ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที - บทที่ 76 - ทางตันของฟ่านโฝและเส้นทางผ่าทางตัน
- Home
- ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที
- บทที่ 76 - ทางตันของฟ่านโฝและเส้นทางผ่าทางตัน
บทที่ 76 – ทางตันของฟ่านโฝและเส้นทางผ่าทางตัน
“ฟ่านโฝ?” เซี่ยตงแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว “ฟ่านที่แปลว่ากินข้าวน่ะเหรอ?”
“ใช่” หวังซิงยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่มาจากใจจริง
“‘ฟ่านโฝ’ (กินข้าวแล้วหรือยัง) คือสิ่งที่ผมอยากทำจริงๆ มันไม่เหมือนใคร มันคือสื่อรูปแบบใหม่ เรียกว่า ไมโครบล็อก (Micro-blogging)”
เซี่ยตงคิดในใจ: Twitter
นี่เป็นโมเดลที่ดีมาก ทั้ง Twitter และ Weibo ในอนาคต ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกัน ประวัติศาสตร์จะพิสูจน์ความสำเร็จของโมเดลนี้เอง แต่นั่นมันเป็นเรื่องของอนาคต
“คอนเซปต์นี้… เลียนแบบ Twitter ของอเมริกามาเหรอครับ?” เซี่ยตงจี้จุดได้อย่างแม่นยำอีกครั้ง
หวังซิงเริ่มชินชาแล้ว ตอนนี้ต่อให้เซี่ยตงบอกซอร์สโค้ดของ Twitter ออกมา เขาก็คงไม่แปลกใจเท่าไหร่
“คุณ… คุณรู้จัก Twitter ด้วยเหรอ?”
“ผมสนใจข่าวไอทีน่ะ เคยอ่านผ่านๆ ตามาบ้าง” เซี่ยตงใช้ข้ออ้างเดิมๆ “เป็นโมเดลที่เบา และเร็วมาก”
หวังซิงตื่นเต้นขึ้นมาทันที เหมือนเจอคนที่คุยภาษาเดียวกัน
“ใช่! เบา! แล้วก็เร็ว!”
“ทุกคนสามารถบันทึกสิ่งที่ทำอยู่ หรือสิ่งที่คิดอยู่ในขณะนั้นได้ด้วยประโยคเดียว ไม่เกิน 140 ตัวอักษร ข้อมูลของทุกคนจะไหลมารวมกันเป็นไทม์ไลน์แบบเรียลไทม์”
“คุณเข้าใจไหม? นี่ไม่ใช่บล็อก บล็อกมันหนักเกินไป! นี่มันคือ… เสียงนกร้องจิ๊บๆ!”
“มันคือการปฏิวัติ!” หวังซิงกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว “มันเร็วกว่าเว็บพอร์ทัล เบากว่าบล็อก และเปิดกว้างกว่า Social Network!”
“นี่แหละคืออนาคต!”
เซี่ยตงมองเขา นี่แหละคือหวังซิง ผู้มีความมุ่งมั่นและสัญชาตญาณดิบต่อผลิตภัณฑ์และแนวโน้มของโลก
“ฟังดู… เจ๋งมากครับ” เซี่ยตงพูดจากใจ
“เจ๋ง!” หวังซิงขึ้นเสียง “แต่นักลงทุนไม่เข้าใจ!”
ความตื่นเต้นของเขาถูกกดลงทันที
“พวกเขาถามผมว่า โมเดลหารายได้ของไอ้นี่คืออะไร?”
“พวกเขาถามว่า ทำไมคนต้องมาใช้ของแก ในเมื่อตั้งสเตตัสใน QQ ก็ได้?”
“พวกเขาถามว่า คนกลุ่มหนึ่งมาโพสต์ว่า ‘ฉันกินข้าวแล้ว’ ‘ฉันนอนแล้ว’ บนนี้ มันจะมีค่าอะไร?”
ใบหน้าของหวังซิงเต็มไปด้วยความพ่ายแพ้
“พวกเขามองไม่เห็น!”
“พวกเขามองไม่เห็นว่าความรวดเร็วของข้อมูลมันสำคัญแค่ไหน!”
“พวกเขามองไม่เห็นว่าเมื่อคนเป็นล้านมาร่วมถกเถียงเรื่องเดียวกันพร้อมๆ กัน มันจะเกิดพลังมหาศาลขนาดไหน!”
