ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 345 อาจารย์และศิษย์ต่างมีฝีมือที่สูงส่ง
บทที่ 345 อาจารย์และศิษย์ต่างมีฝีมือที่สูงส่ง
หญิงสาวเตรียมพร้อมสำหรับค่าใช้จ่ายในการทำพิธีบูชา นางจึงรีบหยิบตั๋วแลกเงินจำนวนห้าสิบตำลึงออกมา
“อืม”
เซียนอวิ๋นเจินเหรินรับตั๋วแลกเงินด้วยท่าทางสบาย ๆ แล้วพยักหน้า “พวกเจ้าไปเถอะ”
ทุกคนลงจากเขา
สวี่หยางขมวดคิ้วเล็กน้อย เขารู้สึกไม่เข้าใจ
หากนี่เป็นฝีมือของวิญญาณร้ายจริง ๆ เซียนอวิ๋นเจินเหรินก็ไว้วางใจให้ศิษย์ของตนลงเขาเองหรือ?
เหมือนเซียนอวิ๋นเจินเหรินจะเห็นความสงสัยของสวี่หยาง จึงยิ้ม “สหายเต๋าสวี่ ไม่ทราบว่ามีอะไรอยากถามใช่หรือไม่”
“ท่านอาจารย์ ท่านไม่กังวลที่ให้เสี่ยวอี้ลงเขาไปหรือ?” สวี่หยางถามด้วยความสงสัย
เซียนอวิ๋นเจินเหรินหัวเราะเบา ๆ “คนหนุ่มต้องเรียนรู้ที่จะเติบโต การมีคนปกป้องตลอดเวลาไม่ได้ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น”
“แต่ถ้าบิดาของหญิงสาวคนนั้นป่วยจริง ๆ ล่ะ?”
เซียนอวิ๋นเจินเหรินแสดงสีหน้าลึกซึ้ง มองขึ้นฟ้าและถอนหายใจ “แม้ข้าจะมีวิธีรักษามากมาย แต่ข้าไม่เคยรักษาคนโดยพลการ”
“ทำไมหรือขอรับ?”
“การพิจารณาความทุกข์ของผู้อื่นก็เป็นการฝึกฝนรูปแบบหนึ่ง อีกอย่าง ข้าต้องรักษาทำไม? ท่านสามารถให้เหตุผลข้าได้หรือไม่?”
สวี่หยางคิดอยู่ครู่หนึ่งและพยักหน้าเบา ๆ
ใช่แล้ว การพิจารณาความทุกข์ของผู้อื่น ก็เป็นการฝึกฝนรูปแบบหนึ่งเช่นกันจริงๆ
เขาและหลินอวี้เดินทางผ่านสถานที่มากมายและพบเจอความทุกข์หลากหลาย แต่ก็ไม่ได้ช่วยเหลือทุกคน
ก่อนหน้านี้ เขาเคยพบถ้ำลึกลับ แต่เพื่อความปลอดภัย เขาไม่ได้เข้าไป
“แต่พวกท่านสองคนต่างออกไป” เซียนอวิ๋นเจินเหรินพูดต่อ “ตัวท่านยังอยู่ในขอบเขตจินตาน ยังต้องเดินทางและมองโลกมากขึ้น อีกอย่าง การทำความดีจะช่วยให้การฝึกฝนของพวกท่านก้าวหน้าขึ้น”
“ข้าเข้าใจแล้ว”
สวี่หยางสูดลมหายใจลึก รู้สึกว่าเซียนอวิ๋นเจินเหรินพูดมีเหตุผล
จากนั้น เขาและหลินอวี้ก็ลงไปจากภูเขา เตรียมไปดูสถานการณ์กับเหมาเสี่ยวอี้
เมื่อมองตามหลังพวกเขาไปจนสุดสายตา เซียนอวิ๋นเจินเหรินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ทุกครั้งที่ต้องทำตัวเหมือนผู้รู้ มันเหนื่อยจริง ๆ”
เซียนอวิ๋นเจินเหรินเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก
ความจริงที่เขาไม่ลงเขาเองเพราะกลัวว่าจะเจอวิญญาณร้ายที่ยากต่อการรับมือ
ครั้งก่อนที่หญิงสาวมาขอความช่วยเหลือ เขาขายยันต์ปลอมให้นาง หวังจะได้เงิน หากนางตายก็ปล่อยให้ตายไป
