ย้อนเวลามาครั้งนี้ ฉันขอเป็นนักธุรกิจสาวดาวรุ่งแห่งยุค 80 (จบ) - บทที่ 96 ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะมีมุมที่ขี้อายแบบนี้ด้วย
- Home
- ย้อนเวลามาครั้งนี้ ฉันขอเป็นนักธุรกิจสาวดาวรุ่งแห่งยุค 80 (จบ)
- บทที่ 96 ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะมีมุมที่ขี้อายแบบนี้ด้วย
เกาซูไม่รู้ว่ามีใครไปตามฝ่ายรักษาความปลอดภัยหรือยัง ใน
สถานการณ์คับขันเช่นนี้ เธอพยายามมองหาทางหนีทีไล่อยู่
ตลอดเวลา แต่ทางเดินแคบมาก ถูกปิดล้อมทุกด้าน ถ้าจะหนีก็คง
ต้องกระโจนหน้าต่าง ซึ่งไม่ตายก็คงบาดเจ็บสาหัส…
ในวินาทีนั้น มู่เยี่ยนฟางและตู้เหลียงก็วิ่งมาถึงพอดี พวกเขารีบ
เข้ามายืนขวางหน้าเกาซู เพื่อปกป้องสองพี่น้อง
แต่ตู้เหลียงเป็นคนที่ไม่เก่งเรื่องการต่อสู้ ส่วนมู่เยี่ยนฟางก็เป็น
ผู้หญิง จะต่อกรกับชายฉกรรจ์นับสิบได้อย่างไร พวกเขาถูกผลัก
ออกไปอย่างง่ายดาย ในเวลาเดียวกัน ชายฉกรรจ์คนหนึ่งก็พยายาม
ดึงแขนน้องสาวที่อยู่ด้านหลังเกาซู
เกาซูพยายามขัดขวางสุดชีวิต แต่ชายร่างใหญ่คนนั้นกลับเตะ
เธอล้มลงบนพื้น จนรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งตัว
ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ น้องสาวเธอถูกพวกเขาจับตัวไว้ได้แล้ว
และกำลังถูกลากออกไป
เกาผิงอันพยายามดิ้นรนสุดชีวิต
เกาซูกัดฟันลุกขึ้น กอดน้องสาวไว้แน่นอีกครั้ง
“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้น ฉันจะตีให้กระโลกยุบเลยคอยดู”
ชายคนนั้นตะคอกอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับยกเท้าขึ้นเตะอีกครั้ง
เกาซูอยากจะหลบ แต่เพราะกอดน้องสาวไว้แน่น จึงไม่สามารถ
ปล่อยมือได้ เธอรู้ดีว่าไม่มีทางหลบพ้น คงต้องโดนเตะอีกครั้งอย่าง
แน่นอน
หญิงสาวหลับตาปี๋ เตรียมรับแรงกระแทกจากเท้าของชายคนนั้น
เธอภาวนาให้คนของฝ่ายรักษาความปลอดภัยรีบมาถึง ตราบใดที่
เธอยังมีลมหายใจอยู่ เธอจะไม่ยอมให้ใครพาน้องสาวไปเด็ดขาด!
เกาซูไม่กลัวเจ็บตัว เธอไม่เสียดายที่อาจจะไม่ได้เข้า
มหาวิทยาลัย ในชาติที่แล้วเธอเรียนจบปริญญาตรีมาแล้ว แต่
น้องสาวยังเด็ก อนาคตยังอีกยาวไกล เธอจะไม่ยอมให้น้องสาวต้อง
พบกับจุดจบแบบเดิมอีกแล้ว!
ด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ เกาซูรอคอยให้เท้าของชายคนนั้น
กระทบร่างกาย รอคอยความเจ็บปวดที่กำลังจะมาถึง
ทว่า เธอกลับได้ยินเพียงเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของอีกฝ่าย
แทน
เท้าของชายคนนั้นไม่ได้เตะลงมาอย่างที่ควรจะเป็น
เธอหันหลังให้กับเหตุการณ์ จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่น้องสาว
เห็นทุกอย่าง
เธอได้ยินน้องสาวร้องด้วยความดีใจ “พี่เขย!”
พี่เขย?
มู่อวินเฉิงอย่างนั้นเหรอ?
เกาซูรู้สึกสับสนเล็กน้อย เธอรีบหันกลับไปมอง และพบว่าเป็น
เขาจริง ๆ…
เป็นมู่อวิ่นเฉิงจริง ๆ ด้วย!
