ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 314 กองคาราวานว่านเซี่ยง
บทที่ 314 กองคาราวานว่านเซี่ยง
“พวกเจ้ามีข้อเสนอแนะอันใดหรือไม่?”
สวี่หยางครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจถามสามีภรรยาหวงเสี่ยวหลิง
พวกเขาเป็นผู้คุ้มกันมาหลายสิบปีแล้ว เขาไม่เชื่อว่าคู่สามีภรรยาคู่นี้จะเป็นคนดีนัก
สถานการณ์ที่ตึงเครียดกว่านี้ พวกเขาต้องมีประสบการณ์และเคยเจอมาแล้วอย่างแน่นอน
ดังที่คาด
โจวเทียนหยวนลูบคาง จ้องมองไปทางเฉินซือซือ
เฉินซือซือสวมหน้ากาก มองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของนาง
หลังจากครุ่นคิดแล้ว โจวเทียนหยวนก็บอกวิธีการ ซึ่งมีทั้งหมดสามวิธี
“วิธีแรก พวกเราสามารถพึ่งพากองคาราวานของคนอื่นได้ ด้วยวิธีนี้จะมีคนมากขึ้น และสามารถออกจากที่นี่ไปพร้อมกับพวกเขาได้!”
“วิธีที่สอง พวกเราหาเส้นทางเล็ก ๆ ที่ห่างไกลหรือเส้นทางน้ำเพื่อออกจากที่นี่”
“วิธีที่สาม พวกเราแยกย้ายกันไป!”
หวงเสี่ยวหลิงกล่าวว่า “วิธีที่สามคงไม่ได้ สหายเต๋าสวี่เป็นคนที่เซียนเหอขอให้พวกเราช่วยดูแล พวกเราไม่อาจทิ้งเขาไว้ที่นี่ได้?”
สวี่หยางเข้าใจ หวงเสี่ยวหลิงก็กังวลว่าหากภายหลังสวี่หยางเกิดเรื่อง เหอซีเสวี่ยจะตำหนินางลงมา
นั่นเป็นสิ่งที่นางไม่สามารถแบกรับได้
“ส่วนวิธีที่สอง การหาเส้นทางเล็ก ๆ ที่ห่างไกล ก็ยุ่งยากมาก ทางด้านเมืองลิ่วเหอนี้ มีเส้นทางไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มน้ำที่มีน้ำขัง มีสัตว์อสูรที่ทรงพลังอยู่ แม้แต่พวกเรา ก็ไม่กล้าบุกเข้าไปลึกโดยไม่ระมัดระวัง!”
หวงเสี่ยวหลิงส่ายหัวอธิบายว่า
สวี่หยางงุนงง “หากเช่นนั้น ก็เหลือเพียงวิธีแรกเท่านั้น”
โจวเทียนหยวนอธิบายว่า “จริง ๆ แล้วข้าเองก็เอนเอียงไปทางวิธีแรก ข้ารู้จักกองคาราวานที่ชื่อว่าว่านเซี่ยง ซึ่งกองคาราวานว่านเซี่ยงมีสาขาอยู่ทุกหนแห่ง พลังปราณของพวกเขาแข็งแกร่งมาก พวกเขารับงานขนส่งสินค้าและคุ้มกันผู้คนด้วย ครั้งหนึ่งตอนที่กลุ่มของพวกข้าได้รับบาดเจ็บสาหัส พวกข้าก็ไปขอความช่วยเหลือจากกองคาราวานว่านเซี่ยง ให้พาพวกข้ากลับเมืองเซียนชิงหนิว”
“แล้วจะติดต่อพวกเขาได้อย่างไร” สวี่หยางถาม
“ข้าจะเป็นคนติดต่อเอง แล้วเมื่อถึงเวลา พวกเราค่อยไปด้วยกัน” หวงเสี่ยวหลิงกล่าว
“ตกลง”
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน สวี่หยางก็พยักหน้า
เขาก็มีความมั่นใจในวิธีนี้พอสมควร
เขาเคยเห็นการค้าประเภทนี้มาก่อน โดยปกติแล้วจะมีเรือลำใหญ่ออกเดินทาง นอกจากขนส่งสินค้าแล้ว ก็ยังรับงานพาผู้คนเดินทางไกลด้วย
สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไกล ถึงแม้ว่าเรือลำใหญ่พวกนี้จะมีราคาแพง แต่ก็ปลอดภัยกว่ามาก
ดังนั้น หลังจากปรึกษากันเสร็จ โจวเทียนหยวนก็ติดต่อกับกองคาราวานว่านเซี่ยง
……
ทางทิศเหนือของเมืองลิ่วเหอ มีหมู่บ้านของผู้บำเพ็ญเซียนแห่งหนึ่ง ชื่อว่าหมู่บ้านก่งเหอ
แม้สถานที่แห่งนี้จะเป็นเพียงหมู่บ้าน แต่ก็มีขนาดไม่เล็ก เป็นเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมต่อกับเมืองใกล้เคียงหลายเมืองเข้าด้วยกัน
ช่วงนี้
เรื่องที่สำนักเกาซานตามล่าเจ้าสาวผีกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด
ทางด้านหมู่บ้านก่งเหอ ก็มีกองกำลังคอยเฝ้าระวังอยู่
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตานจำนวนมาก นำลูกน้องออกไปลาดตระเวนที่ชายแดน
วันนี้ ยามที่แสงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า
สวี่หยางสวมหน้ากากไร้รูป จูงมือเฉินซือซือพร้อมกับกวาดตามองไปรอบ ๆ ริมแม่น้ำแห่งหนึ่งนอกหมู่บ้านก่งเหอ
ใบหน้าของหน้ากากไร้รูป ในตอนนี้เป็นใบหน้าธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ ผิวเหลืองอ่อน
นี่เป็นใบหน้าที่สวี่หยางปั้นแต่งขึ้นมาเอง
จนถึงตอนนี้ ใบหน้าทั้งสามของหน้ากากไร้รูปก็ได้รับการกำหนดรูปแบบแล้ว
ใบหน้าหนึ่งคือ หลิวเป้า อีกใบหน้าหนึ่งคือเฉินซือซือ ที่เหลือก็คือใบหน้าธรรมดาใบนี้
จริง ๆ แล้ว ในตอนแรกสวี่หยางตั้งใจจะปั้นใบหน้าของศัตรูคนหนึ่ง
แต่เมื่อสองวันก่อน เขาเปลี่ยนใจ และตัดสินใจปั้นใบหน้าธรรมดานี้แทน
ใบหน้าของศัตรูนั้นโดดเด่นเกินไป ใบหน้าแบบนี้ ใครก็ไม่รู้จัก สะดวกกว่ามาก
ส่วนเฉินซือซือ นางไม่ได้สวมหน้ากาก
ในคำพูดของนาง ไม่ค่อยมีใครเห็นใบหน้าที่แท้จริงของนาง ถ้าใช้หน้ากาก ประสิทธิภาพของหน้ากากจะไม่ดี และจะยิ่งทำให้ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น
ไม่สวมหน้ากากยังจะดีเสียกว่า
แน่นอน เฉินซือซืองามเกินไป
บางครั้งความงามเกินไป ก็ดึงดูดความสนใจได้ง่าย
เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากเช่นนี้ สวี่หยางจึงใช้สีย้อมสำหรับผู้หญิง ทาหน้าของนางให้ดำระดับหนึ่ง
ตอนนี้ใบหน้าของเฉินซือซือดูไม่เลว แต่ก็ดูธรรมดา
“หวงเสี่ยวหลิงนำพวกเราไปก่อน พวกเขาได้แฝงตัวเข้าไปในเรือของกองคาราวานว่านเซี่ยงแล้ว ตอนนี้พวกเราก็ตามไปกันเถอะ”
สวี่หยางพยักหน้าให้เฉินซือซือ
เขาและหวงเสี่ยวหลิงได้ปรึกษากันแล้วว่าจะแยกกันเดินทาง หนึ่งเพื่อหลีกเลี่ยงความสนใจ สองเผื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น พวกของหวงเสี่ยวหลิงจะได้ไม่ถูกเล่นงานง่าย
ขณะที่พวกเขากำลังจะไปก็มีเสียง ‘ฟิ้ว’ ดังขึ้น ทางขวามีกลิ่นอายของผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐาน ก่อนจะเห็นชายวัยกลางคนเดินมาข้างหน้าสวี่หยาง “พวกเจ้าเป็มใครอะไร”
ชายผู้นี้สวมชุดของผู้บำเพ็ญมนุษย์จากสำนักเกาซาน ดูเหมือนจะมาตรวจสอบพวกเขาโดยบังเอิญ
“พวกข้าเป็นสามีภรรยามาจากเมืองเซียนชิงหนิว เป็นผู้บำเพ็ญมนุษย์ มาทำการค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่นี่”
สวี่หยางยื่นป้ายประจำตัวจากเมืองเซียนชิงหนิวให้
“อืม ป้ายประจำตัวดูเหมือนจะของจริง”
ชายวัยกลางคนมองสวี่หยางอย่างสงสัย
สามีภรรยาคู่นี้ ล้วนมีกลิ่นอายของขอบเขตสร้างรากฐาน
เขาถามอีกสองสามคำ สุดท้ายถามว่า “เจ้าจะไปกับกองคาราวานไหน”
“กองคาราวานว่านเซี่ยง ข้าได้ตกลงกับคนข้างในไว้แล้ว” สวี่หยางอธิบาย
พูดพลางหยิบป้ายไม้ของกองคาราวานว่านเซี่ยงออกมา
นี่คือสิ่งที่หวงเสี่ยวหลิงจัดการมาให้ก่อนหน้านี้ ตอนนั้นหวงเสี่ยวหลิงซื้อป้ายไว้หลายอัน จึงนำมามอบให้สวี่หยางไว้ติดตัว จากนั้นก็แยกย้ายกันไป
“อืม!” ชายวัยกลางคนพยักหน้าเมื่อเห็นป้าย “ไปเถอะ จำไว้ ถ้าพบผู้ต้องสงสัยรายงานทันที!!”
