหวินหลินเห็นท่าทางของสวี่หยาง เขาก็ระเบิดพลังทั้งหมดออกมา ทิ้งภาพติดตาเอาไว้ขณะใช้กระบี่โจมตีหวงเฉียง
“ในแง่ของพละกำลัง หวงเฉียงมีปราณที่แข็งแกร่งกว่าตามอายุของเขา”
“แต่ศักยภาพของหวงเหวินหลินแข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหวงเฉียงก็ไม่ได้มีความได้เปรียบมากนัก”
สวี่หยางลอบวิเคราะห์
เขาพอจะเดาได้ราง ๆ ว่าเหตุใดหวงเฉียงถึงอยากสังหารหวงเหวินหลิน
ในฐานะผู้สืบทอด หวงเฉียงกำลังเผชิญหน้ากับหวงเหวินหลินผู้เป็นคู่แข่ง ทำให้เกิดแรงกดดันมหาศาล
มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ หวงเหวินหลินมีพรสวรรค์มากเกินไป หวงเฉียงจึงมีลางสังหรณ์ว่าไม่ช้าก็เร็วหวงเหวินหลินจะต้องไล่ตามทันอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจสังหารอีกฝ่ายเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม
ก่อนหน้านี้สวี่หยางได้ยินมาว่าในบรรดาตระกูลหวง หวงเหวินหลินอยู่อันดับสองในหมู่รุ่นเยาว์
แต่ช่องว่างระหว่างอันดับสองกับอันดับหนึ่งไม่ได้มากมายนัก!!
หลังจากครุ่นคิดสักพัก หากเขาเป็นหวงเฉียงแล้วความสัมพันธ์กับหวงเหวินหลินไม่สู้ดีนัก เกรงว่าเขาก็คงลงมือเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองเช่นกัน
“อื้ม หากสามารถทำให้หวงเฉียงรับรู้ถึงพละกำลังของข้าได้ ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้โอกาสนี้เพื่อยืมมือศัตรูกำจัดอันตรายในภายภาคหน้า!”
สวี่หยางกระซิบอยู่ในใจ
แม้เขาไม่กลัวหวงเฉียง แต่ถ้าไม่ต้องสู้กันเลยย่อมเป็นการดีกว่า ถึงอย่างไรระหว่างทั้งสองก็ไม่ได้มีความขัดแย้งกันอยู่แล้ว
อีกอย่าง หากหวงเฉียงจับมือกับเขาก็ยิ่งเป็นการง่ายที่จะเข้าหาตระกูลหวงในอนาคต
ความคิดมากมายวิ่งวนอยู่ในหัวสวี่หยาง
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงใช้ยันต์ขั้นสูงระดับหนึ่งทั้งหมดในคราวเดียว!
ตรงกลางมียันต์ลูกไฟขั้นต่ำระดับสองหนึ่งใบ
เมื่อเห็นเช่นนี้ หวงเหวินหลินก็ตกตะลึง ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร สวี่หยางก็ขว้างยันต์โจมตีขั้นสูงระดับหนึ่งออกมาสามใบ
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
ภายในศูนย์กลางการระเบิด หวงเหวินหลินถูกกระหน่ำจนล้มลงหน้าคะมำ สิ้นท่าน่าอับอายยิ่ง
ร่างของหวงเหวินหลินซึ่งอยู่บนพื้นกระตุกอย่างรุนแรงขณะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
เมื่อฝุ่นจางหาย สวี่หยางก็สังเกตเห็นว่าแขนขวาของอีกฝ่ายถูกระเบิด กางเกงขาดวิ่นกลายเป็นเศษผ้า เสื้อคลุมมีสภาพไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้ว ตกอยู่ในสภาพอ่อนแอไร้กำลังต่อต้านอย่างสมบูรณ์
“พี่ใหญ่ เจ้าโหดเหี้ยมนัก ตอนแรกเจ้าบอกจะเข้าดินแดนลับ คาดไม่ถึงว่าจะแอบตามข้ามา ฮ่าฮ่า… จบแล้ว จบสิ้นแล้ว”
หวงเฉียงร่อนลงพื้น “หวงเหวินหลิน เจ้ามั่นใจมากเกินไป ในฐานะผู้นำตระกูลคนต่อไป ข้าเก็บเจ้าไว้ไม่ได้”
“หากตำแหน่งผู้นำตระกูลตกไปอยู่ในมือของเจ้า มันก็มีแต่จะตกต่ำ เพราะอย่างนั้น…”
“ชนะเป็นกษัตริย์ แพ้เป็นโจร เจ้าแพ้แล้ว ยังจะพูดอะไรได้อีก?”