แต่ไม่คาดคิดว่านางไม่ตายและกลับมาอีก
เขาจึงต้องหาเหตุผลอ้างว่า พ่อของนางป่วย
แต่นางไม่ยอมกลับไป เขาจึงให้ศิษย์ของตน เหมาเสี่ยวอี้ ลงเขาแทน
โชคดีที่เขารู้ว่าเหมาเสี่ยวอี้มีฝีมือดี ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เหมาเสี่ยวอี้ช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้หลายครั้ง
“เหมาเสี่ยวอี้เหนื่อยมากในช่วงหลายปีนี้ กลับไปต้องให้รางวัลเขาสักหน่อย ถ้าเขาหนีไป ข้าคงต้องปิดประตูอารามแน่”
เซียนอวิ๋นเจินเหรินพูดกับตัวเอง
…
เมื่อทุกคนเดินทางลงมาจากเขา พวกเขาก็เดินไปตามเส้นทางเล็ก ๆ ผ่านไปไม่นานก็มาถึงถนนหลวง
เหมาเสี่ยวอี้และหญิงสาวเดินอยู่ด้วยกัน สวี่หยางและหลินอวี้เดินเคียงข้าง สนทนากันเป็นระยะ
หญิงสาวผู้มาขอความช่วยเหลือชื่อ หวงหลิ่วเยี่ยน พ่อของนางทำการค้าสุรา แม้การค้าจะไม่ใหญ่มาก แต่ในเมืองก็ถือว่าเป็นระดับเศรษฐี
“คุณหนูหวง ไม่ต้องกังวล หากมีวิญญาณร้ายจริง ๆ ข้าจะใช้กระบี่ทองแดงนี้สังหารมัน ไม่ทราบท่านรู้ไหมว่ากระบี่นี้มีที่มาอย่างไร?”
เหมาเสี่ยวอี้ถามอย่างมั่นใจ
หวงหลิ่วเยี่ยนมองกระบี่ทองแดงเก่า ๆ ที่ดูไม่น่าจะมีค่า และส่ายหัว “มีที่มาอย่างไร?”
“อาจารย์ให้ข้ามาด้วยตนเอง”
หวงหลิ่วเยี่ยนพูดอย่างหมดความอดทน “ข้ารู้ว่าอาจารย์ให้ท่านมา ข้าหมายถึง กระบี่นี้มีอะไรพิเศษอย่างนั้นหรือ?”
“เอ่อ…เมื่อข้าออกไปสังหารวิญญาณร้าย ส่วนใหญ่ใช้เพียงกระบวนท่าเดียวก็จัดการได้แล้ว”
เหมาเสี่ยวอี้ยืดอกพูดด้วยความภาคภูมิใจ
“กระบวนท่าเดียว?” หวงหลิ่วเยี่ยนไม่เชื่อ
ความจริงก่อนที่จะมาขอความช่วยเหลือ พ่อบ้านและสหายของนางต่างก็เตือนนางว่า เซียนแห่งอารามเต๋ออวิ๋นอาจเป็นนักต้มตุ๋น
ดูเหมือนมีหลายคนที่ถูกหลอกไปก่อนหน้านี้
แต่หวงหลิ่วเยี่ยนไม่มีทางเลือกอื่น นางหันไปหาใครก็ไม่มีใครช่วยได้
ตอนนี้ นางมาหาเหมาเสี่ยวอี้เพราะเป็นความหวังสุดท้าย
แต่เมื่อเห็นเหมาเสี่ยวอี้ดูมั่นใจ นางกลับรู้สึกผิดหวัง
เพราะเขาดูเหมือนคนที่พูดเกินจริง
ขณะที่พวกเขาเดินผ่านไปบนถนนหลวง หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่ดูเหมือนมีความกังวลเดินเข้ามา นางถือตะกร้าที่มีผักป่า บางส่วนตกลงพื้นแต่นางไม่สนใจ
สวี่หยางรู้สึกได้ถึงมวลพลังที่ไม่ชอบมาพากลที่อยู่รอบตัวนาง
เหมือนถูกวิญญาณร้ายคุกคาม
หญิงวัยกลางคนจำเหมาเสี่ยวอี้ได้ รีบพูดว่า “สหายเต๋า ข้ากำลังจะขึ้นเขาไปหาท่าน”
เหมาเสี่ยวอี้จำนางได้โดยทันที “ป้าสวี่ ท่านต้องการอะไรหรือ?”
