ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 1042 สัตว์อสูร
บทที่ 1042 สัตว์อสูร
ภายในโลกที่แปลกประหลาดนี้ ยอดเขาสูงเทียมฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนดูราวกับมีดแหลม ท่ามกลางยอดเขาแต่ละลูกมีหน้าผาอันไร้ก้นบึ้ง กระแสลมพัดผ่านหุบเขา ทำให้เกิดเสียงแหลมสูง ไม่ต่างจากวิญญาณนับไม่ถ้วนกำลังส่งเสียงร้องโหยหวน ท่ามกลางความสับสน มันดูราวกับขุมนรก
ฉู่โม่วลอยตัวอยู่กลางอากาศ ความเร็วของเขาไม่ได้มากมายนัก เขาสำรวจไปรอบ ๆ และระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นไปด้วย
ทันใดนั้นเอง เสียงหวีดร้องแหลมก็ดังขึ้นมาจากด้านข้าง
โดยปราศจากความลังเล ชายหนุ่มเหวี่ยงมือไปยังทิศทางต้นเสียง เจตจำนงกระบี่อันสง่างามกวาดออกไปราวกับมันสามารถตัดผ่านท้องฟ้าและแยกพื้นดิน ก่อนจะโจมตีไปยังบุคคลที่ไม่รู้จัก
ตุบ!
เสียงโจมตีโดนอะไรบางอย่าง พร้อมเกิดเสียงกรีดร้องแหลมสูงดังตามมา
ชายหนุ่มจึงสามารถมองเห็นตัวตนของอีกฝ่าย
มันเป็นสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดที่ปกคลุมอยู่ภายในหมอกดำ มันดูราวกับไม่มีตัวตน ดวงหน้าของมันดุร้าย ราวกับวิญญาณอาฆาตจากขุมนรก
“นี่มัน… สัตว์อสูร?”
ฉู่โม่วขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างอดไม่ได้เมื่อเขาเห็นสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดนี้
ตอนจะเข้ามาที่นี่ เขาได้ยินขั้นมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์จากพันธมิตรสวรรค์ อีกฝ่ายบอกว่ามันมีสัตว์อสูรจากอาณาเขตอื่นอยู่ ในคำแนะนำของอีกฝ่าย สัตว์อสูรพวกนี้น่ากลัวมาก และมีเพียงบรรพชนขั้นมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์เท่านั้นที่สามารถรับมือได้ หากเขายังไม่บรรลุขั้นมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ มันก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะต่อกรกับมัน
“แต่… ก็ดูไม่เท่าไหร่นี่นา”
ชายหนุ่มนึกถึงพลังที่อีกฝ่ายแสดงให้เหมือนเมื่อทำการลอบโจมตีก่อนหน้านี้และคำนวณภายในใจ ความแข็งแกร่งของเผ่าสัตว์อสูรไม่เคยเทียบได้ถึงระดับของขั้นมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ และดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องยากเกินไปสำหรับเขาที่จะจัดการกับมัน
“โฮก!!!”
ขณะที่ฉู่โม่วกำลังคิด สัตว์อสูรก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง
เดิมที เมื่อชายหนุ่มฟันออกไปในแนวขวาง อณูสีดำส่วนใหญ่บนร่างของมันสลายไปแล้ว แต่เวลานี้พลังดังกล่าวกลับไหลมารวมกันอีกครั้ง ยังคงมีรัศมีความกดดันที่รุนแรง พร้อมกับการแพร่กระจายของจิตสังหาร
ฉู่โม่วฟันออกไปอีกครั้ง
การโจมตีในครั้งนี้ทรงพลังยิ่งกว่าครั้งก่อน แม้กระทั่งฟันสิ่งนั้นขาดเป็นสองส่วน
หากเป็นขั้นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั่วไป เมื่อเผชิญหน้ากับกระบี่ของเขา ไม่เพียงถูกสังหาร แม้แต่แก่นวิถีก็คงจะแตกร้าว และความแข็งแกร่งถูกลดลงอย่างมาก
แต่สิ่งที่แปลกก็คือ…
ทั้งที่เห็นได้ชัดว่าสัตว์อสูรตนนี้กำลังจะถูกทำลายไป แต่ในอึดใจเดียว มันก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
“นี่มัน…”
สีหน้าของฉู่โม่วเปลี่ยนไปเล็กน้อย ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมจักรพรรดิเทวะยุทธ์ฟู่หยางถึงบอกว่าสัตว์อสูรในนี้อันตราย สิ่งนี้อาจไม่ได้ทรงพลังนัก แต่มันมีวิธีการฟื้นคืนชีพที่ดื้อรั้น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะทำลายโดยสมบูรณ์
เมื่อเห็นภาพนี้ ฉู่โม่วอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเข้าหากัน
ชายหนุ่มไม่ได้หวาดกลัวคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง แต่เขากลัวสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดที่ไม่สามารถฆ่าได้โดยสมบูรณ์
โฮก!!!