เซี่ยตงพยักหน้าเงียบๆ เขาเข้าใจดีอยู่แล้ว
“สรุปปัญหาของฟ่านโฝ คือการระดมทุนไม่ราบรื่นสินะครับ?” เซี่ยตงถาม
“ไม่ใช่แค่ไม่ราบรื่น” หวังซิงถอนหายใจ “ฝั่งไห่เน่ย (Hainei) ก็โดนไคซินหวั่ง (Kaixin001) กดจนโงหัวไม่ขึ้น นักลงทุนต่างพากันรอดูสถานการณ์ ไม่มีใครกล้าควักเงิน”
“ส่วนฟ่านโฝ โมเดลมันล้ำยุคเกินไป การเติบโตของผู้ใช้… ช้ามาก” หวังซิงยอมรับตามตรง
“คนที่เล่นอยู่ตอนนี้ ส่วนใหญ่เป็นคนในวงการ กีก (Geek) สื่อมวลชน แล้วก็นักเขียน ยอดผู้ใช้รวมๆ เพิ่งจะผ่านหลักล้านมานิดเดียว”
เซี่ยตงรู้ตัวเลขนี้ดี ฟ่านโฝในปี 2008 ยังเป็นของเล่นของกลุ่มชนชั้นนำวงจำกัด ยังไปไม่ถึงระดับที่มีการถกเถียงประเด็นสาธารณะกันอย่างดุเดือดเหมือนในปี 2009
“ฐานผู้ใช้ไม่ใหญ่ นักลงทุนก็ดูโมเดลธุรกิจไม่ออก พวกเขาคิดว่าของแบบนี้ทำเงินไม่ได้”
หวังซิงแบไต๋ปัญหาของทั้งสองโปรเจกต์ออกมาตรงหน้าเซี่ยตงอย่างหมดเปลือก
หนึ่งคือไห่เน่ย ที่พ่ายแพ้ในการแข่งขันทางธุรกิจ สู้คู่แข่งไม่ได้
อีกหนึ่งคือฟ่านโฝ ที่โมเดลล้ำหน้าเกินไป ตลาดยังไม่สุกงอม นักลงทุนไม่ซื้อไอเดีย
ทั้งสองโปรเจกต์กำลังเผาเงินอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่มีเงินใหม่เข้ามาเติมเลยแม้แต่หยวนเดียว
“ที่ผมมาหางโจวรอบนี้ ก็เพื่อมาเจอคนของอาลีบาบา ดูว่าพวกเขาจะสนใจไหม”
“แล้วผลล่ะครับ?”
“หึ” หวังซิงแค่นหัวเราะ “เขาเพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Social Network ของตัวเองชื่อ ‘เถาเจียงหู’ (Tao Jianghu) พวกเขาคิดว่าโซเชียลต้องผูกติดกับอีคอมเมิร์ซ”
“เรา… คุยกันไม่รู้เรื่อง”
นี่แหละปี 2008 ยุคที่ยักษ์ใหญ่ยืนขวางทาง และการเริ่มต้นธุรกิจนั้นยากลำบากแสนสาหัส
“พี่ซิง” เซี่ยตงเอ่ยขึ้น
“หืม?”
“พี่คิดว่าปัญหาของไห่เน่ย คือเกมของไคซินหวั่งจริงๆ เหรอครับ?”
หวังซิงชะงัก “มันจะไม่ใช่ได้ยังไง?”
“ใช่ และก็ไม่ใช่” เซี่ยตงกล่าว “ไคซินหวั่งแย่งผู้ใช้กลุ่ม ‘คนทำงานทั่วไป’ (White collar) ไปจากพี่”
“แต่จริงๆ แล้ว จุดยืนของพี่ตั้งแต่แรก ไม่ได้จะจับกลุ่ม ‘คนทำงานทั่วไป’ นี่นา พี่พูดถึง ‘LinkedIn’ ไม่ใช่เหรอ?”
ดวงตาของหวังซิงเป็นประกายขึ้นมา
“หมายความว่า…”
“ไคซินหวั่งแย่งความต้องการในการ ‘อู้งาน’ ไป แต่คนทำงาน… ยังมีความต้องการในการ ‘ย้ายงาน’ อยู่นะ”
“ยังมีความต้องการในการ ‘สร้างคอนเนกชัน'”
“ยังมีความต้องการในการ ‘แลกเปลี่ยนความรู้ในวงการ'”
“ผู้ใช้กลุ่มนี้ เกมขโมยผักตอบโจทย์พวกเขาไม่ได้หรอก”
“ถ้าไห่เน่ยยอมทิ้ง ‘ความเป็นโซเชียลทั่วไป’ ตั้งแต่แรก แล้วหันมาลุยตลาด ‘โซเชียลคนทำงาน’ (Professional Network) ให้สุดตัว… มันจะเป็นทางรอดอีกทางไหม?”
