ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 495 แทรกซึมเข้าไป
บทที่ 495 แทรกซึมเข้าไป
กลางดึก
สวี่หยางนอนอยู่ในห้องพักของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง เขาเข้าสู่ห้วงความฝันอย่างรวดเร็ว
ในฝัน มีเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตของฟ่านจืออี้ปรากฏขึ้นมา
ความจริงแล้วด้วยพลังขอบเขตแปรเทวาของฟ่านจืออี้ เขาไม่น่าจะตายง่ายขนาดนี้
แม้ว่าเขาจะถูกฆ่า แต่วิญญาณของเขาก็สามารถหลบหนีได้
แต่ฟ่านจืออี้ไม่รู้ว่า สวี่หยางมีหมอนวิเศษที่สามารถดูดกลืนวิญญาณของคนที่ตายอยู่ใกล้ๆ เขา
สิ่งนี้ทำให้แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับขอบเขตแปรเทวาก็ยังหนีไม่พ้นจากการถูกฆ่า
“ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง”
สวี่หยางมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นในฝัน แล้วคิดทบทวนถึงเรื่องราวทั้งหมด
ในความฝัน มีคนที่อยู่เบื้องหลังสำนักเก้าหุบเหวปรากฏขึ้นมา
คนเหล่านี้มาจากดินแดนอู่จีจริงๆ
เป็นกลุ่มผู้มีอำนาจใหญ่ที่ชื่อว่า “สำนักยอดดารา”
น่าเสียดายที่ไม่เพียงแต่สำนักเก้าหุบเหวและสำนักอสรพิษดำเท่านั้นที่ไม่รู้เหตุผลที่สำนักยอดดาราต้องการให้พวกเขาทำเช่นนี้
สองสำนักนี้รู้เพียงว่าสำนักยอดดาราต้องการให้พวกเขาทำสงครามกับมนุษย์ และต้องชนะมนุษย์ให้ได้
ครั้งหนึ่งฟ่านจืออี้ก็เคยถามเรื่องนี้ สำนักยอดดารามีความแข็งแกร่งขนาดนี้ ทำไมถึงไม่จัดการมนุษย์เอง?
ยิ่งไปกว่านั้น คนของสำนักยอดดาราเองก็เป็นมนุษย์เช่นกัน ฟ่านจืออี้ไม่เข้าใจเรื่องนี้จริงๆ
สำนักยอดดาราไม่ได้ให้คำตอบ เพียงแค่บอกให้พวกเขาทำตามคำสั่งก็พอ
เมื่อมนุษย์พ่ายแพ้ สำนักยอดดาราจะนำคนของสองสำนักไปยังดินแดนอู่จีเพื่อฝึกฝนวิชาลับ
เมื่อทราบเรื่องนี้ สวี่หยางก็ขมวดคิ้ว
เบื้องหลังเหตุการณ์นี้มีความซับซ้อนมากกว่าที่คิด
“เป้าหมายของสำนักยอดดาราคืออะไร?”
“แม้ว่าจะมีพลังที่สามารถทำลายเราได้ในพริบตา แต่กลับให้สำนักเก้าหุบเหวและสำนักอสรพิษดำลงมือแทน!”
ทันใดนั้น สวี่หยางนึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งขึ้นมาทันที!
“สาเหตุที่สำนักยอดดาราให้สำนักเก้าหุบเหวและสำนักอสรพิษดำลงมือ เป็นเพราะในดินแดนอู่จี มีคนที่ขัดขวางไม่ให้พวกเขาลงมือ!”
ใช่แล้ว มีเพียงเหตุผลนี้เท่านั้น
ในความทรงจำของฟ่านจืออี้
ดินแดนอู่จีมีสำนักผู้บำเพ็ญที่แข็งแกร่งมาก แต่พวกเขาก็ไม่ได้แข็งแกร่งถึงขั้นไร้เทียมทาน
สำนักยอดดาราแข็งแกร่งมาก แต่ก็แค่เมื่อเทียบกับโลกของพวกเขา
ในโลกเซียน สำนักยอดดาราก็มีศัตรู
สำนักยอดดาราต้องการจัดการพวกเขา แต่ไม่ลงมือเอง เพราะกลัวว่าศัตรูของพวกเขาจะออกมาขัดขวาง
“ที่แท้เป็นเช่นนี้”
สวี่หยางหัวเราะ การค้นพบนี้ทำให้เขาพบจุดสำคัญในการแก้ไขสถานการณ์
เพราะในความทรงจำของฟ่านจืออี้ สำนักยอดดาราเตรียมให้สำนักเก้าหุบเหวและสำนักอสรพิษดำเลือกศิษย์ฝึกฝนไปยังดินแดนอู่จี
สวี่หยางรู้สึกตื่นเต้นทันที
“ถ้าข้าไปดินแดนอู่จี อาจจะเข้าใจสถานการณ์ที่นั่นได้ดีมากยิ่งขึ้น!”
