ย่างก้าวสู่วิถีเซียน - บทที่ 78 แมลงที่ถูกเลี้ยงโดยมนุษย์หรือ?
บทที่ 78 แมลงที่ถูกเลี้ยงโดยมนุษย์หรือ?
“เป็นอย่างไรบ้าง สวี่หยาง?” เมื่อหลี่ต้าต่งเห็นว่าสีหน้าของสวี่หยางไม่สู้ดี เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกใจเต้นรัว
“ติดต่อไปแล้ว แต่ไม่มีการตอบกลับ”
“อาจจะเช้าเกินไป พวกเขาหลับกันอยู่หรือไม่?”
สวี่หยางเอ่ยคำ “ยังไม่แน่ชัดเท่าไหร่ แต่ข้ารับปากว่าทันทีที่มีการตอบกลับ ข้าจะติดต่อหาพี่หลี่โดยไวอย่างแน่นอน”
“เข้าใจแล้ว ขอบคุณมาก”
หลังจากกล่าวลาหลี่ต้าต่งและภรรยา สวี่หยางก็ไปรับประทานอาหารเช้า
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือหลังจากรับประทานอาหารเช้าไม่ทันไรก็มีผู้คนบางส่วนมาที่หน้าประตูเพื่อถามเกี่ยวกับผู้กำจัดแมลงเช่นกัน
“มีศัตรูพืชระบาดอีกแล้วหรือ?”
สวี่หยางครุ่นคิดสักพัก หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว เขาก็ออกเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียง
คนที่อยู่อาศัยคือผู้บำเพ็ญมนุษย์ที่เชี่ยวชาญด้านปราณกระบี่นามว่าซงหมิง
ชายผู้นี้ถูกบังคับให้หาเลี้ยงชีพด้วยการใช้ทักษะกระบี่เพื่อกำจัดแมลง ธุรกิจดำเนินไปได้ด้วยดี ยิ่งเวลาผ่านไป เขาก็กลายเป็นผู้กำจัดแมลงในละแวกนี้
เพื่อจัดการกับหนอนเขาวัว ผู้บำเพ็ญมนุษย์เช่นนี้จึงขาดไม่ได้ พวกเขาจะเริ่มจากหาตำแหน่งของแมลงก่อน จากนั้นก็จะโจมตีด้วยปราณกระบี่ที่มีขนาดเท่ากับเข็ม ทำให้สามารถสังหารแมลงได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อพืชวิญญาณ
สิ่งนี้ทำให้ผู้บำเพ็ญมนุษย์ต้องมีความเชี่ยวชาญเคล็ดวิชาอันละเอียดอ่อนและมีการควบคุมที่เข้มงวด
ดังนั้นใช่ว่าทุกคนจะสามารถเป็นผู้กำจัดแมลงได้
เมื่อมาถึงหน้าบ้านผู้กำจัดแมลง เขาก็เคาะประตู แต่ไม่มีใครตอบ
สวี่หยางปลดปล่อยจิตเทวะก่อนจะพบว่าบ้านว่างเปล่า
จากนั้นเพื่อนบ้านที่อยู่ถัดจากบ้านของซงหมิงก็ออกมา สวี่หยางทำการสอบถามจนได้ความว่าเขาไม่เห็นหน้าอีกฝ่ามาหลายวันแล้ว
สวี่หยางไม่ทราบที่อยู่ของผู้กำจัดแมลงคนอื่น เขาจึงกลับไปที่ถนนหยางหลิ่วซึ่งเคยอาศัยก่อนหน้านี้
ในทุ่งวิญญาณที่เขาเคยอยู่ยังคงมีหญ้าหลิงซวีขึ้นเป็นจำนวนมาก เขาใช้มันเพื่อตบตาผู้อื่น
เมื่อกระจายจิตเทวะออกไป ไม่ช้าเขาก็พบแมลงสีน้ำตาลเหลืองที่มีขนาดใหญ่เท่าหอยทากซ่อนอยู่ในหญ้าหลิงซวี
ที่ปากของแมลงมีจะงอยปากคล้ายกับเขาวัวซึ่งแหลมคมยิ่ง ด้วยการอาศัยสิ่งนี้ หนอนเขาวัวสามารถทะลวงพืชวิญญาณเพื่อดูดกลืนน้ำเลี้ยงที่อยู่ภายในได้อย่างง่ายดาย
เท่าที่ตามองเห็น มีหญ้าหลิงซวีมากกว่าสิบต้นที่ได้รับผลจากแมลงดังกล่าวจนเฉาตาย
สวี่หยางคิดว่าสามารถใช้ดัชนีฝังเข็มที่ตนฝึกฝนมาจัดการได้หรือไม่?
เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน ถึงอย่างไรตนเองก็ไม่เคยทำงานเป็นผู้กำจัดแมลงด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เมื่อเห็นหนอนเขาวัวที่ซ่อนอยู่ตรงรากของหญ้าหลิงซวี สวี่หยางก็มีความรู้สึกว่าจะสามารถสังหารมันได้
นี่คือความมั่นใจในตนเอง
ในความเป็นจริง ใครก็ตามที่มีพละกำลังในระดับหนึ่งก็สามารถทำงานเป็นผู้กำจัดแมลงได้ แต่ผู้บำเพ็ญมนุษย์ระดับสูงจะยอมลดตัวมาทำงานแบบนี้หรือ?
เช่นเดียวกับชาติที่แล้วของเขา นักศึกษาเก้าร้อยแปดสิบห้าคนจะวิ่งไปทำงานสาขาวิชาอื่นเพื่อหารายได้หรือไม่?
เขาเพียงใช้ความคิดก่อนจะสะบัดนิ้ว
ฟ่าว!!
ลำแสงเรียวยาวตัดผ่านอากาศก่อนจะกระแทกไปที่รากของหญ้าหลิงซวี
สิ้นเสียงดังกึกก้อง ดินก็กระจายพร้อมกับบางสิ่งที่มีสีขาวอมเหลืองระเบิดกระจุย
เมื่อเห็นวัตถุสีขาวอมเหลือง สวี่หยางก็ทราบทันทีว่ามันคือสิ่งที่อยู่ภายในของหนอนเขาวัวที่ระเบิด
ฆ่าได้แล้ว!!
“ไม่เลว ด้วยจิตเทวะอันทรงพลัง ดัชนีฝังเข็มของข้าก็สามารถเล่นงานทุกที่ที่พวกมันอยู่ได้อย่างแม่นยำ”
สวี่หยางทำการเคลื่อนไหวเหมือนที่ทำก่อนหน้า
ด้วยจิตเทวะของเขา ทำให้พบว่ามีหนอนเขาวัวอยู่ในพื้นดินทั้งสิ้นยี่สิบสามตัว
“ไม่รู้ทำไมหนอนเขาวัวถึงได้มีจำนวนเยอะขนาดนี้ และในยามวิกฤต ผู้กำจัดแมลงก็ติดต่อไม่ได้อีก!”
สวี่หยางพึมพำขณะเพิ่มความเร็วการขยับมือเรื่อย ๆ
โพละ โพละ โพละ…
ดัชนีฝังเข็มถูกกระตุ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ช้าหนอนเขาวัวในทุ่งก็ถูกกำจัด
“พี่สวี่หยาง พี่สวี่หยาง…” ในตอนนี้เอง ลูกสาวของหลี่ต้าต่งนามหลี่หวั่นก็วิ่งเข้ามา
“เสี่ยวหวั่นหวั่น เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่?” สวี่หยางอุ้มหลี่หวั่นขณะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
หลี่หวั่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงแจ่มชัด “ข้าเห็นประตูเปิดอยู่ เลยรู้ว่าท่านกลับมาแล้ว ปกติข้าจะมาที่บ้านของท่านเพื่อทำความสะอาดให้ทุกวัน”
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงสะอาดขนาดนี้”
สวี่หยางแย้มยิ้ม อันที่จริงแม้ค่ายกลที่ติดตั้งไว้ในบ้านจะเป็นของระดับต่ำ แต่มันก็สามารถกำจัดฝุ่นให้เองได้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเข้ามาเก็บกวาดแต่อย่างใด
“ทำไมพี่สวี่หยางถึงกลับมาหรือ? ไม่ใช่ว่าจะปิดกิจการหรอกใช่หรือไม่?”