ลมหายใจของหวังซิงเริ่มถี่ขึ้น
เขาโดนไคซินหวั่งตีจนมึน สิ่งที่คิดมาตลอดคือ “จะแย่งผู้ใช้กลับมายังไง” แต่ไม่เคยคิดว่า “จะเปลี่ยนสมรภูมิรบได้ไหม”
“โซเชียลคนทำงาน…” เขาพึมพำ “จริงด้วย… ระบบชื่อจริง นี่แหละคือคุณค่าสูงสุดของระบบชื่อจริง…”
เซี่ยตงไม่ปล่อยให้เขาคิดนานเกินไป เปลี่ยนเรื่องทันที
“ส่วนฟ่านโฝ”
หวังซิงเงยหน้าขึ้นทันที แววตาเป็นประกาย
“ปัญหาของฟ่านโฝ ไม่ใช่โมเดลธุรกิจ และไม่ใช่ว่าคนใช้น้อย แต่เป็นเพราะ… ผู้ใช้ ‘ผิดกลุ่ม'”
“ผิดกลุ่ม?” หวังซิงขมวดคิ้ว
“พี่ซิง พี่เป็นพวกอุดมคตินิยม” เซี่ยตงว่า
“พี่อยากทำ Twitter ของจีน อยากสร้าง ‘จัตุรัส’ ที่ทุกคนเท่าเทียมกัน”
“แต่นักลงทุนเขามองไม่ออกหรอกว่า ‘จัตุรัส’ จะทำเงินยังไง ที่เขามองออกคือ ‘เวที'”
“เวที?”
“ใช่” เซี่ยตงพยักหน้า “ฟ่านโฝตอนนี้มีแต่พวกหัวกะทิกับพวกกีก มันก็ดีครับ แต่มันยังไม่พอ”
“สิ่งที่พี่ขาด คือ ‘ดารา'”
“ลองคิดดูนะ” เซี่ยตงเคาะโต๊ะเบาๆ
“ถ้าเหยาหมิง โพสต์ในฟ่านโฝว่า: ‘วันนี้ซ้อมเหนื่อยจัง'”
“ถ้าหานหาน โพสต์ในฟ่านโฝว่า: ‘เขียนหนังสือเล่มใหม่เสร็จแล้ว'”
“ถ้าแจ็คหม่า โพสต์ในฟ่านโฝว่า: ‘วันนี้ผมเจอคุณนะ หวังซิง'”
เซี่ยตงพูดช้าๆ แต่ทุกคำกระแทกใจหวังซิงอย่างจัง
“เมื่อ ‘Big V’ (ผู้ทรงอิทธิพล) เหล่านี้ หรือ ‘ผู้นำทางความคิด’ (Key Opinion Leader) เริ่มส่งเสียงบนแพลตฟอร์ม…”
“พี่ยังต้องกังวลอีกเหรอว่าคนธรรมดาจะไม่แห่กันมามุงดู?”
“พี่ยังต้องกังวลอีกเหรอว่านักลงทุนจะมองไม่เห็น ‘มูลค่าสื่อ’ และ ‘มูลค่าโฆษณา’ ของสิ่งนี้?”
ในใจเซี่ยตงคิดว่า: นี่เท่ากับว่าฉันกำลังสอนกลยุทธ์ของ Sina Weibo ในปี 2010 ให้หวังซิงรู้ล่วงหน้าตั้งแต่ปี 2008 เลยนะเนี่ย ทิ้งจัตุรัสที่เท่าเทียม ไปสร้างแพลตฟอร์มสื่อแบบรวมศูนย์จากบนลงล่าง นี่แหละ… คือโมเดลที่วิ่งฉิวที่สุดในดินแดนแห่งนี้
บรรยากาศในร้านบะหมี่เหมือนหยุดนิ่ง
หวังซิงจ้องมองเซี่ยตงตาไม่กะพริบ เหมือนการรับรู้ของเขาถูกยกระดับขึ้นฉับพลัน
เด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเขาเกือบสิบปีคนนี้ กำลังชำแหละทางตันของโปรเจกต์เขาทั้งสองตัว ด้วยวิธีที่เรียบง่ายที่สุด ตรงไปตรงมาที่สุด และปฏิวัติความคิดที่สุด
“เดี๋ยวนะ”
หวังซิงขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็พูดขึ้น คิ้วของเขาขมวดแน่น เหมือนกำลังแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนสุดๆ
“มีตรงไหนไม่ถูกเหรอ?” เซี่ยตงเงยหน้าขึ้นถามเสียงเรียบ
“คุณบอกว่า ให้ฟ่านโฝดึงดาราคนดังเข้ามา เปลี่ยนให้เป็นแพลตฟอร์มสื่อ”
นิ้วของหวังซิงเคาะลงบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันเบาๆ
“ผมยอมรับว่าไอเดียนี้น่าสนใจมาก ความเป็นสื่อมันดึงดูดนักลงทุนได้ง่ายกว่าจริงๆ”