ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 482 การเปิดเผยไพ่ใบสุดท้าย
บทที่ 482 การเปิดเผยไพ่ใบสุดท้าย
เมื่อได้รับการรับรองจากมู่อวิ๋นกู่ หวังเหมิงจึงหันหลังพาคนเดินออกไปด้านนอก
“หวังเหมิงเป็นผู้บำเพ็ญขั้นปลายของขอบเขตแปรเทวา นอกจากนี้เขายังเคยเป็นทหารที่เคยฆ่าศัตรูนับไม่ถ้วนมาก่อน เขาเคยได้รับตำแหน่งเทพสงครามจากสงครามครั้งก่อน แต่เพียงเพราะเขาไปทำให้คนไม่พอใจ เขาจึงถูกลดตำแหน่งลงมาเป็นผู้คุมคุกที่นี่”
“อืม ถ้าเขาเป็นผู้ออกหน้าด้วยตนเอง เรื่องนี้ไม่มีปัญหาแน่นอน”
มู่อวิ๋นกู่พึมพำ
เขาคิดว่าอีกไม่นานหวังเหมิงจะนำหัวของสวี่หยางมาให้เขา
เขาเกิดความคิดอยากออกไปดู แต่เพราะความขี้ขลาดของเขา เขาจึงไม่กล้าออกไปอีกแล้ว
…
ขณะเดียวกัน
เขตแดนทุกที่ที่สวี่หยางผ่านไป กระแสของกระบี่พลุ่งพล่าน
ไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานได้
“อ๊าก… อ๊าก…”
เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่ว
สวี่หยางเพิ่งเห็นมู่อวิ๋นกู่หนีไปในคุกใต้ดิน แต่เขาไม่รีบร้อน
เพราะแม้ว่ามู่อวิ๋นกู่จะหนีไปที่คุก เขาก็สามารถรู้ตำแหน่งอีกฝ่ายได้ไม่ยาก
ตอนนี้เขาต้องการลดการสูญเสียในการต่อสู้ข้างนอกให้มากที่สุด
และช่วยผู้อาวุโสไป๋เหมยจัดการกับหลัวอู่
หลัวอู่แข็งแกร่งมาก นี่เป็นสิ่งที่ไม่ต้องสงสัย หากไม่เช่นนั้น สำนักเก้าหุบเหวคงไม่ให้มนุษย์ที่ทรยศเผ่าพันธุ์ของตนเองมาปกป้องมู่อวิ๋นกู่เด็ดขาด
ดังนั้นเมื่อผู้อาวุโสไป๋เหมยต่อสู้กับเขา ผู้อาวุโสไป๋เหมยจึงตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบในทันที
“ผู้อาวุโสไป๋เหมย นี่คือความสามารถทั้งหมดของท่านหรือ?”
“น่าผิดหวังจริงๆ การเคลื่อนไหวของท่านช้ามาก เช่นนี้ไม่เรียกว่าต่อสู้ มาดูการต่อสู้ที่แท้จริงเถอะ!”
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ…
หลัวอู่ใช้คำพูดเพื่อทำลายจิตใจของผู้อาวุโสไป๋เหมย
เมื่อผู้อาวุโสไป๋เหมยเริ่มสงสัยในตัวเอง อาวุธลับหลากหลายชนิดพลันพุ่งเข้ามาโจมตีเขา
ใบหน้าของผู้อาวุโสไป๋เหมยเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เจ้าหมอนี่ แข็งแกร่งจริงๆ อาวุธของเขามีระดับความแข็งแกร่งถึงขั้นที่ห้า
เป็นเช่นนี้ไม่ดีเลย สงสัยจะต้านทานไม่ไหวแน่ๆ
แต่ในขณะนั้น ของวิเศษสองชิ้นบินเข้ามา
ของวิเศษนั้นมีระดับความแข็งแกร่งไม่สูงมาก หนึ่งเป็นของวิเศษขั้นสาม อีกหนึ่งเป็นของวิเศษขั้นสี่
แต่เมื่อรวมกันแล้ว ก็พอใช้ต้านทานคู่ต่อสู้ได้อยู่บ้าง
แต่…
ตู้ม ตู้ม…
ของวิเศษทั้งสองระเบิดออก และแตกเป็นเสี่ยงๆ ในลมหายใจต่อมา
“สวี่หยาง ขอบใจเจ้ามาก!! ภายหลังข้าจะชดเชยของวิเศษที่ใช้ป้องกันให้เจ้า”
ผู้อาวุโสไป๋เหมยกล่าวขอบคุณสวี่หยางผ่านทางกระแสจิต
“ไม่เป็นไรขอรับ ตอนนี้เราต้องสู้ให้เต็มที่!!”
