ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 123 สวี่เจินผู้บ้าคลั่ง และ การกลับไปที่ฐาน
บทที่ 123 สวี่เจินผู้บ้าคลั่ง และ การกลับไปที่ฐาน
สวี่เจินอดตะโกนเสียงดังลั่นไม่ได้
ก่อนหน้านี้เขามองดูผู้ปลุกพลังออกมาจากเขตแดนลับทีละคน ๆ แต่กลับไม่มีผู้ปลุกพลังของตระกูลสวี่ให้เห็นสักคน ใบหน้าของชายผู้นี้ค่อย ๆ บิดเบี้ยวขึ้น
และยิ่งผ่านไปนาน
เมื่อเห็นว่ารอยแยกกำลังจะปิดแต่ก็ยังไม่มีผู้ปลุกพลังตระกูลสวี่ออกมาสักคน ในที่สุดเขาก็ทนนั่งอยู่นิ่ง ๆ ไม่ไหว
ความคาดหวังบนใบหน้าของเขาหายไป กลับกลายเป็นความตื่นตระหนกไร้ที่สิ้นสุด
มีผู้ปลุกพลังมากกว่าร้อยคนที่มีขั้นวรยุทธ์อยู่เหนือกว่าขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ระดับสูงสุดและนายพลเมืองเกือบสิบคนที่ยังไม่ออกมา
แม้แต่สวี่เถียน… ลูกชายของเขาที่เป็นที่คาดหวังสูงสุดก็ยังไม่พบเห็น
แปลกจริง ๆ!
เพราะเขตแดนลับจะเต็มไปด้วยวิกฤติ ทุกครั้งมันที่เปิดออก ผู้ปลุกพลังจำนวนมากก็จะติดอยู่ข้างใน
แต่ก็ยังไม่เคยมีเหตุการณ์ที่ผู้ฝึกยุทธ์จากทั้งกองกำลังขนาดใหญ่หายตัวไปหมดแบบนี้!
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?!”
เขาไม่สบายใจและเริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาบนหน้าผาก
และภาพนี้นั้น
กองกำลังอื่น ๆ เองก็สังเกตเห็น
ทุกคนต่างก็มองดูสายตาฉงนใจ
บางกองกำลังกระทั่งถามคนของตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่เหล่าผู้ที่เข้าไปในเขตแดนลับต่างก็ส่ายหน้าและบอกว่าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น
“ครืน!”
ตอนนั้นเอง
รอยแยกห้วงมิติเริ่มสั่นสะท้านและเกิดคลื่นพลังออกมา… เห็นได้ชัดว่ามันกำลังจะปิดลง
สวี่เจินจ้องรอยแยกเขม็งและหวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้น…
แต่เมื่อรอยแยกปิดลงสนิท ก็ไม่มีใครออกมาแม้แต่คนเดียว!
“ไม่จริง เป็นไปไม่ได้!”
“ผู้ปลุกพลังจากตระกูลสวี่ของฉันไม่ออกมาได้ยังไงกัน? จะต้องมีคนโจมตีคนตระกูลสวี่แน่ ๆ ไม่อย่างนั้น… ผู้ปลุกพลังจากตระกูลสวี่ตั้งหลายคนจะหายไปหมดได้ยังไง!”
บนใบหน้าของเขามีแต่ความสิ้นหวังและไม่อยากจะเชื่อสายตา
นั่นคือปรมาจารย์ยุทธ์มากกว่าร้อยคน ทุกคนเป็นยอดฝีมือของตระกูลสวี่ และยังมีสวี่เถียนลูกชายของเขาอยู่ในนั้นด้วย แต่กลับไม่มีใครออกมาเลย!
นี่คือความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่สำหรับตระกูลสวี่!
มันจะส่งผลต่อตระกูลไปอีกนับสิบปี!
สวี่เจินจินตนาการได้เลยว่าถ้าข่าวแพร่กระจายออกไป จะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในตระกูลแน่!
“พี่สวี่ ไม่ต้องเศร้าไปหรอก”
“บางทีผู้ปลุกพลังตระกูลสวี่อาจจะติดอยู่ในเขตแดนลับเพราะอะไรบางอย่าง พวกเขาอาจจะกลับมาหลังจากที่เขตแดนลับเปิดขึ้นในอีกสิบปีก็ได้!”
ตอนนี้
ตัวแทนของตระกูลหนึ่งที่เคยเป็นเพื่อนกับตระกูลสวี่เข้ามาปลอบเขา
“ใช่แล้ว มันคือความโชคดีในความโชคร้ายไงล่ะ! บางทีหลังจากนี้อีกสิบปี เขตแดนลับก็จะเปิดออก แล้วผู้ปลุกพลังพวกนั้นก็อาจจะเข้าสู่ขั้นนายพลเมืองหรือแม้แต่จ้าวยุทธ์แล้วก็ได้!”
ตัวแทนอีกตระกูลหนึ่งที่เคยมีความแค้นกับตระกูลสวี่เองก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม
แม้ว่ามันจะเป็นคำปลอบประโลม
แต่ไม่ว่าจะฟังยังไง… ก็สัมผัสได้ถึงความสะใจในคำพูดเหล่านั้น!