“รับทราบ”
สวี่หยางเดินไปข้างหน้า
“บ้าชะมัด เพื่อจับผู้บำเพ็ญมารเพียงคนเดียว สำนักเกาซานถึงกับทำเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ทำให้ข้าทำการค้าไม่สะดวก ต้องออกจากที่นี่ก่อนกำหนด”
ภายใต้สายตาของผู้คนมากมาย ไม่ไกลนัก มีชายหนุ่มร่างอ้วนเตี้ย สวมชุดคลุมยาวสีเงิน ในการคุ้มกันของสาวใช้หญิง ผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานสองคนเดินเข้ามา
ภาพนี้ดึงดูดสายตาผู้คนไม่น้อย
“ชายหนุ่มคนนี้ ไม่รู้ว่าเป็นลูกหลานของใคร ถึงได้คุ้มกันแน่นหนาขนาดนั้น”
“ผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐานคนนั้น คงเป็นลูกชายของตระกูลใหญ่ ของผู้บำเพ็ญของเขตวิญญาณแรกกำเนิดคนใดสักแห่งสินะ”
“เหมือนจะเป็นลูกชายแท้ ๆ ของเจ้าเกาะเซียนที่แปดจากสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลี!!”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์บางคนรู้ข่าวคราว และจำตัวตนของชายหนุ่มคนนี้ได้ในทันที
สวี่หยางมองสำรวจอย่างคร่าว ๆ ในใจกลับดีใจอย่างยิ่ง
ที่แท้กลับเป็นบุตรชายแท้ ๆ ของเจ้าเกาะเซียนที่แปดแห่งสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลี นี่ช่างสะดวกยิ่งนัก
เมื่อมีบุคคลสำคัญอยู่บนเรือ ตามปกติแล้ว ถึงแม้สำนักเกาซานจะตรวจค้นก็คงไม่ทำเกินไปกระมัง
หลังจากที่สวี่หยางและเฉินซือซือขึ้นเรือ ไม่นานก็ได้เห็นหวงเสี่ยวหลิงและโจวเทียนหยวนสองสามีภรรยา
พวกเขาอยู่ที่ท้ายเรือ พยักหน้าเล็กน้อยมาทางด้านสวี่หยาง แต่ก็แสร้งทำเป็นไม่รู้จัก
ครู่ต่อมา ผู้คนที่ขึ้นเรือก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ
น้อยที่สุดก็หนึ่งคน มากที่สุดก็ห้าถึงแปดคน
สิ่งที่ทำให้สวี่หยางวางใจได้ก็คือ ได้ยินว่าหากเดินทางออกนอกประเทศตามลำพัง จะถูกสอบปากคำได้ง่าย แม้แต่ผู้ชายก็เช่นกัน เพราะมีข่าวลือว่า เจ้าสาวผีมีผู้ชายติดตาม และพลังปราณก็ไม่ต่ำ
เคยสังหารผู้บำเพ็ญขอบเขตจินตานมาแล้ว
ดังนั้น การเดินทางออกนอกเมืองตามลำพัง จึงอาจจะถูกจับตัวไปสอบปากคำได้ง่าย
นี่ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่เลือกเช่นเดียวกับสวี่หยาง คือเดินทางออกนอกเมืองโดยใช้เรือสินค้า
“เอ๊ะ ที่แท้เป็นเขาเองหรือนี่”
ครั้งนี้ สวี่หยางสังเกตเห็นคนคุ้นเคย
เป็นผู้บำเพ็ญที่เคยต้องการเช่าถ้ำฝึกตน นามว่า ต้วนสยง
เขามาคนเดียว อยู่ที่หัวเรือกำลังหาวหวอด ๆ รอการออกเรือด้วยความเบื่อหน่าย
ได้ยินว่าวิชาแพทย์ของบุรุษผู้นี้ยอดเยี่ยมมาก มักจะมีผู้คนมาขอร้องให้เขารักษาโรคแปลก ๆ แต่ปกติแล้วจะอยู่แถว ๆ เมืองเซียนชิงหนิว ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร ถึงได้มาถึงที่นี่
…สวี่หยางและเฉินซือซือตัดสินใจหาที่พักผ่อนก่อน
เขาไปหาเจ้าหน้าที่บนเรือ แล้วบอกว่าอยากหาห้องพักสักห้อง
“คราวนี้คนขึ้นเรือเยอะ กลัวว่าจะไม่มีห้องว่างแล้ว”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้นในชุดเกราะหนัก ตรวจสอบป้ายประจำตัวของสวี่หยางอีกครั้ง แล้วจึงพูด
“ไม่มีห้องแล้วหรือ? ข้าเห็นคุณชายที่มาทีหลังพวกข้า ยังจองไปสามห้องเลย”
สวี่หยางถาม
เขาพูดถึงคนที่อ้างตัวว่าเป็นบุตรชายของเจ้าเกาะที่แปดแห่งเกาะเจ็ดเซียนหลิวหลี ต้วนเทียนฮ่าว!!