หวงเฉียงถอดหน้ากากสีดำออก มันเป็นใบหน้าดาษดื่น อายุประมาณสี่สิบห้าสิบปี ไว้หนวดเครา สีหน้ามืดมนเต็มไปด้วยความเฉยชา
พรวด!!
หวงเฉียงไม่คิดเสียเวลาอีกต่อไป ลงมือสะบั้นหัวของหวงเหวินหลินหลุดออกจากบ่า
“ขอแสดงความยินดีกับผู้อาวุโสหวงเฉียงที่สังหารหวงเหวินหลินได้ สมคำร่ำลือ”
แม้สวี่หยางจะเอ่ยด้วยความเคารพ แต่ส่วนลึกในใจกลับระแวดระวังหวงเฉียงเป็นอย่างยิ่ง กลัวว่าอีกฝ่ายจะตลบหลังเหมือนที่หวงเหวินหลินกล่าวไว้ก่อนหน้านี้
โชคดีที่หวงเฉียงไม่ได้ทำอะไร
เขาอาจจะสัมผัสได้ว่าสวี่หยางไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องได้โดยง่าย
และอาจสัมผัสได้ว่าหลินหวั่นชิงอยู่นอกค่ายกล หากลงมือขึ้นมา สวี่หยางกับนางจะต้องหลบหนีไปได้สักคนอย่างแน่นอน!!
หากเป็นเช่นนี้ มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้
ดังนั้นสำหรับเขา การผูกมิตรกับสวี่หยางและหลินหวั่นชิงย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ถึงอย่างไร พวกเขาก็จัดการหวงเหวินหลินด้วยกัน มันคือสิ่งที่เรียกว่าศัตรูของศัตรูคือมิตร
มันคงไม่ดีนักหากพวกเขาเล่าเรื่องสังหารหวงเหวินหลินให้โลกภายนอกรับรู้
“สหายน้อยสวี่หยาง ขอบคุณที่เมื่อครู่ช่วยข้าเอาไว้”
หวงเฉียงตัดสินใจที่จะผูกมิตรกับสวี่หยาง ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่ลังเลอีกต่อไปก่อนจะดึงค่ายกลกลับ หลินหวั่นชิงจึงสามารถเข้ามาได้
“เขาตายแล้ว!!”
หลินหวั่นชิงวิ่งเข้ามามองศพบนพื้นซึ่งอยู่ไม่ไกล แล้วเปลือกตาก็กระตุก!
“หวงเฉียง!” หลินหวั่นชิงจำได้ทันที หลังจากครุ่นคิดสักพัก นางก็เข้าใจสถานการณ์ทันที
ตระกูลหวงเข่นฆ่ากันเองเพื่อชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลเหมือนกับตระกูลหลิน!!
สวี่หยางจึงถอดหน้ากากเช่นกัน
“ผู้อาวุโสหวงเฉียง มาคุยเรื่องการจับมือเป็นพันธมิตรกันเถอะ”
สวี่หยางเอ่ยคำ
“ได้”
หวงเฉียงพยักหน้าขณะมองสวี่หยางกับหลินหวั่นชิงด้วยดวงตาลึกล้ำ
สัญชาตญาณกำลังบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับคนคู่นี้
ทว่าความตายของหวงเหวินหลินเป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย พวกเขาจึงเห็นพ้องต้องกันและแย้มยิ้มให้กัน
บรรยากาศเป็นกันเองอย่างน่าประหลาด
อีกครึ่งวันต่อมา หวงเฉียงก็จากไป
“สวี่หยาง หวงเฉียงไปแล้วจริงหรือ?”
สวี่หยางหลับตา ในการรับรู้ของเขา หวงเฉียงยังคงเคลื่อนไปข้างหน้าก่อนจะออกจากระยะการรับรู้ของเขาอย่างรวดเร็ว
“อื้ม ไปแล้ว”
สวี่หยางยิ้ม การตายของหวงเหวินหลินทำให้เขาผ่อนคลายลงมาก
“เยี่ยมเลย!!”
หลินหวั่นชิงกระโดดตัวลอยขณะเกาะสวี่หยางประหนึ่งปลาหมึกยักษ์
สวี่หยางคว้าบั้นท้ายของนางพลางเอ่ยคำอย่างแผ่วเบา “เจ้าอยากเปลี่ยนสถานที่หรือ”