ย้อนเวลามาครั้งนี้ ฉันขอเป็นนักธุรกิจสาวดาวรุ่งแห่งยุค 80 (จบ) - บทที่ 26 ของเลียนแบบ
ผู้เป็นน้องบิดกายทำท่าทางเขินอาย ก่อนจะตอบเสียงหวาน
“เอ่อ… ฉันไม่ฉลาดเท่าพี่ คิดวิธีดี ๆ ไม่ออกหรอก ก็คงจะต้องกลับ
บ้านมาโดยไม่ได้อะไร ถ้าพ่อแม่ของพี่เขยไม่ว่าอะไรพี่ และยอมรับว่า
พี่เป็นลูกสะใภ้ของพวกเขา ฉันก็จะสำนึกบุญคุณของพวกเขา
ทำงานหนัก หาเงินมาใช้หนี้ให้พวกเขาเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้าพวกเขา
ยังจะให้พี่หย่ากับพี่เขย ฉันก็อยากจะอยู่กับพี่ต่อไป ทำงานหนักหา
เงินมาใช้หนี้ให้พวกเขา สรุปก็คือต้องทำงานหนักเข้าไว้ คนเรา ขอ
แค่ขยัน อดทน ก็หาทางออกได้อยู่แล้ว”
หัวใจของเกาซูรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา เธอเอ็ดน้องสาวเบา ๆ ว่า “ยัย
เด็กโง่เอ๊ย”
คำว่า เด็กโง่นี้ ไม่ใช่ว่าน้องของเธอไม่ฉลาด น้องสาวเธอฉลาด
มาก เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสได้เรียนรู้โลกกว้างเท่านั้นเอง
เมื่อพูดเรื่องนี้แล้ว เกาผิงก็นึกสงสัยบางอย่าง จึงเอ่ยถามพี่สาว
ด้วยความเป็นห่วง “พี่… พี่ทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้ พี่เขยรู้เรื่องหรือ
เปล่า? ถ้าพี่เขยรู้เรื่อง เขาจะไม่ว่าพี่จริง ๆ เหรอ?”
พี่เขย? มู่อวิ่นเฉิง?
ช่วงนี้ยุ่งจริง ๆ ยุ่งเสียจนไม่มีเวลาถักเสื้อไหมพรมให้เขาเลย
ไม่ได้การแล้ว ต่อให้ยุ่งแค่ไหนก็ต้องหาเวลาถักเสื้อไหมพรมให้เสร็จ
สิ!
เกาซูได้แต่คิดในใจ
สองพี่น้องคุยกันอยู่นานสองนาน ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปตั้งแต่
เมื่อไร
เช้าวันรุ่งขึ้น เกาซูตื่นขึ้นมาก็ได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ข้างนอก
เมื่อเดินออกมาดู ก็พบว่าเสื้อผ้า 550 ตัวนั้นถูกจัดการไปแล้ว
ครึ่งหนึ่ง!
แม่สามีกับมู่เยี่ยนฟางกำลังยุ่งอยู่กับการทำงาน!
“แม่ นี่แม่ตื่นเช้าแค่ไหนคะ?” เกาซูอดถามไม่ได้
“ไม่ได้นอนเลยทั้งคืน!” ตู้เหลียงพูด “เมื่อคืนหลังจากที่พวกเรา
นอนลง แม่ก็ลุกขึ้นมาทำงานจนถึงตอนนี้ เยี่ยนฟางก็ไม่ได้นอน
ตั้งแต่เที่ยงคืน ดึงฉันมาช่วยแม่ทำงานอย่างกับโดนผีเข้า”
“ยังไงร่างกายก็สำคัญที่สุดนะคะ เงินทองหาเมื่อไหร่ก็ได้” เกาซู
เคยลำบากมาก่อน เคยป่วยจากการโหมงานหนักมาก่อน เมื่อได้
ย้อนกลับมาอีกครั้ง ก็ยังคงมีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่อยู่
“ช่วยไม่ได้ ก็คนมันรีบนี่!” มู่เฟินพูดด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนต่างก็รีบร้อนตามเยี่ยนฟาง เกาซูเองก็ลงมือในทันที เธอ
ไม่ไม่พูดพร ่าทำเพลง เริ่มร่างแบบดัดแปลงเสื้อผ้ารอบที่สองอย่างตั้ง
อกตั้งใจ
เมื่อเห็นมู่เยี่ยนฟางกำลังจะลงมือทำงานอย่างขะมักเขม้น เกาซูก็
ให้พวกเธอชะลอเอาไว้ก่อน
เธอเผื่อเวลาไว้แก้ไขแบบร่างใหม่
ไปเน้นการดัดแปลงเสื้อเชิ้ตและเสื้อยืดเป็นหลัก
ถึงจะเป็นแค่แบบพื้นฐาน แต่มีรายละเอียดให้ใส่ใจมากมาย ไม่ว่า
จะเป็นคอเสื้อ ปลายแขน ชายเสื้อ กระเป๋า เอว หรือแม้แต่กระดุม การ
ออกแบบและดัดแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างประณีต ก็ทำให้ดูแตกต่าง
ออกไปในทันที
มู่เยี่ยนฟางชื่นชมในตัวเกาซูมาก “แบบนี้ดูสวยขึ้นเยอะเลย!