“ไม่รู้หรือว่ามีหนอนเขาวัวอยู่ในที่ดิน ลองมาดูสิ” สวี่หยางเอ่ย
สิ้นคำดวงตาของหลี่หวั่นก็เต็มไปด้วยความเศร้าโศก “วันนี้พ่อกับแม่ออกไปข้างนอกทั้งวัน พวกเขาบอกว่ากำลังมองหาผู้กำจัดแมลง แต่สุดท้ายก็หาไม่เจอ พี่สวี่หยางจัดการหนอนเขาวัวในทุ่งตัวเองแล้วหรือยัง”
“จัดการแล้ว”
“อะไรนะ?” หลี่หวั่นประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
สวี่หยางยิ้ม “มา ไปเก็บซากหนอนเขาวัวทั้งหมดในทุ่งของข้าแล้วเอาไปตากแดดให้แห้ง พวกมันเป็นสมุนไพรชั้นดี พอตากเสร็จแล้ว ข้าจะไปช่วยจัดการที่บ้านของเจ้าให้”
“ตกลง ตกลง”
เมื่อได้ยินว่าสวี่หยางสามารถจัดการหนอนเขาวัวได้สาวน้อยก็ดีใจมาก วิ่งลงทุ่งเพื่อไปเก็บซากของหนอนเขาวัวทั้งหมด
นางไม่สนเรื่องความสกปรกหรอก ไม่ช้าตะกร้าใบเล็กก็เต็มไปด้วยซากหนอนที่แตกเป็นสองส่วน
ผ่านไปสักพัก เขาก็มาถึงบ้านของหลี่ต้าต่ง
สองสามีภรรยาเพิ่งกลับมาด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
เหตุผลนั้นง่ายมาก พวกเขาเพิ่งออกไปหาผู้กำจัดแมลง แต่น่าเสียดายที่ไม่เจอเลยสักคน ขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไป พืชวิญญาณทั้งหมดในทุ่งของปีนี้จะต้องถูกทำลายหมดอย่างแน่นอน
ทุกคนในครอบครัวต้องอาศัยพื้นที่ไม่กี่หมู่นี้เพื่อหาเลี้ยงชีพ หากทั้งหมดนี้พังทลายลง พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรในปีหน้า
“สวี่หยาง เจ้าอยู่ที่นี่ด้วยหรือ”
เมื่อเห็นสวี่หยางมาที่บ้าน หลี่ต้าต่งก็ถอนหายใจ ถึงกระนั้นเขาก็ยังบอกภรรยาไปรินชามาให้
“พี่ใหญ่หลี่ เจ้ายังหาผู้กำจัดแมลงไม่ได้อีกหรือ?”
สวี่หยางถาม
หลี่ต้าต่งส่ายหน้า “ไม่เจอเลย ตอนนี้มีผู้คนมากมายกำลังตามหาตัว แม้จะเจอ แต่พวกเขาก็คิดราคาสูงเอาการ พวกข้าเลยไม่มีกำลังจะจ้างไหว”
“ให้ข้าลองได้หรือไม่” สวี่หยางถาม
“หืม?” หลี่ต้าต่งตกตะลึงจนไม่อาจตอบสนองได้ชั่วขณะ
“ท่านพ่อ พี่สวี่สุดยอดมาก เขากำจัดหนอนเขาวัวในทุ่งตัวเองหมดแล้ว ดูสิ”
หลี่หวั่นหยิบตะกร้าออกมา แล้วกองหนอนเขาวัวที่อยู่ข้างในก็ทำให้ทั้งคู่ประหลาดใจ
“นี่… สวี่หยาง ฝีมือเจ้าหรือ?” เหอฉยงเหลียนเอ่ยคำด้วยความประหลาดใจ
“อื้ม ไปที่ทุ่งกันเถอะ”
หลี่ต้าต่งกับภรรยาต่างเป็นคนดี ดังนั้นคำขอเล็กน้อยนี้จึงไม่เหนือบ่ากว่าแรง
ไม่ช้า สวี่หยางก็เดินตามหลี่ต้าต่งจนมาถึงทุ่งของครอบครัวอีกฝ่าย
สวี่หยางใช้จิตเทวะเพื่อตรวจสอบก่อนจะพบอย่างรวดเร็วว่ามีหนอนเขาวัวมากกว่ายี่สิบตัวอยู่ในทุ่ง พวกมันล้วนมีขนาดเท่ากัน
ในตอนนี้ ดวงตาของสวี่หยางก็คมปลาบเมื่อตระหนักได้ถึงสิ่งผิดปกติ
หนอนเขาวัวที่นี่ รวมถึงที่ทุ่งของเขาต่างมีขนาดเท่ากัน
มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
ปกติแล้วถ้ามีการระบาด แมลงก็จะมีขนาดแตกต่างกันไม่ต่างกับมนุษย์ แล้วสังคมของพวกมันจะมีแต่ตัวเต็มวัยได้อย่างไร?
หากมีขนาดเท่ากันก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว
นั่นคือพวกมันเป็นแมลงที่ถูกเลี้ยงโดยมนุษย์
หลังจากสะบัดนิ้ว กระแสพลังวิญญาณก็พุ่งออกไป แล้วหนอนทุกตัวในทุ่งก็ถูกกำจัด ตัวระเบิดเป็นสองส่วน
“พี่สวี่สุดยอดมาก หนอนทุกตัวถูกกำจัดแล้ว”
หลี่หวั่นวิ่งเข้าไปในทุ่งด้วยความประหลาดใจขณะเก็บซากหนอนขึ้นมาทีละตัว
เมื่อเรื่องราวจบลง หลี่ต้าต่งรีบเชิญสวี่หยางเข้ามาในบ้าน
“สวี่หยางต้องการหินวิญญาณกี่ก้อนหรือ?”
“ไม่จำเป็นหรอกพี่หลี่ ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับข้ามีค่ายิ่งกว่าหินวิญญาณ”
สวี่หยางยิ้ม
สำหรับเขา มันเป็นงานที่ง่ายดายยิ่งนัก ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็จัดการได้จนหมดสิ้น
หลี่ต้าต่งรู้สึกเขินอาย แต่ในที่สุดก็ขอให้ภรรยานำเนื้อปลาวิญญาณสองชิ้นที่ได้มาจากทะเลสาบพานหยางออกมา
สวี่หยางไม่มีทางเลือกนอกจากรับเอาไว้ “พี่หลี่ ข้าคิดว่าหนอนพวกนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล พวกมันมีขนาดเท่ากัน ทั้งยังมีร่องรอยการเลี้ยงดูอีกด้วย”
“จริงหรือ ถึงข้าจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้ แต่ฟังจากการสันนิษฐานของเจ้าแล้วมันก็ดูมีมูลอยู่”
“รบกวนพี่หลี่ช่วยจับตาดูทีว่ามีคนแปลกหน้ามาปรากฏตัวหรือไม่”
“ได้เลย”
สวี่หยางกำลังจะจากไป แต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะได้รับสารจากหวงเสี่ยวเหมย
“สวี่หยาง ที่ดินในครอบครัวของข้าถูกแมลงรบกวน เจ้าพอจะรู้จักผู้กำจัดแมลงที่ให้การช่วยเหลือหรือไม่ เท่าไหร่ข้าก็ยินดีจ่าย”
คราวที่แล้วหวงเสี่ยวเหมยเดินทางกลับมาที่บ้านและรั้งอยู่ที่นี่เสียหลายวัน
“ข้านี่แหละผู้กำจัดแมลง เดี๋ยวไปเอง”
สวี่หยางเก็บยันต์สื่อสารก่อนจะไปถึงบ้านของหวงเสี่ยวเหมยอย่างรวดเร็ว
……
ในลานบ้านของตระกูลหวง
หวงเสี่ยวเหมยกำลังโน้มน้าวครอบครัว
“พ่อแม่ไม่ต้องห่วง สวี่หยางบอกว่าเขาเป็นผู้กำจัดแมลง ดังนั้นไม่มีปัญหาอะไรแล้วละ”
“เสี่ยวเหมย หลายปีมานี้สวี่หยางมีความสามารถขึ้นมากก็จริง แต่เขาเป็นผู้ปลูกถ่ายวิญญาณ แล้วจะไปเป็นผู้กำจัดแมลงได้อย่างไร? เป็นไปได้หรือไม่ที่เขาจะหลอกเอาหินวิญญาณจากเจ้า”
ผู้เป็นแม่ขมวดคิ้ว
บิดาที่อยู่ข้างกายพยักหน้า “สวี่หยางเคยก่อกวนเจ้าจนเกือบจะทำให้เข้าสำนักชิงหยางล่าช้า แล้วเจ้าจะยังเชื่อใจเขาขนาดนี้อีกหรือ?”