“ข้า…ข้าเหมือนมีปัญหา เมื่อไม่กี่วันก่อน ข้าไปเก็บผักป่าและขุดรังไข่งูตั้งแต่ตอนนั้น บ้านข้ามีงูปรากฏตัวบ่อยครั้ง บางครั้งอยู่บนคาน บางครั้งอยู่บนโต๊ะ เมื่อคืนนี้ยิ่งแย่ งูอยู่บนเตียง ข้าไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว”
สวี่หยางฟังแล้วไม่พูดอะไร ต้องการดูว่าเหมาเสี่ยวอี้จะจัดการอย่างไร
หวงหลิ่วเยี่ยนก็มีความคิดเช่นกัน ต้องการดูว่าเขาจะทำอะไร
หากเหมาเสี่ยวอี้ไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้ เขาก็เป็นนักต้มตุ๋นแน่ๆ
แต่เหมาเสี่ยวอี้กลับดูสงบ และหันไปพูดกับหวงหลิ่วเยี่ยน “คุณหนูหวง บ้านป้าสวี่อยู่บริเวณนี้เอง ข้าขอไปช่วยนางก่อนได้หรือไม่”
“ได้ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นจากอะไรหรือ?”
เหมาเสี่ยวอี้ตอบอย่างฉะฉาน “ชัดเจนว่าเป็นฝีมือปีศาจงู ป้าสวี่ทำรังไข่งูเสียหาย งูปีศาจจึงต้องการแก้แค้น แต่งูปีศาจนี้ไม่แข็งแกร่ง หากมันแข็งแกร่ง ป้าสวี่คงตายไปแล้ว”
ป้าสวี่ตกใจ รีบพูดว่า “สหายเต๋า ช่วยข้าด้วย”
“ไม่ต้องห่วง อาจารย์บอกว่า การช่วยชีวิตคนหนึ่งคนมีค่ามากกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น!”
เหมาเสี่ยวอี้พูดจบแล้วเดินไปบ้านของป้าสวี่
เขามักจะลงจากเขามาทำพิธีต่าง ๆ ทำให้รู้จักที่พักของชาวบ้านในหมู่บ้านเป็นอย่างดี
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงบ้านของป้าสวี่
“ท่านพี่ ที่นี่มีพลังปีศาจ แต่แผ่วเบามาก น่าจะเป็นปีศาจงูที่เพิ่งกลายร่าง” หลินอวี้มองเห็นปัญหาของที่นี่ได้ในทันที
เหมาเสี่ยวอี้หยิบยันต์สีเหลืองออกมา
นี่เป็นยันต์ที่ใช้วิถีทางโลก วัสดุทำจากกระดาษสีเหลืองธรรมดา กระดาษมีคุณภาพต่ำ พูดตามตรง ใช้เช็ดก้นยังกลัวจะฉีก
โดยเฉพาะยันต์ในมือของเหมาเสี่ยวอี้ กระดาษที่แย่ก็ว่าแย่แล้ว สีหมึกก็ซีดจาง ทำให้ดูเก่ามาก
สวี่หยางสงสัยว่ายันต์นี้จะใช้งานได้จริงหรือไม่
คำตอบคือใช้งานได้
เหมาเสี่ยวอี้นำยันต์ไปแปะที่คานบ้านของป้าสวี่
ทันใดนั้น พลังปีศาจในบ้านก็หายไปทันที
“เรียบร้อยแล้ว” เหมาเสี่ยวอี้ปัดฝุ่นที่มือ “ป้าสวี่ โชคดีที่มันเป็นเพียงปีศาจงูเล็ก ๆ ยันต์ที่ข้าทำเองก็จัดการได้ ไม่อย่างนั้นต้องใช้ยันต์ของอาจารย์ข้า นั่นคงจะลำบาก”
“จริงหรือ?” ป้าสวี่ดูงุนงง
นางอยากถามว่า นักพรตน้อย เจ้าแค่แปะยันต์แผ่นเดียวก็เรียบร้อยแล้วหรือ?