สวี่หยางเห็นกับตาว่าเขาเปิดสามห้อง
หนึ่งห้องสำหรับตัวเอง อีกสองห้องสำหรับลูกน้อง
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตสร้างรากฐานคนนี้ตอบอย่างไม่สบอารมณ์ “คนเขาเป็นบุตรชายแท้ ๆ ของเจ้าเกาะที่แปดแห่งเกาะเจ็ดเซียนหลิวหลี ถ้าเจ้ามีฐานะเช่นนี้ จะเปิดสองห้องก็ได้”
พูดจบ คนผู้นี้ก็หันหลังจากไป
“สามี ข้าไม่เป็นไร พักที่หัวเรือก็ได้”
สวี่หยางส่ายหน้า เขาอยากเปิดห้อง ไม่ใช่เพื่อความสะดวกสบาย!!
แต่คิดถึงอาการบาดเจ็บของเฉินซือซือที่ต้องได้รับการรักษา
ข้างนอกมีผู้คนพลุกพล่านวุ่นวาย ไม่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้เลย
“จะทำอย่างไรดี”
สวี่หยางสังเกตเห็นว่าหวงเสี่ยวหลิงและพรรคพวก แม้จะมาถึงก่อน แต่ก็ไม่ได้หาห้องพัก ตอนนี้ทุกคนกำลังพักผ่อนอยู่ที่ท้ายเรือ
สวี่หยางไม่มีทางเลือก เขาจึงต้องไปหาคนอื่น
“เอ๊ะ ชั่วพริบตาเดียว ต้วนสยงก็หายตัวไปแล้ว หรือว่าเข้าไปในห้องไหนแล้ว”
สวี่หยางครุ่นคิด
หลังจากหาไปครึ่งรอบ ทั้งหัวเรือและท้ายเรือก็ไม่พบต้วนสยง จึงแน่ใจได้ว่าต้วนสยงเข้าไปในห้องแล้ว
เมื่อเห็นว่า เรือกำลังจะออก และไม่มีใครขึ้นเรืออีกแล้ว แต่สวี่หยางก็ยังไม่พบต้วนสยง
“ไม่คิดเลยว่าต้วนสยงจะมีพลังปราณมากขนาดนี้ ถึงกับหาห้องพักในที่แบบนี้ได้”
เขาคิดว่าจะเข้าหาต้วนสยงอย่างไร หวังว่าเขาจะยอมให้ห้องพัก
……
ในขณะเดียวกัน ในห้องที่หรูหราที่สุด
ต้วนเทียนฮ่าวบุตรชายของเจ้าเกาะที่แปดแห่งสำนักเจ็ดเซียนหลิวหลีกำลังพูดคุยกับลูกน้อง
“นายท่าน เราได้รับคำสั่งจากท่านเจ้าเกาะให้ตามหาเบาะแสของเจ้าสาวผีที่นี่ เจ้าสาวผีอาจมียาสร้างจินตานและยาบรรลุจินตาน ซึ่งเป็นโอกาสที่จะได้ฝ่าฝืนสวรรค์ หากเราจากไปตอนนี้ ท่านเจ้าเกาะจะตำหนิท่านเป็นแน่!”