เสี่ยวซู เธอคิดได้ยังไงกัน? ดีไม่ดี เธอทำแข่งกับนักออกชื่อดังที่เจ้า
พวกพนักงานขายมันยกยอวันนั้นอาจจะชนะก็ได้ นี่มันสวยกว่าเห็น
ๆ เลย”
“ฉันแค่ลองคิดไปเรื่อย แล้วเดาใจลูกค้าดูน่ะค่ะ พี่เยี่ยนไม่ต้องชม
ขนาดนั้นหรอก” เกาซูพูดอย่างไม่ใส่ใจ เธอต้องระวังผู้หญิงที่ซื้อ
เสื้อผ้าไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเอาไว้
มู่เยี่ยนฟางรู้สึกว่า ทำไมเกาซูพูดเหมือนสิ่งที่ทำอยู่นี้มันเป็นเรื่อง
ง่าย ไปคิดเรื่อย หรือเดาใจลูกค้างั้นเหรอ? เธอคิดจนหัวแทบแตกก็
คิดไม่ออก สรุปก็คือ เธอหยุดคิด แล้วทำตามน้องสะใภ้ก็พอ!
สัปดาห์นี้ทุกคนเรียกได้ว่าเป็นแรงงานฝีมือดี ทำงานหนักมา
หลายวัน แบ่งงานกันทำ ในที่สุดก็ทำสินค้าล็อตที่สองก็เสร็จก่อนวัน
เสาร์
เช้าวันเสาร์ เกวียนที่นัดไว้ก็มารับ พาพวกเขาตรงไปที่สถานี
รถไฟในตัวอำเภอ
ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เพราะกลัวว่าจะซื้อตั๋วไม่ได้ ตู้เหลียง
จึงรับหน้าที่วิ่งไปตัวอำเภอทุกวัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะซื้อตั๋วได้จริง ๆ
ในที่สุด พวกเขาก็ขนเสื้อผ้า พร้อมกับเด็ก ๆ สองคนไปด้วย
ใช่แล้ว! ครั้งนี้เกาซูให้มู่เยี่ยนฟางพาลูกสาว ซึ่งก็คือเสี่ยวเปามา
ด้วย ทุกคนขึ้นรถไฟไปเมืองหลวงในคืนวันเสาร์ และเดินทางมาถึง
เมืองหลวงในเช้าวันอาทิตย์
แม้แต่อาหารเช้าก็ยังไม่ได้กิน ก็รีบตรงไปที่ลานกว้าง กางแผง
ขายของ ระหว่างที่กำลังกางแผง ก็กินซาลาเปารองท้องกันคนละสอง
สามคำ
ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็พบว่า ด้านนอกห้างสรรพสินค้าใกล้
ๆ ลานกว้างซึ่งเคยดูถูกพวกเขามีคนต่อแถวยาวเหยียด ส่วนที่แผง
ของพวกเขา เดิมทีคิดว่าผู้คนจะแห่กันมาซื้อ กลับไม่เป็นไปตามที่
คาดหวัง
แต่ผู้คนที่เดินผ่านไปมาก็เริ่มมุงดูมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับ
พูดคุยกัน
“นี่พวกเธอกลับมาจริง ๆ เหรอ? นึกว่าจะไม่มาแล้วซะอีก!”
“จะบอกให้นะ ในห้างมีเสื้อผ้าแบบเดียวกับพวกเธอขายอยู่
สัปดาห์นี้คนแห่กันไปซื้อเต็มทุกตรอกซอกซอย”
“ใช่ ๆ ได้ยินมาว่าห้างหลายแห่งนำเสื้อผ้าแบบเดียวกับของพวก
เธอมาขาย แถมบางร้านยังขายถูกกว่าของพวกเธออีกนะ”
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง…
ตู้เหลียงเป็นคนที่หัวไวที่สุด เมื่อคิดได้ว่าสินค้าของพวกตนเอง
ถูกลอกเลียนไปขายตัดราคาก็โกรธขึ้นมาทันที “เกาซู ที่แท้ยัย
ผู้หญิงเมื่อคราวก่อน เธอมาขโมยแบบเสื้อผ้าของพวกเรานี่เอง! เลว
เกินไปแล้วนะ!”