สวี่หยางกล่าวจบ เขาปล่อยพลังวิญญาณของเขาพุ่งไปหาหลัวอู่
หลัวอู่ขมวดคิ้ว ไม่รู้ทำไม เมื่อเขาเผชิญหน้ากับสวี่หยาง เขารู้สึกกดดันมากกว่าเดิม
นี่มันไม่ธรรมดาเลย
ต้องรู้ว่า ระดับพลังของสวี่หยางแค่ขั้นแรกของขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด ต่ำกว่าผู้อาวุโสไป๋เหมยพอสมควร
และตนเองกับผู้อาวุโสไป๋เหมยอยู่ในระดับเดียวกัน
หลัวอู่ไม่มีเวลาคิดมาก เขาถอยห่างออกมาเล็กน้อย พยายามคิดแผนใหม่
“เจ้าพวกนี้ ไปจัดการกับบุรุษผู้นั้นให้ได้”
หลัวอู่สั่งผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา
“ฆ่ามัน!!”
หนึ่งในผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับคำสั่ง ไม่กล้าฝ่าฝืน เขาหยิบของวิเศษที่มีลักษณะเหมือนเจดีย์ไฟออกมาถืออยู่ในมือ และพุ่งไปหาสวี่หยางด้วยความดุร้าย
“จงดูเจดีย์ไฟของข้าให้ดีเถอะ!”
ตู้ม ตู้ม!
ผู้ใต้บังคับบัญชาคนนี้มีระดับพลังอยู่ที่ขั้นต้นของขอบเขตแปรเทวา ของวิเศษเจดีย์ไฟในมือของเขาปล่อยพลังไฟออกมาเป็นงูไฟขนาดใหญ่พุ่งไปหาสวี่หยาง
แม้งูไฟยังไม่ได้ถึงตัว แต่สวี่หยางก็รู้สึกถึงความร้อนแรงของมันอย่างชัดเจน
เปลวไฟมีความร้อนเกินไปจริงๆ!
ผู้อาวุโสไป๋เหมยหยิบแผ่นยันต์น้ำแข็งขึ้นมา ตบลงบนตัวเอง และตะโกนบอกสวี่หยาง “เจดีย์ไฟนี้มีพลังสูงมาก เราถอยออกมาก่อนเถอะ”
แต่สวี่หยางกลับไม่สนใจ
นั่นเป็นเพราะว่าหลังจากที่ฝึกฝนวิชาหมอกดำแห่งนรก พลังหมอกดำได้สร้างหมอกควันรอบตัวเขาเหมือนเกราะป้องกันหลายชั้น
ทันใดนั้น สวี่หยางพุ่งเข้าใส่งูไฟเหมือนลูกศรหลุดออกจากแหล่ง
“นี่นับว่าเจ้าหาเรื่องตายเอง ฮ่าฮ่าฮ่า ตอนนี้ต่อให้เจ้ามีสามหัวหกกรก็ต้องตายอย่างแน่นอน!”
เมื่อหลัวอู่เห็นสวี่หยางพุ่งเข้าไปหางูไฟ เขายิ้มอย่างมีความสุข เกือบจะหัวเราะออกมาเสียงดัง
ฟึ่บ!
