ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 365 ความฝันอันแสนวิเศษ
บทที่ 365 ความฝันอันแสนวิเศษ
“เกาจิน เรื่องในอดีต ก็เป็นความผิดของเจ้าก่อน”
กู่ลี่นาลามีสีหน้าเย็นชา
“แล้วอย่างไร โลกใบนี้ มีแต่เรื่องของผู้แข็งแกร่งกินผู้อ่อนแอ กู่ลี่นาลา เจ้าคงคิดไม่ถึงสินะ ว่าตอนนี้ข้ามีพรสวรรค์ พลังปราณของข้าล้วนเหนือกว่าเจ้า เจ้าจะเป็นอะไรได้ ตอนนี้ เจ้าคงจะเสียใจแล้วสินะ”
เกาจินค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ “ข้าขอแนะนำให้เจ้ารีบออกไปจากที่นี่ซะ ไม่อย่างนั้น เฮ่อเฮ่อ…”
วูบ!
เกาจินกระโจนเข้าไปข้างหน้ากู่ลี่นาลาในพริบตา
“นางเป็นคนของเมืองเซียนชิงหนิว รีบไสหัวไปซะ”
พอดีตอนที่เกาจินกำลังจะลงมือขั้นต่อไป สวี่หยางก็เอ่ยปากขึ้นมา
ถึงแม้เขาจะไม่ชอบที่กู่ลี่นาลาถามหาวิธีผ่านด่านจากเขาก่อนหน้านี้
แต่นี่ก็ถือเป็นคนของเมืองเซียนชิงหนิวอยู่ดี
ถ้ามีความสามารถ ก็ควรช่วยเหลือสักหน่อย
อย่างไรซะ เกาจินก็ไม่ได้แข็งแกร่งมากมายอะไร
เกาจินหันมามองทางสวี่หยาง แล้วยิ้มเยาะ
“ข้ารู้จักเจ้า ตัวเจ้าชื่อสวี่หยาง เป็นสุนัขรับใช้ของเหอซีเสวี่ยใช่ไหมล่ะ~~~~”
สวี่หยางมองมาด้วยสายตาเย็นชา “เจ้ากินอึมาตั้งแต่เช้าหรือไร ปากถึงได้เหม็นขนาดนี้”
“ข้าว่าเจ้ากำลังหาที่ตาย”
เกาจินคำรามเสียงเย็น
ความสัมพันธ์ระหว่างสำนักเกาซานและเมืองเซียนชิงหนิวไม่ค่อยดีอยู่แล้ว
เกาจินลงมือโจมตีก่อน กระบี่วิเศษพุ่งเข้าโจมตีฝ่ายตรงข้าม
พลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัว ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างถอยหลังกรูด ก่อนจะมองไปที่สวี่หยางด้วยสีหน้าฉงนสนเท่ห์
ชื่อเสียงของสวี่หยางนั้นใหญ่โต แต่ไม่ใช่ชื่อเสียงด้านฝีมือ เนื่องจากชื่อเสียงส่วนใหญ่มาจากการเป็นคนของเหอซีเสวี่ย
สำหรับพลังปราณของตัวเขาเอง ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่
แต่ครั้งนี้ สวี่หยางลงมือตอบโต้ ปลายนิ้วชี้ออกไป มวลพลังจากวิชาดัชนีฝังเข็มสามเล่มพุ่งออกไป
“เพียงแค่การลอบทำร้ายเท่านั้น คิดว่าจะสามารถจัดการข้าได้งั้นหรือ เจ้าดูถูกข้าเกาจินเกินไปแล้ว”
“ศาสตร์ขุนเขา”
เกาจินคำราม
บนท้องฟ้า ราวกับมีภูเขาลูกหนึ่งปรากฏขึ้น กดทับลงมาที่สวี่หยางอย่างหนักหน่วง
แต่วินาทีถัดมา อกของเขาก็เจ็บแปลบ
ก้มลงมอง
สามรูเลือดขนาดเท่าปากชามปรากฏชัดต่อสายตา
“เจ้า…”
เมื่อครู่ สวี่หยางใช้วิชาดัชนีฝังเข็ม ตนเองก็ป้องกันตัวแล้วนี่นา
แต่ทำไมกัน การโจมตีของสวี่หยางถึงได้ทะลุทะลวงการป้องกันเข้ามาได้ นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย
ครั้งนี้ ถึงแม้ต้องการจะออกจากที่นี่ทันทีก็เป็นไปไม่ได้แล้ว
เพราะสมองประมวลผลไม่ทัน
ในหัวมีแค่สี่คำ: ข้ากำลังจะตาย
ในขณะนี้ เห็นได้ชัดว่าฝ่ายตรงข้ามโจมตีถูกจุดอ่อนของเขา ทำให้เกาจินไม่มีโอกาสได้แก้ตัวอีกแล้ว
“ตุบ…”
เมื่อศพล้มลง ผู้คนรอบข้างต่างตกใจ
“เป็นไปได้อย่างไร??”
ขณะนั้น เหาปิงก็มองไปที่สวี่หยางอย่างไม่อยากเชื่อ
เมื่อครู่เขาเห็นชัดเจนว่าเคล็ดวิชาที่สวี่หยางใช้ ไม่ได้ลึกซึ้งอะไรมาก
แต่ด้วยเคล็ดวิชาง่ายๆ แบบนี้ กลับสังหารเกาจินที่ป้องกันตัวอย่างดีได้อย่างง่ายดาย
มีเพียงความเป็นไปได้เดียว
สวี่หยางฝึกฝนวิชายุทธ์นี้จนถึงขีดสุดแล้ว ถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
“ดูเหมือนว่าพวกเราทุกคนต่างก็ประเมินบุรุษผู้นี้ต่ำเกินไป”
เหาปิงกล่าวเสียงเบา
“ไป!”
เขาหันหลังกลับ พาคนจากไป
จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ตอนนี้ไม่มีผู้ใดกล้าดูถูกสวี่หยางอีกแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กู่ลี่นาลา
สายตาของนางเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
สวี่หยางออกหน้าแทนนางแล้ว!!
“เจ้าอย่าเข้าใจผิดนะ!” สวี่หยางมองไปยังกู่ลี่นาลา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ข้ากลัวว่าเจ้าจะถูกรังแก ซึ่งเท่ากับเป็นการดูหมิ่นเมืองเซียนชิงหนิวทั้งเมือง ข้าจึงสั่งสอนเขาเสียหน่อย”
“แต่ข้ายังคงต้องขอบคุณเจ้าอยู่ดีนั่นแหละ!!”
กู่ลี่นาลากล่าว
สวี่หยางยิ้มพลางพยักหน้า “ไม่ต้องขอบคุณหรอก”
“แล้ววิธีการฝ่าด่านต่อไป…”
กู่ลี่นาลารีบถามต่อ
“ไสหัวไป…”
คำง่ายๆ เพียงคำเดียว ทำให้ใบหน้าของกู่ลี่นาลาซีดเผือด “อะไรกัน เรื่องแค่นี้เอง”
“วีรบุรุษช่วยสาวงามจบสิ้นแล้ว” เมื่อสวี่หยางหันหน้ากลับมา หวงเสี่ยวเหมยก็กำลังพูดพร้อมกับยิ้มหน้าบานสดใส
“นับว่าเป็นวีรบุรุษช่วยสาวงามตรงไหนกัน??” สวี่หยางส่ายหัว “ไปกันเถอะ จุดหมายต่อไปของพวกเราคือชั้นที่สิบเจ็ด”
“อืม”
ด่านต่อไปบนหอคอยชั้นที่สิบเจ็ด เป็นการทดสอบสภาวะจิตใจ!!
ที่นี่ไม่มีศัตรู ไม่มีค่ายกล ยิ่งไม่มีหุ่นเชิด และไม่มีสิ่งใดๆ ที่จะโจมตีผู้เข้าแข่งขัน
ที่นี่มีเพียงความฝัน
ทันทีที่สวี่หยางปรากฏตัว ก็รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นดุจฤดูใบไม้ผลิของสถานที่แห่งนี้
สภาพแวดล้อมโดยรวมเป็นสีขาว
แสงสีขาวอบอุ่นตกกระทบบนร่างกาย ทำให้จิตใจปลอดโปร่งโล่งสบาย มีรสชาติแปลกใหม่
จากนั้น ความง่วงงุนอย่างรุนแรงก็เข้าจู่โจม
“ให้ตายสิ รู้อยู่แล้วว่าเมื่อมาถึงที่นี่ต้องนอนหลับ”
สวี่หยางสบถเบาๆ
การมาที่นี่จะบังคับให้ผู้เข้าแข่งขันตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน
หลังจากหลับไป ก็จะเป็นความฝันที่มุ่งเป้าไปที่แต่ละคน
ข้อมูลนี้ เขียนไว้ในตำราคู่มือก่อนหน้านี้แล้ว
ส่วนวิธีทำลายความฝัน…
ไม่มีคำตอบ!!
รู้แค่ว่า ความฝันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
หลายคนล้มเหลวที่ระดับนี้
แน่นอน ระดับนี้จะไม่ทำให้ใครตาย
แค่จะทำให้ผู้เข้าแข่งขันต้องติดอยู่ในความฝันไม่มีที่สิ้นสุด
จนกว่าหอคอยร้อยสมบัติจะปิด ถึงจะบังคับส่งตัวผู้เข้าแข่งขันกลับออกไป
ทีละเล็กทีละน้อย สวี่หยางก็ผล็อยหลับไป
เขาออกจากหอคอยร้อยสมบัติสำเร็จ
เขาได้รับรางวัลมหาศาล รางวัลคือยาอมฤตลึกลับ หลังกินเข้าไป เขาก็กลายเป็นผู้บำเพ็ญขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด
เขาใช้ชีวิตกับบรรดาภรรยาต่อไป
โดยไม่รู้ตัว ก็กลายเป็นผู้ครอบครองเมืองเซียนชิงหนิว
ชีวิตของเขายิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ พลังปราณก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
สาวงามมากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นแม่ม่าย ภรรยาข้างบ้าน ต่างพากันโผเข้ากอดเขา
สวี่หยางเกือบจะมีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น
นั่นก็คือ ตนเองจะใช้ชีวิตเช่นนี้ต่อไป
ใช่แล้ว ความรู้สึกนี้ยิ่งแรงกล้าขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีเสียงบอกอยู่ในจิตใต้สำนึก
อย่าตื่น อย่าตื่น ที่นี่มีสาวงามมากมาย ที่นี่มีทรัพย์สมบัติมหาศาล
ท่านคือผู้ปกครองสูงสุด ท่านคือราชาของพวกนาง!!