สัตว์อสูรตรงหน้าพุ่งเข้ามาอีกครั้ง และพลังแห่งความโกลาหลที่บิดเบี้ยวก็ปะทุออกมาราวกับคลื่นสึนามิ
“ฉันไม่เชื่อว่าตัวเองจะฆ่าแกไม่ได้!”
สีหน้าของฉู่โม่วเปลี่ยนเป็นเย็นชา
หากเป็นคนอื่น พวกเขาอาจหลบหนีไปแล้ว แต่ชายหนุ่มไม่ใช่แบบนั้น แม้ว่าเขาจะไม่สามารถฆ่าอีกฝ่ายด้วยพลังกระบี่ แต่เขายังมีวิธีอื่น ๆ ดังนั้นเขาไม่เชื่อว่าเขาจะไม่สามารถรับมือกับมันได้
ในสถานการณ์เช่นนี้
ฉู่โม่วใช้วิธีการต่าง ๆ ของเขาทีละอย่าง
ทันใดนั้น สายฟ้าปะทุออกมาราวกับมังกรสายฟ้าที่คำรามลั่น มันพุ่งเข้าใส่หัวของสัตว์อสูร ระเบิดสายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนออกมา ท้องฟ้าครึ่งหนึ่งสว่างวาบด้วยเปลวไฟและแสงสีเงิน
สัตว์อสูรดังกล่าวระเบิดเป็นผุยผง ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในทันที
จากนั้นพลังจิตวิญญาณได้เปลี่ยนเป็นแสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งขึ้นไปบนฟ้า ผ่าหมอกสีดำขึ้นไป สัตว์อสูรตัวสั่นเทาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพุ่งต่อไปราวกับไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ
หลังจากนั้น เจตจำนงหมัดและเจตจำนงกระบี่ถูกปลดปล่อยออกไปติดต่อกัน
พร้อมทั้งพลังจิตและพลังกายระเบิดออกมาอย่างต่อเนื่อง
หากโดนการโจมตีเมื่อครู่เข้าไป ต่อให้จักรพรรดิเทวะยุทธ์จะต้องตกอยู่ในอันตราย แต่สัตว์อสูรตรงหน้ากลับยังคงปลอดภัยดี ความดื้อรั้นและพลังชีวิตของมันสร้างความตกตะลึงให้ชายหนุ่ม
ในที่สุด เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ ฉู่โม่วก็ทำได้เพียงใช้วิธีการสุดท้าย
จักรวาลในแขนเสื้อ!
ด้วยการสะบัดแขนเสื้อออกไป มันปกคลุมท้องฟ้าราวกับม่านสีดำ ก่อนที่ดวงตะวันจันทรา และหมู่ดาราปกคลุมรอบสัตว์อสูร แต่ในพริบตา มันก็สลายไปพร้อมกับแขนเสื้อดังกล่าว
ตู้ม!
แขนเสื้อกลับคืนเป็นปกติ ฉู่โม่วถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
“ดูเหมือนว่าด้วยพลังของเรายังยากจะกำจัดสัตว์อสูรตนนี้ได้โดยสมบูรณ์ แต่โชคดีที่ยังมีจักรวาลในแขนเสื้อ ทำให้สามารถปราบปรามและรวบรวมมันได้!”
แม้ว่าจะกำจัดไม่ได้โดยสมบูรณ์ แต่มันก็สามารถถือได้ว่าแก้ปัญหาได้สำเร็จ
สำหรับสัตว์อสูรที่อยู่ในจักรวาลในแขนเสื้อ เขาจะเก็บมันไว้ก่อนแล้วค่อยหาทางจัดการในภายหลัง
หลังจากนั้นเขาจึงปรับจังหวะหายใจของตัวเอง
ฉู่โม่วบินไปในอากาศและค้นหาต่อไป
หลังจากผ่านไปไม่นาน เขาพลันสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์อันรุนแรงพุ่งมาจากขอบจิตสวรรค์ของเขา ห่างออกไปประมาณแปดสิบถึงเก้าสิบกิโลเมตร กลิ่นอายที่ยุ่งเหยิงพลุ่งพล่านอยู่
“มีผู้ปลุกพลังกำลังต่อสู้กันอยู่เหรอ?”