เมื่อความคิดนี้เกิดขึ้น สวี่หยางก็ตกใจ
ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนที่เงียบๆ และไม่ต้องการทำอะไรที่ยิ่งใหญ่
แต่เมื่อเขามีพลังมากขึ้น ความรับผิดชอบก็เพิ่มขึ้น เขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
เขาบอกสถานการณ์นี้ให้ภรรยาฟัง
“สามี ท่านบอกเราทั้งหมดนี้ แปลว่าท่านเตรียมจะเดินทางไปดินแดนอู่จีใช่ไหม?”
หลินอวี้ซึ่งฉลาดเป็นกรดถามขึ้น
“อะไรนะ ไปดินแดนอู่จี?” ฉินเจียวเจียวกังวล “ข้าได้ยินบิดาข้าบอกว่าดินแดนอู่จีนั้นอันตราย มีผู้แข็งแกร่งมากมาย แม้แต่ขอบเขตแปรเทวาที่นั่นก็เป็นแค่เด็กน้อย…”
หลินหวั่นชิงอุทาน “จริงหรือ ขอบเขตแปรเทวาก็เป็นแค่เด็กน้อย”
ฉินเจียวเจียวพยักหน้า “สวี่หยาง เจ้าจริงๆ จะไปหรือ ถ้าจะไป ข้าสนับสนุนเจ้า!”
“ใช่แล้ว พวกเราจะอยู่ในขวดกลืนฟ้าด้วยกัน อย่างไรในขวดนั้นก็มีโลกเล็กๆ อยู่” หลินไห่ถังกล่าว
หลินไห่ถังพูดถึงโลกเล็กๆ ที่เทพสาวเจ้าเสน่ห์ดูแล ซึ่งตอนนี้ถูกย้ายเข้ามาอยู่ในขวดกลืนฟ้าโดยสมบูรณ์
สวี่หยางมองดูภรรยาที่กำลังสนทนาและยิ้มแย้ม
เมื่อภรรยาของเขาไม่กลัว แล้วเขาจะกลัวอะไร?
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ เขาก็สามารถป้องกันตัวเองได้
เช่น หากเกิดอันตราย เขาสามารถใช้งานโลกวิเศษในขวดนั้น แม้จะไม่สามารถสู้กับศัตรูได้ แต่เขาก็สามารถหลบหนีได้
“ตกลง ข้าจะไปบอกแผนการกับผู้นำสำนัก!”
ฟุ่บ!
หลังจากนั้น สวี่หยางรีบเดินทางออกจากที่พักโดยทันที
…
สิบวันต่อมา
ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของฐานที่มั่นสำนักเก้าหุบเหว
หมอกบางๆ ปกคลุมภูเขาที่มืดมนไม่สิ้นสุด
เรือเหาะขนาดใหญ่ลำหนึ่งลอยลำฝ่าหมอกขึ้นมา จากนั้นก็หยุดอยู่บนยอดเขาที่มีหมอกสีดำปกคลุมอย่างหนาแน่น
เรือเหาะขนาดใหญ่นี้เป็นเรือเซียนชั้นยอดของสำนักเก้าหุบเหว
บนเรือมีคนกว่าร้อยคน ศิษย์หนึ่งร้อยคนนี้เป็นศิษย์ที่ถูกคัดเลือกอย่างพิถีพิถันจากสำนักเก้าหุบเหวและสำนักอสรพิษดำ
ครั้งนี้พวกเขาเตรียมตัวเพื่อไปยังดินแดนอู่จี
ในกลุ่มคนนี้
มีคนหนึ่งที่สวมชุดคลุมดำ มองไปรอบๆ ด้วยสายตาแปลกๆ
“ฟู่…”
“ในที่สุดก็เข้ามาได้สำเร็จ”
คนคนนี้ไม่ใช่ผู้ใดอื่น แต่เป็นสวี่หยาง!
ก่อนหน้านี้ เมื่อเขารู้ว่าสองสำนักนี้จะส่งศิษย์ไปยังดินแดนอู่จี เขาจึงกลับไปยังสำนักและบอกสถานการณ์ให้ผู้นำสำนักและอาจารย์ทราบ
ทั้งสองคนแม้ไม่อยากให้สวี่หยางเสี่ยงภัย
แต่สุดท้าย สวี่หยางก็โน้มน้าวใจพวกเขาสำเร็จ
เหตุผลง่ายๆ คือ เขามั่นใจว่าจะสามารถแทรกซึมเข้าไปได้
เขาใช้ความทรงจำของฟ่านจืออี้ฆ่าศิษย์คนหนึ่งของฟ่านจืออี้ จากนั้นใช้หมอนจินตนิมิตเพื่อดูดซับความทรงจำของศิษย์คนนั้น
หลังจากนั้น เขาสวมหน้ากากมนุษย์ที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ และแทรกซึมเข้ามา
ตอนนี้ เขาไม่เพียงแค่มีความทรงจำของศิษย์คนนั้น แต่ยังสามารถฝึกฝนวิชาและพลังของศิษย์คนนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบผ่านหมอนจินตนิมิต
“ให้ตายเถอะ เจ้านี่แปลกจริงๆ!”
ทันใดนั้น เสียงสตรีดังขึ้น
สวี่หยางรู้สึกกังวล หันไปมองทันที แล้วรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
หรือว่าถูกจับได้แล้วนะ?
“แฮ่มแฮ่ม ศิษย์น้อง ท่านว่าอะไรแปลกหรือ?” สวี่หยางพยายามทำให้ตนเองดูสงบ
“เจ้ามิใช่ศิษย์ของสำนักเก้าหุบเหวใช่ไหม?” สตรีคนนั้นกระซิบเบาๆ
สวี่หยางอึ้ง
ถูกจับได้จริงๆ หรือ?
สวี่หยางรู้สึกตึงเครียด ไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็น
หรือว่าจะต้องฆ่านาง?
แต่ที่นี่คนเยอะ หากฆ่านาง คงถูกจับได้ทันที
แล้วจะทำอย่างไร?
เดี๋ยวก่อน!!
สวี่หยางนึกถึงความเป็นไปได้หนึ่งขึ้นมาทันที
หากนางรู้ตัวจริงของเขา ปกติคงบอกให้คนอื่นทราบแล้วไม่ใช่หรือ?
แต่นางยังไม่บอก
แสดงว่านางมีจุดประสงค์อื่น
“ข้าไม่รู้ว่าท่านพูดเรื่องอะไร”
สวี่หยางตัดสินใจตอบเลี่ยงๆ
“แหม ยังจะแกล้งทำอีก” สตรีคนนั้นยิ้ม
สวี่หยางขมวดคิ้ว เพราะนางสวมชุดคลุมดำ มีผ้าคลุมปกปิดใบหน้า สวี่หยางจึงมองไม่เห็นหน้านาง
แต่ไม่รู้ทำไม น้ำเสียงของนางทำให้สวี่หยางรู้สึกว่าเขาเคยเจอนางที่ใดสักแห่ง
“เจ้ารู้จักข้าหรือ?”
สวี่หยางถาม
สตรีคนนั้นไม่ได้เปิดเผยตัวตนของเขา ทำให้สวี่หยางมั่นใจมากขึ้นว่านางต้องรู้จักเขา
นางเป็นผู้ใดกันแน่?
“อิอิ…”
สตรีคนนั้นยิ้ม
ในทันใดนั้น สวี่หยางได้กลิ่นหอมจากตัวนาง
กลิ่นนี้เขาเคยได้กลิ่นมาก่อน
กลิ่นหอม!!
“เป็นเจ้า ทำไมเจ้าอยู่ที่นี่?”
สวี่หยางรู้แล้วว่านางเป็นผู้ใด
แต่นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
ไม่น่าแปลกใจที่สตรีนางนี้จะมีกลิ่นหอมแรงเช่นนี้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
64UFKSMS
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