ชายร่างกำยำที่กำลังจะเตะเธอเมื่อครู่นี้ บัดนี้ได้นอนกุมท้องร้อง
โอดโอยอยู่บนพื้นอย่างน่าสมเพช
ส่วนมู่อวิ่นเฉิงกับเสี่ยวอวี้ยืนอยู่ด้านหน้าเธอและน้องสาว คอย
ปกป้องพวกเธอจากชายฉกรรจ์กลุ่มนั้น
ชายฉกรรจ์สองคนไม่ยอมแพ้ พวกมันคิดจะโจมตีเข้ามาอีกครั้ง
โดยตะโกนโหวกเหวกพร้อมกับพุ่งเข้าใส่ หวังจะรุมทำร้ายมู่อวิ่นเฉิง
ให้เจ็บหนัก
แต่ก่อนที่เกาซูจะทันมองเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ชายฉกรรจ์พวกนั้น
ก็กระเด็นออกไปไกล และนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นเสียแล้ว
อู๋ซิ่วเห็นดังนั้นก็ตกใจกลัว ส่วนเจ้าเกาเหวินยิ่งตัวสั่นงันงกเข้า
ไปใหญ่ เขาหลบอยู่หลังแม่ ยกมือขึ้นคำนับมู่อวิ่นเฉิงไม่หยุด “พี่ซู…
พี่เขย… ผม… ผมไม่เกี่ยวนะครับ… ผม… ผมไม่รู้อะไรเลย…”
แม่ของเกาซูก็ตัวสั่นเช่นกัน แต่ยังคงพยายามรักษาท่าทีแม่ยาย
เอาไว้ พร้อมชี้หน้าด่ามู่อวิ่นเฉิง “แก… แกจะกล้าทำร้ายฉันด้วย
เหรอ?”
มู่อวิ่นเฉิงยืนขวางประตูห้องพักไว้ ท่าทางองอาจราวกับชายชาติ
นักรบที่กำลังปกป้องด่านสำคัญ
เขาไม่ใช่คนยิ้มง่ายอยู่แล้ว ยิ่งตอนทำหน้าจริงจังก็ยิ่งดูน่าเกรง
ขาม ยิ่งตอนนี้ที่กำลังเก็บกดความโกรธ ใบหน้าของเขายิ่งดูน่ากลัว
ขึ้นไปอีก
เสียงของมู่อวิ่นเฉิงดังกังวานขึ้นมาในพลัน “ผมเป็นสามีของเกา
ซู ไม่ใช่สามีของคุณ คนที่ผมให้ความสำคัญที่สุดก็คือเธอ ถ้าใคร
กล้าเข้ามาแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้ว ต่อให้เป็นพระเจ้าที่ไหนผมก็
ไม่กลัว”
แม่ของเกาซูได้ยินดังนั้นก็ถอยกรูดโดยไม่รู้ตัว “ฉัน… ฉันเป็นแม่
ของเมียแกนะ!” น ้าเสียงของเธอฟังดูไม่มั่นใจนัก
มู่อวิ่นเฉิงเอ่ยอย่างเย็นชา “คนที่ดีกับเกาซูคือครอบครัวของผม
นอกนั้นไม่เกี่ยว!”
“ฉัน… ฉันแค่จะพาเกาผิงไป! แก… แกเป็นทหารก็ไม่ควรใช้
อำนาจแบบนี้ไม่ใช่เหรอ!” แม่ของเกาซูรวบรวมความกล้าในการพูด
“ผมไม่ได้ปกป้องเธอในฐานะทหาร แต่ผมปกป้องเธอ… ในฐานะ
สามีต่างหาก!” มู่อวิ่นเฉิงพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ถ้าผมไม่มา ป่านนี้
เธอคงถูกทำร้ายปางตายไปแล้ว คุณเป็นแม่ประสาอะไร ทำไมถึงทำ
กับลูกได้ลงคอ!” เขาเอ่ยเสียงเข้มก่อนจะหันไปสั่งพนักงานรักษา
ความปลอดภัยที่เพิ่งมาถึง “เอาตัวพวกมันไปส่งสถานีตำรวจ”
ชายฉกรรจ์ที่นอนอยู่บนพื้นได้ยินดังนั้นก็รีบกลิ้งตัวหนี พลาง
ร้องตะโกน “ไม่เกี่ยวอะไรกับผมนะครับ! ผมก็แค่รับจ้างมาเท่านั้น!”
“ใช่ ๆ! บอกว่าจะให้เงิน 10 หยวน ให้มาลากคนไปเท่านั้น! พวก
ผมยังไม่ได้เงินเลยด้วยซ ้า!”