แต่นึกไม่ถึง พลังหมอกดำที่พุ่งออกมาจากสวี่หยางพลันเปลี่ยนไปกลายเป็นมังกรดำตัวหนึ่ง
ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ถือเจดีย์ไฟเห็นเช่นนั้น ใบหน้าก็เปลี่ยนสีไปโดยทันที
หมอกควันดำที่อยู่รอบตัวสวี่หยางแปลกประหลาดมาก ในเจดีย์ไฟมีไฟพิเศษที่มีพลังทำลายล้างสูง แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังหมอกดำของสวี่หยางกลับต้านทานไม่ไหว
เมื่อเห็นพลังหมอกดำพุ่งมาถึงตัว เขารู้สึกกลัวขึ้นมาทันที
“ไป!”
เขาหยิบแผ่นยันต์ป้องกันขั้นสี่ออกมาโดยไม่รอช้า
นี่เป็นไพ่ใบสุดท้ายของเขา มีราคาสูงมาก
ตู้ม ตู้ม ตู้ม…
พลังหมอกดำชนกับมวลพลังของแผ่นยันต์ป้องกัน เกิดการระเบิดเสียงดังสนั่น
ในโอกาสนี้ หลัวอู่หยิบเข็มทิศเจ็ดเหลี่ยมขึ้นมา ซึ่งทำให้บังเกิดเสียงฟ้าร้องออกมาสนั่นหวั่นไหว
“พลังสายฟ้า จงปลดปล่อยออกมา ณ บัดนี้”
ขณะใช้ของวิเศษนี้ หลัวอู่รู้สึกเสียดายไม่ใช่น้อย
พลังสายฟ้านี้รวบรวมจากทั่วโลก มีค่าอย่างยิ่ง
ต้องใช้เวลารวบรวมถึงร้อยปี จึงรวบรวมได้เต็มในเข็มทิศนี้
และตอนนี้ เขาต้องใช้ทั้งหมดในครั้งเดียว
ตู้ม ตู้ม ตู้ม…
พลังสายฟ้ารวมตัวกันเหนือศีรษะของสวี่หยาง
“ฮ่าฮ่าฮ่า พวกเจ้าต้องตายกันทั้งหมด”
หลัวอู่กล่าวด้วยเสียงเยือกเย็น
“ท่านหลัวอู่ ข้ายังอยู่ที่นี่นะขอรับ!”
ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ถือเจดีย์ไฟหน้าตาเหมือนจะร้องไห้ ตะโกนออกมาด้วยความหวาดหวั่น
แต่หลัวอู่ไม่แม้แต่จะมองเขาด้วยซ้ำ
เขาจ้องมองสวี่หยาง และผู้อาวุโสไป๋เหมยที่ยืนอยู่ไม่ไกล พร้อมกับกลุ่มผู้บำเพ็ญมนุษย์ที่กำลังวิ่งเข้ามาไม่หยุดยั้ง
สำหรับผู้บำเพ็ญเผ่ามารที่อยู่ที่นี่ เขาไม่ใส่ใจแม้แต่นิดเดียว
“พวกเจ้าทั้งหมดต้องตาย!”
หลัวอู่ตัดสินใจแล้ว แม้ว่าผู้บำเพ็ญเผ่ามารจะต้องได้รับลูกหลงไปด้วย แต่เขาก็จะฆ่าผู้บำเพ็ญมนุษย์ทั้งหมดให้ได้
“อ๊าก…”
“ไม่นะ… ท่านหลัวอู่…”
ผู้บำเพ็ญเผ่ามารหลายคนที่หลบไม่พ้น ถูกฟ้าผ่าตายทันที
เสียงฟ้าร้องดังก้องไปทั่ว
ผู้บำเพ็ญมนุษย์ที่อยู่รอบๆ สวี่หยางได้รับบาดเจ็บไม่น้อยเช่นกัน
“สวี่หยาง ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป แม้ว่าจะชนะ เราก็จะสูญเสียหนักแน่นอน”
ผู้อาวุโสไป๋เหมยขยับเข้ามาหาสวี่หยาง
“พวกท่านต้านไว้ ข้าจะจัดการหลัวอู่เองขอรับ”
ฟึ่บ!