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขอบเขตเจี่ยตานวัยชราที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กระซิบอธิบายให้ต้วนเทียนฮ่าวเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ต้วนเทียนฮ่าวมีคิ้วหนาและตาโต ถึงแม้จะเตี้ยและอ้วน แต่ดวงตาของเขาก็ฉลาดและมีชีวิตชีวา
เขาเหลือบมองชายชราและส่ายหัว “หากเจ้าสาวผีตามหาได้ง่ายดายขนาดนั้น สำนักเกาซานคงไม่ต้องเอิกเกริกขนาดนี้หรอก! อีกอย่าง ถึงแม้จะหาเจ้าสาวผีเจอ จะทำอย่างไรต่อ? ข้าได้ข่าวแน่ชัดว่าเจ้าสาวผีใช้เพียงปราณเล็กน้อยก็สามารถสังหารผู้อาวุโสขอบเขตจินตานของสำนักเกาซานถึงสองคนได้ รวมถึงเกาหู่และหลิวเหนิง เจ้าสองคนนั้น! หากเราเจอเจ้าสาวผีจะจับนางงั้นหรือ?”
“ดังนั้น เรื่องนี้จะทำให้พวกเราเดือดร้อนได้ง่าย สู้เราออกจากที่นี่ไปทำการค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ หาเงินใช้จ่ายจะดีกว่า ส่วนยาสร้างจินตานกับยาบรรลุจินตานนั้น อย่าได้คิดเลย ข้าต้วนเทียนฮ่าวไม่มีวาสนาพอ”
“เฮ้อ…”
ชายชรามองหน้ากับคนข้าง ๆ
นายท่านของพวกเขานี่ดีหมดทุกอย่าง เพียงแต่ไม่ชอบแข่งขันเท่านั้น
ต้องรู้ว่าการบำเพ็ญของผู้บำเพ็ญมนุษย์นั้นเป็นการฝ่าฝืนสวรรค์ หากไม่แข่งขัน จะได้ครอบครองสิ่งที่ปรารถนาได้อย่างไร?
ขณะเดียวกัน
ตามมุมต่าง ๆ บนเรือก็มีคนจำนวนไม่น้อยกำลังพูดคุยเรื่องเจ้าสาวผี
สวี่หยางได้ยินที่พวกเขาถกเถียงกันแล้วรู้สึกขำในใจ
เพราะบางคนพูดถึงเจ้าสาวผี ราวกับนางเป็นเทพ
กล่าวว่า เจ้าสาวผีฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตา
พวกเขาจะรู้ได้อย่างไรกันว่า เจ้าสาวผีนั้นอ่อนโยนและน่ารักขนาดไหน
เฉินซือซืออาจจะเหนื่อยจริง ๆ นางพิงไหล่สวี่หยางพักผ่อน
เวลานี้ สวี่หยางสังเกตเห็นต้วนสยงเดินออกมาจากห้องหนึ่งของทางเดิน
เขาเดินมาถึงหัวเรือแล้วมองออกไปไกล ๆ ก่อนจะนั่งขัดสมาธิลง ตั้งท่าจะทำสมาธิ
“สหายเต๋าคือต้วนสยงใช่หรือไม่?”
สวี่หยางเดินเข้าไปเอ่ยปาก
ต้วนสยงหันหลังกลับมาด้วยความแปลกใจ แน่ใจว่าไม่เคยพบสวี่หยางมาก่อน
“เจ้าคือ…”
“ที่แท้ก็คือท่านเอง ข้าชื่อหวังต้าเป่า เคยมีสหายของข้าให้ท่านรักษาครั้งหนึ่ง ตอนนั้นข้าเห็นท่านอยู่ห่าง ๆ ความทรงจำเกี่ยวกับวิชาแพทย์อันเลิศล้ำของท่านยังคงแจ่มชัดอยู่ในใจข้า”
คำประจบของสวี่หยางทำให้ต้วนสยงพอใจมาก
“อย่างนั้นหรือ สหายของเจ้าชื่อ…”
“โอ๊ย สหายของข้าประสบเคราะห์กรรม ตายอนาถในแดนไกล!”
“ขอแสดงความเสียใจด้วย”
ต้วนสยง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสวี่หยางพูดถึงใคร
แม้ว่าสวี่หยางจะบอกชื่อ เขาก็คงจำไม่ได้อยู่ดี
คนที่ผ่านมือมาให้เขารักษามีมากเหลือเกิน เขาจะจำทุกคนได้อย่างไร?
“มีเพียงเจ้าสองสามีภรรยาอยู่ที่นี่หรือ?”
ต้วนสยงมองไปที่สวี่หยางและเฉินซือซือที่นอนหลับอยู่ข้าง ๆ แล้วถามขึ้นมาลอย ๆ