เมื่อวิ่งไปไกลแล้ว ยังมีคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาจากข้างล่าง “ยายแก่
ตระกูลเกา! ไม่จ่ายเงินพวกฉัน แล้วยังทำให้พวกฉันเจ็บตัวอีก! แก
ต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลนะ!”
เมื่อลูกน้องหนีไปหมด แม่ของเกาซูก็หมดหนทางสู้ ไม่กล้าทำ
อะไรอีก เธอรู้ดีว่าวันนี้มีมู่อวิ่นเฉิงอยู่ คงไม่มีทางพาเกาผิงอันไปด้วย
ได้
เธอจึงเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแห้ง ๆ แล้วพยายามพูดแก้ตัว “โธ่…
ทำเป็นจริงจังกันไปได้ ฉันก็แค่แวะมาลองใจลูกสาวทั้งสองคนดู
เท่านั้นล่ะ ไม่ได้คิดจะพาตัวไปจริง ๆ หรอกนะ เห็นเสี่ยวซูเป็นแบบนี้ก็
โล่งใจหน่อย เวลาถูกรังแกจะได้เอาตัวรอดได้ ขอบใจนะลูกเขยที่
คอยปกป้องเสี่ยวซูมาตลอด… ฉันกลับก่อนล่ะนะ… ขอตัวก่อน…”
เธอพูดไปพลางถอยหลังไปพลาง แล้วก็วิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อหญิงแก่ลับตาไปแล้ว เกาซูก็เข่าทรุดลงไปด้วยความโล่ง
เธอนึกว่าจะถูกรุมทำร้ายจนตายแล้วเสียอีก…
มู่อวิ่นเฉิงเห็นทรุดลงไปแบบนั้น ก็นึกว่าเธอบาดเจ็บหนัก จึงรีบ
ช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มมาวางไว้บนเตียง
“พี่เขย…” เกาผิงอันที่วิ่งตามหลังมาด้วยท่าทางร้อนรนอดท้วง
ไม่ได้
“ออกไปก่อน ฉันขอคุยกับเกาซูหน่อย” มู่อวิ่นเฉิงย่อตัวลง
เกาผิงอันจนปัญญา ได้แต่หลีกทางให้พี่เขย แล้วเดินคอตก
ออกไป
ในห้องพัก เหลือเพียงเกาซูและมู่อวิ่นเฉิงเพียงสองคน
การที่มู่อวิ่นเฉิงย่อตัวลงมาจ้องหน้าแบบนี้ ทำให้เกาซูรู้สึกกดดัน
อย่างบอกไม่ถูก
“เอ่อ…”
“บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตราย”
“ก็มันจำเป็นเป็นนี่”
“แม่เธอไม่เอาน้องสาวไปฆ่าหรอก”
“ไม่ฆ่าก็เหมือนฆ่านั่นแหละ คุณเอาแต่อยู่ในค่าย ไม่เข้าใจ
ความรู้สึกของผู้หญิงหรอก!… อ๊ะ! จริงสิ! คุณไปสู้มาแบบนั้น แล้ว
แผลเป็นยังไงบ้าง?”
เธอมองสำรวจร่างกายของมู่อวิ่นเฉิงด้วยความเป็นห่วง จนลืมไป
เสียสนิทว่า ตอนนี้… เธอกับเขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กันแล้ว
แต่ทำไมเขาถึงไม่ไปอยู่ที่เมืองหลวงกับสาวน้อยคนนั้นของเขา
ล่ะ เขากลับมาที่นี่ทำไม?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หัวใจของเธอก็เจ็บแปลบขึ้นมา
เธออุตส่าห์ไม่คิดเขาแล้ว แต่ทำไมเขาต้องโผล่มาในจังหวะแบบ
นี้ด้วย!
ชายหนุ่มไม่สนใจจะเถียงกับเกาซูอีกแล้ว เขาค่อย ๆ เลิก
ชายเสื้อของอีกฝ่ายเพื่อดูว่าที่ถูกเตะไปเมื่อครู่นี้มันรุนแรงขนาดไหน
เกาซูรีบดึงชายเสื้อปิดบังหน้าท้องไว้ทันที
ดวงตาคมกริบของเขามองมาที่เธออย่างจับผิด “ขอฉันดูหน่อย
ว่าเจ็บตรงไหน!”
“ไม่… ไม่เป็นไร…” เกาซูก้มหน้าหลบสายตา รู้สึกแก้มสองข้าง
ร้อนวูบวาบขึ้นมาในฉับพลัน
เธอมองไม่เห็นสีหน้าของเขา แต่ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเบา ๆ “หึ
หึ ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะมีมุมที่ขี้อายแบบนี้ด้วย”