ย้อนเวลามาครั้งนี้ ฉันขอเป็นนักธุรกิจสาวดาวรุ่งแห่งยุค 80 (จบ) - บทที่ 24 สามสิบหยวนเชียวนะ!
- Home
- ย้อนเวลามาครั้งนี้ ฉันขอเป็นนักธุรกิจสาวดาวรุ่งแห่งยุค 80 (จบ)
- บทที่ 24 สามสิบหยวนเชียวนะ!
“นี่คุณ พูดจาแบบนี้ได้ยังไง!” มู่เยี่ยนฟางเท้าเอวเตรียมจะเข้าไป
ต่อว่า
แต่เกาซูกลับรีบรั้งเธอไว้ “ช่างเถอะพี่เยี่ยน เราไปร้านอื่นกัน
ดีกว่า”
ทว่า พวกเขาก็โดนไล่ออกมาจากร้านอื่น ๆ อีกหลายร้าน
กระทั่งร้านสุดท้าย มู่เยี่ยนฟางก็หมดสิ้นความหวัง เธอไม่ยอม
เข้าไปในร้าน
เอาแต่นั่งเฝ้าเสื้อผ้าอยู่หน้าร้านกับจงอี้ ใบหน้าของเธอเต็มไป
ด้วยความกังวล ดวงตากลมโตแดงก ่า น ้าตาคลออยู่เต็มหน่วยตา
เกาซูปลอบใจเธอสองสามคำ จากนั้นจึงพาตู้เหลียงและเกาผิง
เข้าไป
แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันดังมาจากหน้า
ร้าน
เธอรีบวิ่งกลับไปดู พบชายคนหนึ่งกำลังชี้นิ้วด่ามู่เยี่ยนฟางเสียง
ดังลั่น
พี่สะใภ้ร้องไห้ด้วยความตื่นตระหนก ส่วนจงอี้ก็ยืนอยู่ข้างหน้า
ทำท่าทางกางแขนปกป้องอยู่
แต่ด้วยความที่เป็นเพียงเด็กชายตัวเล็ก ๆ ใบหน้าของเขาก็เต็ม
ไปด้วยความหวาดหวั่น
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น? มีอะไรค่อย ๆ พูดกันดี ๆ” เกาซูรีบเข้าไป
แทรกด้านหน้าปกป้องมู่เยี่ยนฟางและจงอี้ทันที
เมื่อมู่เยี่ยนฟางเห็นเกาซูก็เหมือนเห็นที่พึ่ง เธอเล่าเรื่องราวทั้ง
น ้าตา “ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แค่เอามือไปจับเสื้อตัวนั้นนิดเดียว
เขาก็หาว่าฉันทำเสื้อผ้าเขาเลอะแล้ว จะให้ฉันชดใช้อยู่ท่าเดียว
เลย….”
เกาซูมองเสื้อที่มู่เยี่ยนฟางชี้ เป็นเสื้อสีเทาไม่มีรอยเปื้อนหรือรอย
ขาดแต่อย่างใด เธอเริ่มโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว “ไม่เคยได้ยินว่าห้ามจับ
เสื้อผ้าในห้างมาก่อน แค่จับต้องแล้วต้องชดใช้ มันใช่เรื่องที่ไหน ถ้า
ไม่ให้จับดูเนื้อผ้าแล้วลูกค้าจะตัดสินใจซื้อได้ยังไง”
ชายคนนั้นมองเธออย่างเหยียดหยาม “ไม่ใช่ห้ามจับ แต่คนบาง
คนมันไม่คู่ควรจะจับต่างหาก ที่ไม่ให้พวกแกจับก็เพราะหวังดี ถ้าเกิด
พวกแกทำเลอะขึ้นมา พวกแกจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายไหว พวกบ้าน
นอกเข้าเมือง แค่ค่าข้าวยังไม่พอด้วยซ ้า”
“อย่างนั้นเหรอ? เสื้อตัวนี้มันแพงมากหรือไง” เกาซูถาม
ยิ่งพูด ชายคนนั้นก็ยิ่งได้ใจ “ใช่! แพงมากน่ะสิ! พวกแกไม่มี
ปัญญาซื้อหรอก!”
“ไป ๆ ๆ รีบไสหัวไปไกล ๆ ดูโคลนที่เท้าพวกแกสิ อย่ามาเหยียบ
พื้นร้านฉันให้เลอะเลย” พนักงานขายอีกคนพูดสมทบ พร้อมกับ
ทำท่าจะมาลากกระสอบเสื้อผ้าของพวกเขาออกไป
“อะไรกันเนี่ย! ขยะชัด ๆ! อย่าวางเกะกะหน้าร้านฉันสิ! เดี๋ยว
ลูกค้าก็ไม่กล้าเข้าร้านกันพอดี”
พนักงานขายทั้งสองคนต่างรุมต่อว่า และทำท่าทางรังเกียจ
ต้องการจะโยนข้าวของของพวกเขาทิ้งไป
“เดี๋ยว!” เกาซูตวาดลั่น “พวกคุณลองมองป้ายหน้าร้านตัวเองดูสิ
‘บริการดี ไม่แบ่งแยก’ อย่างนั้นเหรอ? แล้วที่ทำกับพวกเราอยู่ตอนนี้
เรียกไม่แบ่งแยกหรือยังไง”
“นี่แก…”
พนักงานขายทั้งสองคนถึงกับพูดไม่ออก ผู้คนรอบข้างที่มุงดู
เหตุการณ์ต่างพากันซุบซิบ ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับเกาซู และตำหนิ
พนักงานขายทั้งสองคนที่ดูถูกลูกค้า
เกาซูมองเสื้อตัวนั้นแล้วพูดด้วยน ้าเสียงเย็นเยียบว่า “มาบอกว่า
ฉันไม่มีปัญญซื้อ ได้! งั้นฉันซื้อตัวนี้”
ชายคนนั้นหัวเราะเยาะ “หึหึ ที่นี่คือห้างสรรพสินค้าหรูที่สุดใน
เมืองหลวง รู้ไหมว่าเสื้อตัวนี้ราคาเท่าไหร่?” เขาชูสามนิ้ว “30 หยวน
เชียวนะ!”
เสื้อผ้าราคา 30 หยวน ถือว่าแพงมาก!
มู่เยี่ยนฟางลืมความคับแค้นใจที่โดนด่าไปจนหมดสิ้น ตอนนี้เธอ
กลัวแต่ว่าน้องสะใภ้จะฟุ่มเฟือยซื้อเสื้อตัวนี้จริง ๆ
และแล้ว สิ่งที่เธอกลัวก็เกิดขึ้น เกาซูควักเงินสิบหยวนจำนวน
สามใบออกมาโชว์ให้พนักงานทั้งสองคนเห็น
เธอมองหน้าพนักงานขายแล้วพูดว่า “เห็นหรือยัง? ถึงเราจะมา
จากบ้านนอก ก็ไม่ควรมาดูถูก เอาเสื้อตัวนั้นมานี่ ฉันจะลอง!” มู่เยี่ย
นฟางร้อนใจแทบแย่ แม้แต่ตู้เหลียงก็ยังตกใจ
ไม่เห็นต้องลงทุนขนาดนี้เพื่อเอาชนะเลย!
มู่เยี่ยนฟางได้แต่คิดในใจ
แต่เกาซูไม่สนใจ เธอคว้าเสื้อผ้าเดินเข้าไปในห้องลองเสื้อทันที
ไม่ใช่แค่ลองธรรมดา เธอหมุนตัวไปมาหน้ากระจก บอกว่าตัว
ใหญ่ไปขอไซซ์เล็กกว่านี้ พนักงานขายชายจำใจหยิบเสื้อตัวเล็กกว่า
มาให้ เกาซูก็บอกว่าเล็กไป ขอเป็นตัวเดิม จากนั้นก็บอกว่าสีไม่เข้า
กับเธอ
เธอจึงลองเสื้อผ้าทุกสีที่มีในร้าน
และแล้วความอดทนของพนักงานขายก็มาถึงขีดจำกัด แต่เมื่อ
นึกถึงคำพูดของเกาซูก่อนหน้านี้ บวกกับสายตาของผู้คนมากมาย
เขาจึงได้แต่กักเก็บความโกรธไว้ เพราะเกรงว่าจะทำให้ภาพลักษณ์
ของร้านดูแย่
จนกระทั่งท้ายที่สุด เกาซูกลับมาสวมเสื้อสีเทาตัวเดิม เธอมอง
ตัวเองในกระจกแล้วถอนหายใจ “อืม สวยจริง ๆ ด้วย!”