“นักพรตน้อย ปีศาจงูหายไปจริงหรือ? หรือให้เรียกอาจารย์ของเจ้ามาดูสักหน่อยดีหรือไม่?”
ป้าสวี่ยังไม่ค่อยสบายใจ
เหมาเสี่ยวอี้ตอบด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย “อาจารย์ข้า ถ้าท่านมาที่นี่ป้าจะต้องจ่ายห้าสิบตำลึง แต่ข้าคิดราคาถูกมากกว่านั้น ป้าเห็นว่าสมควรจ่ายเท่าไหร่ก็จ่ายมาเถอะ”
ป้าสวี่ตกใจเล็กน้อยและพูดอย่างกระอักกระอ่วนใจ “ถ้าต้องเชิญอาจารย์เจ้ามาคงแพงมาก”
พวกเขาเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา จะไปหาเงินมากขนาดนั้นได้อย่างไร
เหมาเสี่ยวอี้หัวเราะ “แน่นอน นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าบอกว่าข้าจะช่วยพวกท่านเอง”
“ก็ได้ ไม่ทราบว่าต้องข้าต้องจ่ายเงินเท่าไหร่หรือ?”
ด้วยความไว้วางใจในตัวเหมาเสี่ยวอี้ ป้าสวี่จึงถาม
เหมาเสี่ยวอี้ตอบอย่างตรงไปตรงมา “เอาอย่างนี้ อาจารย์ของข้าชอบรับประทานหมูตุ๋น ข้าเห็นหมูตากแห้งที่แขวนอยู่ที่หน้าประตูของบ้านท่านดูน่ารับประทานมาก ข้าขอเอามันเป็นค่าแรงแล้วกัน”
“ไม่มีปัญหา!”
ป้าสวี่หัวเราะแล้วนำหมูตากแห้งลงมาให้เหมาเสี่ยวอี้
สวี่หยางดูเหตุการณ์นี้และพยักหน้าเล็กน้อย “ไม่เสียทีที่เป็นศิษย์ของเซียนขอบเขตหลอมสุญตา ดูธรรมดาแต่เก่งกาจยิ่งนัก”
เมื่อครู่เขาสังเกตเห็นว่า ตอนที่เหมาเสี่ยวอี้นำแผ่นยันต์ธรรมดาออกมาแปะที่คานบ้าน มีพลังกดดันเข้มข้นแทรกซึมเข้าไปในยันต์ทันที
ทันใดนั้น ยันต์เหมือนมีชีวิต พลังแผ่ออกไป
ปีศาจงูที่ซ่อนอยู่ในสวนหลังบ้านตกใจหนีไปอย่างรวดเร็ว
“เหมาเสี่ยวอี้น่าจะพบปีศาจงูแล้ว แต่เพราะมันอ่อนแอเกินไป เขาจึงเลือกที่จะปล่อยไป”
สวี่หยางคาดเดา
นี่สอดคล้องกับหลักการของเซียนอวิ๋นเจินเหริน ที่ไม่ทำความดีโดยง่าย และไม่ฆ่าสัตว์โดยง่ายเช่นกัน
“อาจารย์ที่เก่งต้องมีศิษย์ที่เก่งด้วย”
สุดท้าย สวี่หยางต้องยอมรับ
ส่วนหวงหลิ่วเยี่ยนก็ดูงุนงง
ขณะเดินทางไปบ้านของนาง นางยังสงสัยว่า บ้านของป้าสวี่มีปีศาจงูจริงหรือ?