มู่เยี่ยนฟางก็โกรธจนตัวสั่นเช่นกัน
“ไป! บุกมันไปเลย! ไปจัดการให้มันรู้ว่าเราไม่ยอม” มู่เยี่ยนฟาง
เดือดดาล อยากจะตรงดิ่งไปเอาเรื่องร้านที่คัดลอกแบบเสื้อผ้าของ
พวกเธอ
แต่เกาซูกลับห้ามไว้ก่อน “ใจเย็น ๆ นะคะพี่ ๆ ไม่ต้องรีบร้อนไป
หรอก เราไปขายของของเราก่อนเถอะ อย่าเพิ่งสนใจพวกนั้นเลย
เกาซูหยิบเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ที่เธอเพิ่งออกแบบเสร็จ แล้วให้
ทุกคนช่วยกันเป็นนางแบบ เหมือนกับครั้งก่อน
มู่เยี่ยนฟางกับเสี่ยวเปาก็ได้สวมใส่เสื้อผ้าใหม่เอี่ยม เกาซูยังช่วย
เสี่ยวเปาถักเปียอย่างสวยงาม พอเสี่ยวเปายืนคู่กับจงอี้แล้ว ช่างน่ารัก
ราวกับตุ๊กตาในภาพวาด ดึงดูดสายตาของทุกคนในลานกว้างได้
อย่างไร้ที่ติ
มู่เยี่ยนฟางถึงกับเอ่ยปากชมไม่หยุด “โอ้โฮ! สวยจริง ๆ เสี่ยวซู
เธอนี่มือช่างจริง ๆ เลยนะ ถักเปียได้สวยอะไรขนาดนี้”
“เพราะเสี่ยวเปาของเราน่ารักอยู่แล้วต่างหากล่ะคะ” เกาซูมอง
เสี่ยวเปาด้วยความเอ็นดู ชาติก่อนเธอชอบเด็กผู้หญิง ชอบซื้อชุด
สวย ๆ ให้ใส่ แล้วจับแต่งตัวเหมือนเจ้าหญิงตัวน้อย ช่างน่ารักน่า
เอ็นดูเสียจริง!
แต่เสียดาย ชาติก่อนเธอกับมู่อวิ่นเฉิงไม่มีลูกด้วยกัน…
เกาซูสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ไม่มีเวลา
ให้เธอสนใจเรื่องอื่นแล้ว!
เพราะผู้คนที่มามุงดูร้านของพวกเธอมีมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงขายดิบ
ขายดีกว่าครั้งก่อนเสียอีก
ลูกค้าที่ต่อแถวรอซื้อของในห้าง ต่างก็พากันวิ่งแจ้นมาที่ร้าน
ของเกาซูแทน พร้อมกับร้องเรียกเพื่อนฝูงให้มาดูด้วย
“เร็วเข้า! มาทางนี้! ของแท้อยู่ที่นี่ต่างหากล่ะ!”
“ใช่ ๆ ๆ ฉันนัดกับพวกเขาวันนี้นะ! เจ้าของร้านบอกว่าจะมาวัน
อาทิตย์ พวกเธอยังไม่เชื่ออีกหรือไง!”
“ว้าว! เสื้อผ้ารอบนี้สวยกว่าครั้งที่แล้วอีกนะ! โดยเฉพาะชุดที่
เด็กผู้หญิงคนนั้นใส่! ฉันจะซื้อให้ลูกสาวฉันบ้าง!”
“แล้วคุณภาพล่ะ คุณภาพเป็นยังไงบ้าง?”
“ฉันดูแล้ว ไม่ต่างจากที่ขายในห้างเลยสักนิด! ตัดเย็บดี
ออกแบบสวย นี่ ๆ ชุดนี้ของฉันนะ! ฉันเอาชุดนี้ อย่าแย่งสิ!”
“แค่ดูก็ไม่ได้เหรอ? เธอซื้อแล้วหรือไงถึงได้หวงแบบนี้!?”
เสียงกลุ่มลูกค้าดังเซ็งแซ่ไปทั่วทั้งลาน เสื้อผ้าที่เกาซูเเละทุกคน
นำมาขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงบ่าย ไม่ได้รับผลกระทบจากร้าน
ในห้างที่ลอกเลียนแบบเสื้อผ้าของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย