ย้อนเวลามาครั้งนี้ ฉันขอเป็นนักธุรกิจสาวดาวรุ่งแห่งยุค 80 (จบ) - บทที่ 64 เป็นชายชาติทหารพูดเล่นได้ด้วยเหรอ?
- Home
- ย้อนเวลามาครั้งนี้ ฉันขอเป็นนักธุรกิจสาวดาวรุ่งแห่งยุค 80 (จบ)
- บทที่ 64 เป็นชายชาติทหารพูดเล่นได้ด้วยเหรอ?
แม้จะรู้สึกอับอายที่ต้องให้ภรรยาซึ่งยังไม่เคยมีคืนร่วมหอด้วยกัน
มาเห็นส่วนที่ไม่ควรเห็นของตนเอง แต่มู่อวิ่นเฉิงก็พยายามกลั้นใจ
หลับตาลง คิดเสียว่า ‘เขาไม่เห็นเธอทำอะไร เท่ากับเธอไม่เห็นอะไร
ของเขา’
ชายหนุ่มไม่ได้รู้เลยว่า การกระทำเช่นนี้ของตนเอง ได้สร้าง
ความตลกขบขันให้แก่เกาซูมากแค่ไหน
“ฮึ ๆ ๆ” หญิงสาวหัวเราะในลำคอ ขณะที่มือยังใช้ผ้าชุบน ้าเช็ด
ตามตัวของอีกฝ่าย
“หัวเราะอะไร” ผู้กองหนุ่มเปิดเปลือกตา จ้องมองภรรยาด้วย
สายตาคาดคั้น
“เปล่า…”
“ฉันไม่เชื่อ”
หญิงสาวหยุดการกระทำ ก่อนจะจ้องตาสามีกลับ พร้อมด้วย
รอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ฉันตอบก็ได้… ฉันแค่ขำที่คุณเขินฉันจนหน้าแดงเท่านั้นแหละ”
“ฉันไม่ได้เขิน…”
“เอาน่า… ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันเห็นอะไรต่อมิอะไรของคุณมา
หมดแล้ว”
ในเมื่อเธอยืนกรานถึงขนาดนี้ มู่อวิ่นเฉิงก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ใน
ตอนนั้น เธอทำหน้าแบบไหนเมื่อเห็น… ‘ตรงนั้น’ ของเขา
ระหว่างที่มู่อวิ่นเฉิงกำลังจมอยู่กับความคิด รู้ตัวอีกที หญิงสาวก็
ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกแทบจะชนกันอยู่แล้ว
“คิดอะไรอยู่เหรอ?” เกาซูถามเสียงใส
มู่อวิ่นเฉิงรีบเบือนหน้าหนี ก่อนจะตอบเสียงเข้ม ทว่า ด้วยความ
รีบร้อน ทำให้เขาเผลอสูญเสียความเยือกเย็นจนเผลอพูดตะกุกตะกัก
“เปล่า… ฉันคิด… เรื่อง… งาน…”
เกาซูหรี่ตาลง และจ้องมองเขาอย่างไม่เชื่อ ปกติมู่อวิ่นเฉิงมักจะ
สุขุม ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาและฉะฉาน มาตอนนี้กลับหลบ
สายตา และเอ่ยไม่เป็นคำพูด เธอจึงมั่นใจได้ว่า เขากำลังคิดอะไร
แปลก ๆ อยู่อย่างแน่นอน
“แน่เหรอ? หึหึ… ไม่ใช่ว่าคุณกำลังจินตนาการถึงฉันที่กำลังเช็ด
ตัวให้ตอนไม่ได้สติหรอกใช่ไหม”
“…”
ชายหนุ่มถึงกับนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย พร้อมกับตั้งคำถามในใจว่า เธอ
รู้ได้ยังไง ว่าเขากำลังคิดอะไร
“ฮ่า ๆ ๆ มู่อวิ่นเฉิง คุณนี่อ่านง่ายจริง ๆ เลย! ดูสิ ฉันแค่เดาสุ่ม ๆ
ก็ถูกซะอย่างนั้น”
มู่อวิ่นเฉิงหน้าแดงก ่าลามไปถึงใบหู เขาทั้งอายทั้งโกรธที่ถูก
เกาซูล้อไม่หยุดเช่นนี้
“พอแล้ว ไม่ต้องเช็ดแล้ว ฉันจะพักผ่อน”
เขาพยายามพลิกกายหนี แต่กลับถูกเกาซูรั้งไว้ในท่าเดิม
“เดี๋ยวสิ ๆ! ฉันหยอกเล่นนิดหน่อยเอง อย่างอนไปเลย”
“…”
เมื่อเห็นว่ามู่อวิ่นเฉิงกำลังทำท่าทางราวกับโกรธเธอจริง ๆ เกาซู
จึงกระแอมเสียง แล้วพูดใหม่อีกครั้ง
“ฉันไม่เล่นแล้วก็ได้ รีบทำให้เสร็จเถอะนะ แล้วฉันจะปล่อยให้
คุณพักผ่อน”
เป็นอีกครั้งที่มู่อวิ่นเฉิงใจอ่อน เขายอมผ่อนคลายอารมณ์ลง
ก่อนจะปล่อยให้เกาซูได้เช็ดตัวเขาต่อไป
เธอทำความสะอาดให้เขาอย่างทั่วถึง รวมถึงซอกนิ้วเท้า แล้วก็
ห่มผ้าให้เขา
เมื่อสังเกตเห็นว่าผิวหนังบนใบหน้าและหลังมือของเขาแห้งกร้าน
เกาซูจึงหยิบครีมทาหน้าของตัวเองออกมา แล้วทาให้เขาอย่างเบามือ
มู่อวิ่นเฉิงแทบจะคลั่งเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ นั้น “เธอทาอะไรให้
ฉัน?”