โดยไม่รู้ตัว พวกเขาก็มาถึงบ้านของหวงหลิ่วเยี่ยน
บ้านนางถือว่าหรูหราไม่น้อยในตัวเมือง มีหมอสามคนยืนอยู่ที่หน้าประตูด้วยท่าทีหมดหวัง กำลังคุยกับหญิงชราคนหนึ่งอยู่
“เฮ้อ แม่เฒ่าหวง พวกเราก็จนปัญญาแล้ว”
“ร่างกายเขายังดีอยู่ แต่กลับไม่ฟื้น ข้าคิดว่าเขาน่าจะถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง”
หญิงชราคนนั้นคือแม่ของหวงหลิ่วเยี่ยน นางมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ใจ “แต่พวกเราก็ได้เอายันต์ขับไล่วิญญาณของเซียนอวิ๋นเจินเหรินมาแล้ว แต่มันก็ไม่ช่วยอะไร นั่นเป็นยันต์ขับไล่วิญญาณที่ใช้เงินหลายสิบตำลึงซื้อมาเลยเชียวนะ”
“ฮึ นักพรตจากอารามเต๋ออวิ๋นนั่นเป็นนักต้มตุ๋น”
“ถูกต้อง”
คนรอบข้างพยักหน้าเห็นด้วย
“พวกเจ้ารักษาคนไม่ได้ ก็กล่าวหาว่าอาจารย์ข้าเป็นนักต้มตุ๋น ฮึ มีหลักฐานอะไรว่าอาจารย์ข้าเป็นนักต้มตุ๋น?”
เหมาเสี่ยวอี้ตวาดออกไปด้วยความเกรี้ยวกราด
“เจ้าเป็นใคร…”
แม่เฒ่าหวงตาไม่ดี มองไม่เห็นหน้าเหมาเสี่ยวอี้ชัดเจน
“ท่านแม่ นี่คือศิษย์ของเซียนอวิ๋นเจินเหริน เขาบอกว่ามีวิธีรักษา ให้เขาลองดูเถอะ”
หวงหลิ่วเยี่ยนไม่มีทางเลือกแล้ว
สวี่หยางยืนอยู่ข้างนอก มองดูบ้านหลังนี้
ที่นี่ไม่มีพลังวิญญาณร้าย พลังปีศาจยิ่งไม่มีเลย
นั่นหมายความว่า ไม่มีสิ่งชั่วร้ายอยู่ที่นี่
“หรือว่า เถ้าแก่หวงป่วยจริง ๆ?”
สวี่หยางและหลินอวี้เข้าไปในบ้าน
เมื่อเข้าไปในห้องพักฟื้น สวี่หยางเห็นเถ้าแก่หวงนอนอยู่บนเตียง ไม่ขยับตัวและไม่ฟื้นขึ้นมา
“ท่านพ่อ ข้าพานักพรตมาแล้ว ท่านพ่อ ลืมตาดูหน่อยสิเจ้าคะ”
หวงหลิ่วเยี่ยนเขย่าเตียงที่พ่อของนางนอนอยู่
เหมาเสี่ยวอี้ตบไหล่หวงหลิ่วเยี่ยน “อย่าเขย่า ถ้าเขย่าต่อไป แม้คนไม่เป็นอะไรก็ต้องเป็นอะไรสักอย่างแน่นอน”
“นักพรตน้อย แล้วท่านว่า พ่อของข้าเป็นอะไรหรือ?”
เหมาเสี่ยวอี้พยักหน้าแล้วกล่าว “บิดาของท่านขาดบางสิ่งบางอย่าง ควรจะเป็น…”