หัวใจของฉู่โม่วเต้นเร็วขึ้น เขารีบระงับพลังของตัวเอง ปกปิดร่างกาย ก่อนจะบินไปยังทิศที่มาของคลื่นพลังนั้น
แม้ห่างออกไปร้อยกิโลเมตร แต่เขาก็ไปถึงได้ในชั่วพริบตา
เวลานี้ ชายหนุ่มเดินทางมาถึงสถานที่ซึ่งพลังศักดิ์สิทธิ์ผันผวนอยู่ แต่ทันใดนั้นเอง เขาก็เห็นผู้ปลุกพลังคนหนึ่งกำลังต่อสู้อยู่กับสัตว์อสูร และบนหน้าผาบริเวณใกล้เคียงมีหินที่คล้ายผลึกปรากฏอยู่
“ผลึกแก้วผันผวน!”
ดวงตาของฉู่โม่วเปล่งประกายขึ้น
เขาไม่คิดเลยว่ามันจะมีผลึกแก้วผันผวนอยู่ที่นี่จริง ๆ
ในขณะเดียวกัน ผู้ปลุกพลังที่กำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรอยู่เองก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เขาพยายามต่อต้าน แต่การทำให้สัตว์อสูรถอยกลับไปได้ยาก และอาจเป็นเพราะการใช้พลังหรือบาดเจ็บมากเกินไป สีหน้าของชายคนนั้นจึงซีดเซียวลงเรื่อย ๆ
เห็นได้ชัดหากไม่มีใครช่วย เขาจะต้องถูกสัตว์อสูรตนนี้กำจัดไปอย่างแน่นอน
“ไม่!”
“สัตว์อสูรตนนี้ทรงพลังเกินไป เราต้องหนี!”
ผู้ปลุกพลังคนนี้อยู่ขั้นจักพรรดิเทวะยุทธ์ระดับต้น เขาอาจถือได้ว่าแข็งแกร่งเมื่ออยู่ด้านนอก แต่เวลานี้ สถานการณ์ที่นี่ค่อนข้างวิกฤต และภายในใจก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เดิมที ชายผู้นี้กำลังสำรวจหาสมบัติ แต่ก็พบผลึกแก้วผันผวนเข้าโดยบังเอิญ
แต่เมื่อเขากำลังจะขุดมันก็เห็นสัตว์อสูรที่กำลังท้องแก่ตนหนึ่ง พูดกันโดยหลักแล้ว หากเขาหนีไปตั้งแต่ตอนนี้ อาจยังมีโอกาสรอดไปได้ แต่น่าเสียดายที่เขาโลภเกินไป จึงพยายามขุดของที่ต้องการ
แต่หลังจากที่ได้ผลึกแก้วผันผวนมาสามก้อน สัตว์อสูรก็รู้ตัว เขาจึงถูกมันไล่ล่า
สัตว์อสูรตนนี้ไม่ได้แข็งแกร่งนัก และชายคนนั้นก็รับมือกับมันได้ แต่ปัญหาคือหลังจากที่เขาโจมตีสัตว์อสูร มันก็สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ราวกับว่าไม่ได้รับผลกระทบอะไรแม้แต่น้อย
และเขายังได้รับบาดเจ็บขณะที่กำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรตรงหน้าด้วย
สัตว์อสูรตนนี้มีพลังแห่งความโกลาหลซึ่งกำลังกัดกร่อนร่างของเขา หากยังเป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงจะพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์ในเวลาไม่นาน
ดังนั้น เขาจึงทำได้เพียงหลบหนี
แต่…
‘สายไปแล้ว!’
‘ตอนนี้ใกล้จะมาถึงสุดท้ายแล้ว ไม่เพียงแค่สัตว์อสูรเองก็มีสติปัญญาเหมือนกัน แต่มันยังซ่อนไพ่ตายของตัวเองเอาไว้ อาจจะกำลังรอจังหวะเผด็จศึก!’
ฉู่โม่วผู้เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ตลอด เห็นสถานการณ์ทั้งหมดและตัดสินชะตากรรมของผู้ปลุกพลังคนนั้นแล้ว