“แน่นอนสิ เสื้อผ้าของเราไม่ใช่ของพื้น ๆ หรอกนะ ได้รับการ
ออกแบบมาอย่างดีจากนักออกแบบชื่อดังของเมืองหลวง แถมยังเขา
ยังดังมากในต่างประเทศอีกด้วย” พนักงานขายพูดอย่างภูมิใจ
เกาซูกระตุกรอยยิ้ม เธอถอดเสื้อออกแล้วส่งคืนให้เขา “ใช่ สวย
มาก และก็แพงมากด้วย เพราะฉะนั้น โทษทีแล้วกัน ฉันไม่เอาแล้ว”
“นี่แก…” พนักงานชายโกรธจนหน้าแดงก ่า
“ทำไม? มีปัญหาหรือไง? ในเมื่อร้านให้ลองได้ ในฐานะลูกค้า
ฉันจะลองไม่ได้เลยเหรอ เอ๊ะ? หรือว่าร้านแบ่งแยกชนชั้น? แต่คนใน
ประเทศนี้มีคนรวยสักกี่คนกัน ถึงจะเยอะ แต่ก็ไม่เท่าคนชั้นกลาง
อย่างพวกเราหรอก คิดว่าเงินที่ร้านนี้ได้มาแต่ละปีมาจากคนรวย
เท่านั้นเหรอ จะบอกอะไรให้นะ คนที่รวยมาก ๆ เขาไม่มาซื้อเสื้อผ้า
จากร้านเล็ก ๆ แบบนี้หรอก” เกาซูยักไหล่อย่างไม่แยแส เธอจูงมือจง
อี้และพี่สาวของมู่อวิ่นเฉิง แล้วสะพายกระเป๋าเสื้อผ้า เดินออกจาก
ร้านไปอย่างองอาจ
ผู้คนรอบข้างต่างพากันหัวเราะชอบใจ พวกเขาหลีกทางให้เกาซู
ด้วยสายตาชื่นชม
ลุงคนหนึ่งส่ายหน้าแล้วพูดกับพนักงานขายชายว่า “อย่าดูถูก
คนอื่นสิ จำไว้เป็นบทเรียนนะ ไม่ใช่ทุกคนจะยอมให้พวกคุณข่มเหง”
วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ตลาดนัดข้าง ๆ ห้างสรรพสินค้าคึกคักเป็น
พิเศษ มีทั้งคนมาเดินเล่น พ่อค้าแม่ค้ามาตั้งร้านขายของสารพัด
อย่าง
แต่สำหรับ เกาซู และญาติ ๆ ที่ยืนหน้ามุ่ยอยู่ข้างกองผ้าผืนใหญ่
กลับไม่รู้สึกสนุกสนานกับบรรยากาศรอบข้างเลยสักนิด โดยเฉพาะ
มู่เยี่ยนฟาง ที่ดูเหมือนหมดอาลัยตายอยาก
“แย่แล้วสิ ทำไงดี เหลือตั้งเยอะ ถ้าขายไม่ได้จะทำยังไงล่ะ!” เธอ
ร้องบ่นเป็นรอบที่ร้อย จนคนอื่น ๆ เริ่มหงุดหงิด
“นี่ เลิกบ่นได้แล้วน่า!” ตู้เหลียงที่หมดความอดทนก็ตอบกลับ
ด้วยน ้าเสียงฟังดูหงุดหงิด ทั้งคู่เริ่มโต้เถียงกันเสียงดัง
“ก็ต้องโทษคุณนั่นแหละ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณพาฉันไปซื้อเสื้อผ้า
พวกนั้น
เรื่องมันจะวุ่นวายแบบนี้เหรอ” มู่เยี่ยนฟางตะโกนใส่หน้าสามี
ก่อนจะปล่อยโฮออกมา
ตู้เหลียงได้แต่ยืนอึ้ง เพราะเขาก็รู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของ
เรื่องวุ่นวายทั้งหมด
เกาซู มองไปรอบ ๆ เห็นร้านรวงต่าง ๆ ในตลาดนัด ทั้งร้านขาย
ขนมหวาน ร้านขายเครื่องครัว ร้านขายผลไม้เคลือบน ้าตาล
‘เมืองหลวงก็คือเมืองหลวง แม้แต่คนขายของข้างถนนก็ยังดูมี
ชีวิตชีวา’ เธอคิดในใจ
เมื่อเห็นดังนั้น ดวงตาของเธอก็เป็นประกาย แล้วแทรกเสียงดัง
ขึ้นมา “เลิกทะเลาะกันได้แล้ว! ทุกคนลุกขึ้นยืนให้ดูเดี๋ยวนี้”
ทุกคนมองหน้ากันด้วยความสงสัย แต่ก็ยอมทำตามที่เธอพูดแต่
โดยดี
พวกเขามากันทั้งหมด 5 คน มู่เยี่ยนฟาง และน้องสาวของเธอมี
ผิวสีแทนเล็กน้อย แต่ทั้งคู่มีรูปร่างดี น้องสาวยังเด็ก ผิวพรรณเลยดู
เต่งตึงอยู่ ส่วนมู่เยี่ยนฟางนั้น รูปร่างอวบอิ่ม ใบหน้าละม้ายคล้ายมู่อ
วิ่นเฉิงนิดหน่อย จึงทำให้เมื่อมองไปแล้ว รู้ได้ว่าเธอดูน่าค้นหา เรียก
ได้ว่าเป็นสาวสวยสะดุดตาเลยทีเดียว
ส่วนตู้เหลียงนั้น เป็นหนุ่มรูปร่างผอมบาง ผิวขาว ตัวสูง แต่โชค
ร้ายที่เสื้อผ้าที่พวกเขานำมาขาย มีแต่เสื้อผ้าผู้หญิง!
เกาซูพามู่เยี่ยนฟางและน้องสาวไปร้านทำผมที่อยู่ไม่ไกลนัก ทิ้ง
ให้ตู้เหลียงและจงอี้ลูกชายของเธอเฝ้าของอยู่ที่เดิมก่อน
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสามคนก็เดินกลับมา ทำเอาตู้เหลียงและจงอี้
ถึงกับตาค้าง