ทันใดนั้น สวี่หยางหายตัวไป
“นี่มัน…”
ผู้อาวุโสไป๋เหมยตกตะลึง สวี่หยางหายตัวไปแล้วโดยสมบูรณ์
หลัวอู่ก็ตกตะลึงเช่นกัน “เป็นไปไม่ได้ เขาหายไปได้อย่างไร…”
ใช่แล้ว สวี่หยางหายตัวไปจริงๆ
หรือจะพูดว่า เขาใช้ทักษะล่องหนก็คงไม่ผิด
เมื่อฝึกฝนทักษะนี้ถึงระดับสมบูรณ์ เขาสามารถล่องหนได้ แม้แต่ตาก็มองไม่เห็น
และหากเขาปกปิดพลังของตนเอง คนอื่นก็จะไม่สามารถสัมผัสพลังของเขาได้เช่นกัน
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ…
เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปหาหลัวอู่
“เป็นไปได้อย่างไร…”
หลัวอู่ตกตะลึง คนๆ หนึ่งสามารถหายตัวไปได้อย่างไร!
ความรู้สึกบอกเขาว่า สวี่หยางไม่ได้หายไป แต่ใช้ทักษะบางอย่างเพื่อทำให้ผู้อื่นมองไม่เห็น
และตอนนี้ สวี่หยางกำลังเข้ามาใกล้เขาเพื่อจัดการกับเขา
ทำอย่างไรดี ทำอย่างไรดี…
เขาถอยออกมาตามสัญชาตญาณ
ฟึ่บ!
ยังไม่ทันจะตอบสนอง กระแสกระบี่ก็พุ่งมา
“นี่คือกระบี่!”
หลัวอู่รู้สึกไม่ดี เขาเคยต่อสู้กับผู้เชี่ยวชาญการใช้กระบี่ จึงรู้ถึงความแข็งแกร่งของกระบี่เป็นอย่างดี
ทันใดนั้น เขารู้สึกชาไปทั่วแขน
มองไปที่มือซ้ายที่เคยถือเข็มทิศเจ็ดเหลี่ยม พบว่ามือซ้ายของเขาถูกตัดออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ
ต่อมา เข็มทิศเจ็ดเหลี่ยมถูกใครบางคนแย่งชิงไป
ตู้ม!
เข็มทิศแตกกระจาย
“อย่าฆ่าข้าเลยนะ ข้ายอม…”
หลัวอู่ยังพูดไม่จบ หัวของเขาถูกตัดออกจากร่างเรียบร้อยแล้ว
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพอดีกับที่หวังเหมิงและคนอื่นๆ ออกมาจากคุกใต้ดิน
“หลัวอู่ตายแล้ว”
ขณะนี้ สวี่หยางเพิ่งปรากฏตัว
ทักษะล่องหนนี้มีประโยชน์มาก ทำให้เขาสามารถเข้าใกล้ศัตรูและลงมือสังหารได้โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว!
จริงๆ แล้ว เขาไม่อยากใช้ทักษะนี้สักเท่าไหร่ เพราะต้องการเก็บเอาไว้เป็นไพ่ใบสุดท้ายสำหรับใช้ในการต่อสู้กับผู้บำเพ็ญเผ่ามารต่อไป
แต่ไม่มีทางเลือก หากไม่ทำเช่นนี้ ฝ่ายเขาจะสูญเสียหนักมากเกินไป
โชคดีที่ในขณะนี้หลัวอู่ตายแล้ว
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
QWKX5OC5
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