‘แต่ไม่มีรางวัลเลยนี่นา’
สวี่หยางขมวดคิ้ว
หอคอยแห่งนี้คิดว่าเขาเป็นคนหลงระเริงในกามารมณ์จริงๆ หรือ
ไม่ใช่เลย
เหตุผลที่เขายอมแต่งงาน ก็เพื่อผลประโยชน์ไม่ใช่หรือ
แต่ว่า ถึงแม้ที่นี่จะมีภรรยามากมาย ทำไมถึงไม่มีรางวัลเลย
น่ารำคาญชะมัด…
สวี่หยางขบกราม “ฝัน!!”
ชายหนุ่มนึกออกแล้ว
เขายังไม่ได้ออกจากหอคอยร้อยสมบัติเลย
ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ล้วนเป็นความฝัน เป็นความหวังที่เขาจะฝันดีต่อไป
ความฝันเช่นนี้ เรียกกันทั่วไปว่าฝันดี
ฟึ่บ!
เขาลืมตาขึ้น หัวเราะ “ข้าช่างมีความตั้งใจที่น่าทึ่งจริงๆ ตื่นขึ้นมาได้แล้ว”
ด่านที่สิบเจ็ด โดยเคร่งครัดแล้ว สำหรับเขาไม่ถือว่ายากเกินไป
“ส่วนใหญ่เป็นเพราะไม่มีรางวัลมอบให้ ถ้าได้แต่งงานกับภรรยามากมายขนาดนั้น และยังมีผลประโยชน์มหาศาลตามมาอีกด้วย ผลลัพธ์อาจแตกต่างไปจากนี้ก็เป็นได้”
สวี่หยางคิดในใจด้วยความหวาดกลัว
เมื่อสามารถหลุดออกมาจากความฝันได้สำเร็จ สวี่หยางมองไปข้างหลังครู่หนึ่ง
ทันใดนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยความร่าเริง
ครั้งนี้ เขาเป็นที่หนึ่งแล้ว
ไม่รู้เหมือนกันว่าความฝันของหวงเสี่ยวเหมยเป็นอย่างไร
ในขณะที่กำลังคิดอยู่ ทางด้านหวงเสี่ยวเหมย นางยังคงอยู่ในความฝัน
สถานที่ที่นางอยู่ กลับเป็นเมืองสวีเจียฟางในวัยเด็ก
“เสี่ยวเหมย ข้าจะพาเจ้าไปจับปลาในน้ำนะ”
ในวัยเยาว์ สวี่หยางจูงมือหวงเสี่ยวเหมย พูดด้วยน้ำเสียงแจ่มใส
“ดีจ้ะ พวกเราไปกันเถอะ”
หวงเสี่ยวเหมยวิ่งออกไปอย่างร่าเริง
ข้างทุ่งนา
ท่านพ่อท่านแม่ทำงานอย่างมีความสุข
น้องชายก็ตามมาด้วย
ตอนกลางคืน ท่านพ่อท่านแม่ของหวงเสี่ยวเหมย บอกนางอย่างกะทันหันว่า จะจัดงานแต่งงานให้นางกับสวี่หยาง
“ลูกสาว เจ้าก็โตแล้ว ถึงเวลาแต่งงานแล้ว” ท่านแม่ยิ้มด้วยความพึงพอใจ
“ข้าว่า สวี่หยาง หนุ่มคนนี้ไม่เลว พวกเจ้าทั้งสองคนอยู่ด้วยกันมาแต่ไหนแต่ไร ท่านพ่อพอใจมาก”
“พี่สาว ขอแสดงความยินดีด้วย” หวงเสี่ยวไฉ น้องชายพูดอย่างร่าเริง “รอให้ท่านแต่งงาน ข้าจะช่วยจัดเตรียมสินสอดให้ดีเลย”
ที่แท้ ในความฝัน หวงเสี่ยวไฉร่ำรวยมหาศาล พึ่งพาการทำธุรกิจ สร้างเนื้อสร้างตัวจนได้ครอบครองทรัพย์สินมากมาย
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ทำให้หวงเสี่ยวเหมยรู้สึกเหมือนนี่ไม่ใช่ความจริง