ผู้ชายตัวโต ๆ ทาครีมของผู้หญิงเนี่ยนะ?
เกาซูหยิบครีมขึ้นมาให้เขาดู แล้วก็ทาลงบนใบหน้าของตัวเอง
“ก็ทาครีมยังไงล่ะคะ คุณสามี”
“เกาซู! นี่เธอ…” มู่อวิ่นเฉิงรู้สึกหมดคำจะพูด “ฝากไว้ก่อนเถอะ
รอให้ฉันหายดีก่อน! แล้วฉันจะลงโทษเธอให้ร้องขอชีวิตเลย”
“ร้องขอชีวิต? จะทำอะไรล่ะ จะมาตีฉันเหรอ?” เกาซูแลบลิ้นปลิ้น
ตาใส่เขา แต่ในใจกลับภาวนาให้เขาจำที่พูดเอาไว้ให้ดี เพราะเธอ
อยากอยู่ในความทรงจำของเขา อยากให้เขาคิดถึงแต่เธอแค่คน
เดียว… ไม่ใช่ปิงหว่าน…
“รอให้ฉันหายดีก่อนเถอะ เธอไม่รอดแน่” เขาเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
ทว่าน ้าเสียงคราวนี้กลับดูเป็นแกมหยอกมากกว่าเอาจริงเสียอีก
“ฉันจะรอก็แล้วกัน!” เธอโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูของอีกฝ่าย
“แต่ตอนนี้… คุณขยับตัวไม่ได้ ก็ต้องยอมให้ฉันจัดการตามใจชอบ
ฉันจะฉีดน ้าหอมให้ ถักเปียให้ แล้วก็วาดรูปตลก ๆ บนหน้าของคุณ
ได้ด้วย…”
เธอพูดเน้นทีละประโยค สีหน้าของมู่อวิ่นเฉิงก็พลันเปลี่ยนไปที
ละนิด
“เกาซู… ฉัน… ฉันพูดเล่น… ฉันไม่ได้จะลงโทษเธอจริง ๆ หรอก
เพราะฉะนั้น…” เขารู้สึกว่าชาติที่แล้วเขาคงทำอะไรผิดต่อเธอไว้มาก
ชาตินี้เธอจึงกลับมาแก้แค้นตัวเองอีกครั้ง…
“เป็นชายชาติทหารพูดเล่นได้ด้วยเหรอคะ คุณผู้กอง? หึหึ
ลงโทษฉันเถอะค่ะ… แต่ก่อนจะถูกลงโทษ ฉันขอทำความผิดให้เต็มที่
เลยแล้วกัน!” เกาซูรีบจูบลงบนแก้มขวาของเขาอย่างรวดเร็ว
“!!!”
มู่อวิ่นเฉิงเบิกตากว้างด้วยความตะลึงงัน
แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากต่อว่าเธอ กลับถูกอีกฝ่ายจู่โจมที่แก้ม
ซ้ายอีกครั้ง
“กลัวข้างนี้น้อยใจน่ะ!” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ กอดอกมอง
สามีด้วยรอยยิ้มภูมิใจ
“แล้วก็…” ขณะที่เกาซูกำลังจะโน้มลงไปจูบริมฝีปากของเขา
พยาบาลก็เดินเข้ามาพอดี
“ขอโทษนะคะ ฉันเอายามาให้คนไข้ค่ะ”
“ชะ… เชิญเลยค่ะ!!” เกาซูรีบตอบด้วยท่าทางร้อนรน
ตอนนี้ดวงตาคมของมู่อวิ่นเฉิงแลดูเปล่งประกายเป็นพิเศษ ราว
กับกำลังเยาะเย้ยเธอว่า ‘ทำไมไม่ทำต่อล่ะ?’
เกาซูหน้าแดงเล็กน้อย หลังจากที่พยาบาลเข้ามา เธอก็ไม่กล้า
สบตากับพยาบาลเลย
ที่จริงแล้ว พยาบาลก็หน้าแดงเช่นกัน หลังจากให้ยาเสร็จ เธอก็
รีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
เกาซูรู้ได้ทันทีว่า พยาบาลคนนี้จะต้องได้เห็นเหตุการณ์ตอนที่
เธอจูบมู่อวิ่นเฉิงแล้วแน่ ๆ ถึงได้แสดงท่าทางเขินอายออกไปแบบนั้น
“รู้อย่างนี้ ฉันน่าจะล็อกประตูก่อน…” เธอบ่นพึมพำเบา ๆ ขณะ
ที่มู่อวิ่นเฉิงยังเอาแต่จ้องมองเธอไม่วางตา
“นี่เธอเป็นแบบนี้ตลอดเลยเหรอ?” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความ
สงสัย
“เป็นแบบนี้? เป็นยังไง?”
“ก็ไม่รู้จักอายยังไงล่ะ”
หญิงสาวกระตุกรอยยิ้ม ในเมื่อสามีคิดว่าเธอเป็นคนไร้ยาง เธอก็
ไม่มีเหตุต้องกระมิดกระเมี้ยนเหนียมอายอีก
“ใช่ ฉันไม่อาย จะอายทำไม? คนเป็นสามีภรรยาเขายังทำกัน
มากกว่านี้เลย…” เกาซูตัดสินใจทำสิ่งที่ค้างคาให้สำเร็จ
เดิมทีเธอตั้งใจจะจูบที่ปากเขาแล้วก็เดินจากไป แต่ทันทีที่ริม
ฝีปากประกบกัน กลับถูกมือของเขากดท้ายทอยไว้แน่น
ความเย็นสดชื่น หวานละมุน พร้อมกับสัมผัสที่หยาบกร้าน จู่ ๆ
ก็ประทับลงบนริมฝีปากของเธอ…
อาจเป็นเพราะเขาบาดเจ็บ จึงออกแรงไม่ได้มาก การเคลื่อนไหว
จึงดูอ่อนโยนผิดปกติ
ผ่านไปเนิ่นนาน เขาก็ค่อย ๆ คลายมือที่กดท้ายทอยเธอออก
หอบหายใจเบา ๆ แล้วถอนหายใจยาวเหยียด “เกาซู… เธอ…”
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดประโยคที่เหลือออกมา
เกาซูเองก็ไม่อยากฟัง
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ขอแค่เธอได้ใกล้ชิด ได้ดูแล และได้รับความ
อบอุ่นจากเขา เท่านี้เธอก็พอใจมากแล้ว
หลายวันผ่านไป มู่อวิ่นเฉิงฟื้นตัวได้เร็วมากหลังจากที่รู้สึกตัว
อาการดีขึ้นทุกวัน
หลังจากที่เกาซูดูแลเขาเป็นเวลาสัปดาห์กว่า หมอก็ถอดสาย
ปัสสาวะให้ เนื่องจากสามารถทานอาหารได้ เขาจึงกลับมามีชีวิตชีวา
อย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ เขาเริ่มรู้สึกกระวนกระวาย มักจะขอร้องให้หมอ
อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล เขาอยากจะรีบกลับไปทำภารกิจที่
ค้างคาให้เสร็จสิ้น
หมอจะยอมปล่อยให้เขาออกจากโรงพยาบาลในสภาพแบบนี้ได้
อย่างไร?
มู่อวิ่นเฉิงรู้สึกสิ้นหวัง ชายชาตรีที่เคยสง่างาม ต้องมานอนติด
เตียงทั้งวัน ไม่สามารถขยับตัวได้ มันช่างเป็นการทรมานที่ราวกับจะ
เอาชีวิตเขาไปเสียให้ได้!
ดังนั้น ทันทีที่ถอดสายสวนปัสสาวะออก เขาก็ไม่ยอมนอนอีก
ต่อไป และยืนกรานที่จะลุกขึ้นจากเตียง
เสี่ยวอวี้ไม่มีทางเลือก จึงต้องช่วยพยุงเขาขึ้นมา แล้วพาเขาเดิน
ไปเดินไปในห้องพักผู้ป่วย
ทว่า ตอนที่เขาลุกขึ้นยืนโดยพิงไหล่ของเสี่ยวอวี้ เกาซู
สังเกตเห็นว่าเขาขมวดคิ้วแน่น ดูเหมือนจะเจ็บปวดมาก