ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 505 สถานการณ์ไม่เป็นใจ
บทที่ 505 สถานการณ์ไม่เป็นใจ
หลังจากเข้าร่วมสำนักรวมสุขแล้ว ศิษย์จะต้องรีบหาคู่ฝึกฝนทันที
นี่เป็นกฎของสำนักรวมสุข
เพราะวิชาฝึกฝนของพวกเขาต้องใช้การฝึกคู่
ในการฝึกคู่นั้น ทั้งศิษย์หญิงและศิษย์ชายจะได้รับการพัฒนา
แน่นอนว่าสำนักรวมสุขไม่สนับสนุนการทำอะไรเกินเลย หากมีคู่ฝึกฝนแล้ว ยกเว้นอีกฝ่ายยินยอม จึงจะหาคู่ฝึกฝนใหม่ได้
มิฉะนั้น สำนักรวมสุขจะยุ่งเหยิงและไม่ใช่สำนักที่ถูกต้องตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่จะกลายเป็นสำนักมารนอกรีต
เดินทีหลินผิงจริงๆ แล้วชอบโจวจิ่นอีมาก หลังจากที่แยกทางกัน เขาไปที่สำนักรวมสุขเพื่อหาตัวโจวจิ่นอี แต่ก็ถูกไล่ออกมาและได้รับบาดเจ็บ
ชายหนุ่มจึงต้องกลับบ้านด้วยบาดแผลที่รุนแรง แต่ไม่นานโจวจิ่นอีก็มาหาเขาและมารดาของนางก็มาตามกลับบ้าน
“ได้ยินไหม ถ้าข้าได้ยินว่าเจ้ามายุ่งเกี่ยวกับบุตรสาวของข้าอีก ข้าจะเผาบ้านเจ้า”
มารดาของโจวจิ่นอีด่าทอเขาและต้องการพาโจวจิ่นอีกลับไป
แต่โจวจิ่นอีแม้ว่าจะถูกพาไป แต่นางก็ยังคิดถึงหลินผิงอยู่
“เฮ้อ เด็กสองคนนี้เติบโตมาด้วยกัน ทำไมถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้?”
“หลินผิงพรสวรรค์แย่มาก แถมยังทำไร่ไม่เก่งอีก…”
“บิดามารดาเขาก็ตายไปตั้งแต่เด็ก บ้านก็ไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรเลย!”
“ใช่แล้ว คนเช่นนี้ บุตรสาวบ้านไหนจะยอมแต่งงานกับเขาได้ล่ะ อนาคตเขาคงต้องแต่งงานกับคนธรรมดาแล้วล่ะ?”
กลุ่มเพื่อนบ้านรอบข้างต่างชี้นิ้วพูดคุยกันด้วยความสนุกสนาน
ถึงจะได้ยินเช่นนี้ หลินผิงก็ไม่ยอมแพ้!
เพราะภรรยาคนแรกของเขาก็ไม่ยอมแพ้ และแอบนำตำราวิชาฝึกฝนมาให้
ซึ่งเป็นวิชาฝึกคู่เช่นกัน
จากนั้นโจวจิ่นอีก็แอบออกจากสำนักรวมสุขมาอยู่กับหลินผิง
ทั้งสามคนจึงฝึกฝนคู่กันอย่างไม่คาดคิด แม้ว่าพรสวรรค์ของหลินผิงจะแย่ แต่เขามีความสามารถในการเข้าใจวิชาฝึกคู่ได้ดี
เขาผสมผสานวิชาฝึกคู่ต่างๆ ได้อย่างลงตัว
ด้วยวิธีนี้ ความแข็งแกร่งของทั้งสามคนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลินผิงสามารถบรรลุถึงขอบเขตหลอมสุญตาได้สำเร็จ
ภรรยาทั้งสองคนของเขาก็บรรลุถึงขอบเขตหลอมสุญตาด้วยเช่นกัน และด้วยการเพิ่มพูนความแข็งแกร่ง พวกเขาทั้งหมดจึงเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรสี่สมุทร
แต่น่าเสียดาย หลังจากนั้นกลุ่มพันธมิตรสี่สมุทรต้องเผชิญกับศัตรู ภรรยาคนแรกของหลินผิงเสียชีวิตระหว่างการต่อสู้
หลินผิงและโจวจิ่นอีวางแผนที่จะมีบุตร แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดคิด หลินผิงถูกสังหารโดยผู้บำเพ็ญมารเสียก่อน
…
เมื่อได้เห็นเรื่องราวทั้งหมด สวี่หยางถอนหายใจ
“หลินผิงคนนี้ ประสบการณ์ในชีวิตคล้ายกับข้าจริงๆ”
สวี่หยางพูดเบาๆ
เมื่อได้รู้เห็นเรื่องราวทั้งหมดผ่านมุมมองของหลินผิง เขาได้ทำความเข้าใจทุกอย่างในโลกนี้
ความบาดหมางระหว่างสำนักรวมสุขและสำนักยอดดารามีมานานแล้ว
แต่เรื่องที่สำนักยอดดาราใช้ผู้บำเพ็ญมารเพื่อโจมตีมนุษย์ในโลกเบื้องล่าง เขายังไม่เข้าใจ
เพราะในโลกนี้ มนุษย์และมารอยู่ร่วมกันอย่างสงบ
เช่นสำนักยอดดารา แม้ว่าจะมีมนุษย์เป็นหลัก แต่ก็มีศิษย์มารจำนวนมากเช่นกัน
ดังนั้น สวี่หยางไม่เข้าใจว่าทำไมสำนักยอดดาราถึงทำเช่นนี้
“สถานะของข้ายังต่ำเกินไป ไม่เข้าใจเรื่องราวภายใน แต่ในอนาคต เมื่อข้าก้าวขึ้นไปในชั้นสูงสุดของโลกนี้ ข้าจะสามารถเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดได้แน่นอน”
แล้วคืนแรกก็ผ่านไป
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ประมุขกลุ่มพันธมิตรสี่สมุทรคนปัจจุบันมาเยี่ยมสมาชิกใหม่
ประมุขคนปัจจุบันชื่อ ถังกงลู่
เขามีอายุเกือบพันปีแล้ว และพลังฝึกฝนอยู่ในขอบเขตมหายาน
แม้ว่าอายุจะมาก แต่ผู้บำเพ็ญขอบเขตมหายานผู้นี้ เพียงแค่มีปอยผมบริเวณขมับสีขาวเล็กน้อยเท่านั้น
สวี่หยางสามารถรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่านกาลเวลาจากท่านประมุขคนนี้
แม้ว่าพลังฝึกฝนจะสูงส่ง แต่ใบหน้ากลับดูมีเมตตาต่อผู้คนมาก
เขามองดูสวี่หยางและพยักหน้าพอใจ “เมื่อคืนลู่เหวินจางกลับมา เขาได้พูดถึงเจ้าหลายครั้ง วันนี้เมื่อได้เห็น ข้ารู้สึกว่าเจ้ามิใช่คนธรรมดาแน่นอน”
“ท่านประมุขกล่าวเกินไปแล้ว ข้าเป็นเพียงผู้ฝึกฝนเดี่ยวขั้นแรก พลังฝึกฝนไม่มีอะไรพิเศษขอรับ”
สวี่หยางแสดงท่าทางถ่อมตน
“ข้าได้ยินมาว่า เจ้ามาจากฝั่งสำนักยอดดารา?”
สายตาเรียบๆ ของถังกงลู่มองมาที่ใบหน้าของสวี่หยาง!
“ใช่แล้วขอรับ”
สวี่หยางสังเกตเห็นการตรวจสอบอย่างละเอียดผ่านพลังวิญญาณ
เขารู้ว่า เมื่อตนมาใหม่ ถังกงลู่ในฐานะประมุขกลุ่มพันธมิตรสี่สมุทรคงต้องการตรวจสอบพลังฝึกฝนของเขาอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการมีสายลับแทรกซึม
เรื่องนี้สวี่หยางไม่สนใจ
เพราะเขาไม่มีอะไรต้องปิดบัง พลังฝึกฝนของเขาไม่ได้แข็งแกร่งมาก เพียงแค่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างแผ่นยันต์เท่านั้นเอง
สำหรับผู้อื่น เขาไม่ได้เป็นภัยคุกคามใดๆ
และก็เป็นจริงเช่นนั้น หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง
ถังกงลู่ยุติการตรวจสอบผ่านทางพลังวิญญาณและกล่าว “เมื่อร้อยปีก่อน ข้าเคยไปที่เมืองปาซิงเฉิงของสำนักยอดดารา และได้พบเห็นท่านเจ้าเมืองปาซิงเฉิงบรรลุขอบเขตเซียน!”
“ข้าไม่ได้อยู่ในเมืองปาซิงเฉิง ข้าอยู่ในเมืองซือต้าเฉิงขอรับ”
สวี่หยางตอบ
อาศัยดูเรื่องราวผ่านความทรงจำของคนอื่นก่อนหน้านี้ เขาจึงมีความเข้าใจในเรื่องของพื้นที่และสถานการณ์ภายในสำนักยอดดาราได้ดี
เมืองปาซิงเฉิงเจ้าเมืองได้บรรลุเซียนเมื่อร้อยปีก่อน
เรื่องนี้สร้างความตื่นตะลึงอย่างมาก
ผู้คนมากมายจากหลายกลุ่มมารวมตัวกัน เพียงเพื่อหวังจะได้เห็นช่วงเวลาบรรลุเซียนนั้น
เชื่อกันว่า การเห็นช่วงเวลาบรรลุเซียนนั้น มีโอกาสที่จะเข้าใจถึงโชคชะตาแห่งเซียน ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนาแต่ไม่สามารถได้มาครอบครอง
ภายในโลกนี้
แม้จะเป็นโลกเซียนระดับสูง แต่จำนวนเซียนก็มีไม่มากนัก
หลังจากนั้น สวี่หยางใช้ความทรงจำที่ได้รับมา พูดคุยกับถังกงลู่ด้วยความแนบเนียน
คำตอบของเขาไร้ที่ติเสมอ
“สหายเต๋าสวี่มีพรสวรรค์ในการสร้างแผ่นยันต์เช่นนี้ ในเมืองของท่านไม่ควรจะเป็นคนไร้ชื่อเสียง ทำไมถึงคิดจะมาที่นี่ และเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรสี่สมุทรของเราล่ะ?”
ถังกงลู่ถามคำถามสำคัญในที่สุด
สวี่หยางตอบตรงๆ “ข้าได้ทำให้คนบางคนโกรธ จึงต้องหนีมาที่นี่พร้อมกับสหายหลี่อู๋ซวงขอรับ”
“สามารถบอกได้ไหมว่าเจ้าไปมีเรื่องกับผู้ใด?”
สวี่หยางส่ายหน้าทันที “ไม่สะดวกจะบอกขอรับ”
ถังกงลู่พยักหน้า ไม่ได้สนใจมากนัก
สวี่หยางมีพลังธรรมดาสามัญเช่นนี้ คนที่เขาไปมีเรื่องด้วยอาจเป็นแค่ผู้บำเพ็ญขอบเขตหลอมสุญตาเท่านั้น
เพราะถ้าทำให้คนที่แข็งแกร่งกว่านี้โกรธ เขาก็คงหนีมาที่นี่ไม่สำเร็จ
ดังนั้น กลุ่มพันธมิตรสี่สมุทรยังคงมั่นใจว่าสามารถปกป้องเขาได้
“อืม ต่อไปเจ้าก็อยู่ที่นี่ ไม่มีความจำเป็นก็ไม่ต้องออกไปข้างนอก ข้าจะให้เจ้าสร้างแผ่นยันต์ขั้นแรกและขั้นที่สองตามปกติ หวังว่าเจ้าจะดูแลเรื่องนี้เป็นอย่างดี”
“นอกจากนี้ จะมีศิษย์บางคนมาช่วยเจ้าในการสร้างแผ่นยันต์ หวังว่าเจ้าจะช่วยสอนพวกเขาด้วยแล้วกัน”
สวี่หยางพยักหน้า “ได้เลยขอรับ”
จากนั้น ถังกงลู่บอกกฎระเบียบอีกเล็กน้อยให้เขารับฟัง
สุดท้าย ถังกงลู่บอกว่าจะส่งสาวใช้มาให้ เพื่อดูแลเรื่องอาหารและการพักผ่อนของสวี่หยาง
เมื่อได้ยินว่าจะมีสาวใช้มา สวี่หยางก็ปฏิเสธทันที “ท่านประมุข ข้า…”
ดูเหมือนถังกงลู่คาดเดาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าสวี่หยางจะปฏิเสธ
ถังกงลู่ยกมือ “ไม่ได้ นี่เป็นกฎของสมาคม สมาชิกทุกคนต้องมีสาวใช้ เพื่อไม่ให้เจ้าทำงานหนักจนเกินไป”
สวี่หยางไม่มีทางเลือก
เขารู้ว่าในความเป็นจริงนั้นถังกงลู่ยังไม่วางใจเขา
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรขอรับ”
สวี่หยางพยักหน้า
ถังกงลู่จึงจากไป
ไม่นาน ผู้บำเพ็ญหลายคนมานำวัสดุสำหรับการสร้างแผ่นยันต์มาให้สวี่หยาง
และพวกเขานำสตรีคนหนึ่งมาให้ด้วย
สวี่หยางประหลาดใจ สตรีคนนี้คือโจวจิ่นอีนั่นเอง
สวี่หยางตะลึงยืนอยู่กับที่
ไม่น่าเชื่อว่า กลุ่มพันธมิตรสี่สมุทรจะส่งแม่หม้ายมาเป็นสาวใช้ของเขา
“เอ่อ… แม่นางโจว วันนั้นที่เจ้าพาสามีของเจ้ามารักษากับท่านผู้อาวุโสลู่ ข้าบังเอิญเห็น เท่ากับว่าพวกเราเคยพบเจอกันมาแล้ว”
สวี่หยางกล่าว
โจวจิ่นอีมีพลังฝึกฝนถึงขอบเขตหลอมสุญตา
พลังต่อสู้ของนางแข็งแกร่งกว่าเขา
โจวจิ่นอีก็จำสวี่หยางได้เช่นกัน
วันนั้นบนเรือวิญญาณ สวี่หยางโดดเด่นในกลุ่มคน เพราะเขาดูหล่อเหลาที่สุด
นางพูดด้วยความเศร้าออกมาว่า “ข้าน้อยโจวจิ่นอีเจ้าค่ะ ขอคารวะท่านสวี่ ตั้งแต่นี้ไปข้าจะเป็นสาวใช้ของท่าน หากท่านมีคำสั่งอะไร ขอให้บอกมาเถิด”
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
DP2FP6N7
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