หากถูกยื้อเอาไว้และหนีออกมาไม่ได้ ก็หมายความว่าพวกเขาจะต้องตกอยู่ในอันตราย! แม้ว่าเขตแดนลับจะเปิดในอีกสิบปีต่อมาแล้วผู้ปลุกพลังตระกูลสวี่เหล่านี้สามารถออกมาได้ แต่มันก็ยังเป็นความเสียหายครั้งยิ่งใหญ่อยู่ดี
ในฐานจินหลิงนั้น แม้ว่ากองกำลังหลักส่วนมากจะร่วมมือกัน พวกเขาก็แอบแข่งขันกันอย่างลับ ๆ ด้วย
เมื่อเห็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของตระกูลสวี่ในตอนนี้… พวกเขาก็อดดีใจไม่ได้
“ไม่มีผู้ปลุกพลังของตระกูลสวี่ออกมาเลย ฉู่โม่ว นายรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?”
หมัวซานซานถามด้วยความสงสัย
ฉู่โม่วทำเป็นไม่รู้และกล่าว “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
เมื่อได้ยินดังนั้น
หมัวซานซานก็พยักหน้าและไม่พูดอะไร
เธอแค่ถามฉู่โม่วดู และไม่คิดว่าชายหนุ่มจะรู้อะไรเกี่ยวกับเหล่าผู้ปลุกพลังตระกูลสวี่
ส่วนฉู่โม่วจะเป็นคนสังหารผู้ปลุกพลังจากตระกูลสวี่หรือไม่นั้น เธอจินตนาการไม่ได้ด้วยซ้ำ
ฉู่โม่วทรงพลังมากก็จริง
แต่เมื่อหมัวซานซานคิดดูแล้ว เขาคงรับมือกับปรมาจารย์ยุทธ์ระดับสูงสุดเป็นร้อยคนและนายพลเมืองไม่ไหวหรอก
เธอเลยเดาออกไป “บางที่พวกเขาอาจจะเจอสัตว์อสูรที่ทรงพลังหรือตกอยู่ในอันตรายก็ได้!”
“สมควรแล้วจริง ๆ!”
“ปกติผู้ปลุกพลังของตระกูลสวี่ในฐานก็อวดดีที่สุด สมควรแล้วละ!”
ในคำพูดเหล่านั้นมีความพึงพอใจอยู่ด้วย
ฉู่โม่วเองก็พยักหน้าเห็นด้วย
“แต่…”
“คราวนี้ตระกูลสวี่เจอปัญหาใหญ่ และฐานจะต้องวุ่นวายแน่!”
“โดยเฉพาะนาย! นายมีปัญหากับตระกูลสวี่! เพราะเป็นพันธมิตรของเครือหอการค้าหยกแก้วของเรา ตระกูลสวี่ไม่กล้าทำอะไรนายหรอก แต่ถ้าเสียสติไปแล้ว พวกเขาก็คงกล้าทำทุกอย่าง!”
“งั้นหลังจากกลับไปที่ฐานแล้วก็ระวังตัวด้วยละ!”
หมัวซานซานกล่าวเตือน
“เข้าใจแล้วละ”
ฉู่โม่วพยักหน้าและกล่าว
เพราะมีคนในตระกูลสวี่เสียชีวิตไปมากมาย พวกเขาคงจะต้องหาตัวคนร้ายและแก้แค้นให้ได้!
แม้ว่าชายหนุ่มจะมั่นใจว่า… ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นคนฆ่าอย่างแน่นอน
แต่เขาก็มีความขัดแย้งกับตระกูลสวี่ในฐานและฝ่ายอื่น ๆ ก็ไม่อาจตามหาตัวผู้ร้ายได้ เขาอาจจะปลดปล่อยความโกรธแค้นออกมาก็ได้!
เพราะฉะนั้นต้องระวังตัวไว้!
“หลังจากกลับไปที่ฐาน จดจ่อกับการฝึกวรยุทธ์และเมื่อแข็งแกร่งขึ้น ตระกูลสวี่ก็จะถูกทำลาย!”
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
ทั้งสองยืนดูอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหมัวซานซานก็พาฉู่โม่วกลับไปที่เรือเหอะและเตรียมตัวออกเดินทางกลับไปยังฐาน
แต่
ในตอนนั้นเอง
สวี่เจินผู้กำลังเสียสติพลันมองเห็นฉู่โม่วที่กำลังจะจากไป ใบหน้าของเขาพลันบิดเบี้ยวขณะที่ตะโกนดังลั่น “ฉู่โม่ว!”
“แกเป็นคนทำใช่ไหม?!”
“แกต้องเป็นคนลอบโจมตีผู้ปลุกพลังของตระกูลสวี่ และทำให้พวกเขาตกอยู่ในอันตรายแน่ ๆ!”
“ฉู่โม่ว แกหาเรื่องตระกูลของฉันมาหลายครั้งแล้ว นี่มันหาเรื่องตายชัด ๆ!”
เขาชี้ไปยังฉู่โม่วด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
สวี่เถียนและคนอื่น ๆ เข้าไปในเขตแดนลับครั้งนี้เพื่อตามหาซากปรักหักพัง และอีกอย่างคือเพื่อสังหารฉู่โม่วในเขตแดนลับ
แต่ตอนนี้เมื่อฉู่โม่วออกมาอย่างปลอดภัยในขณะที่สวี่เถียนและคนอื่น ๆ ล้วนติดอยู่ข้างในก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแผนของพวกเขาล้มเหลวอย่างแน่นอน
สวี่เจินคิด
ไม่มีผู้ปลุกพลังของตระกูลสวี่ออกมาเลย เรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับฉู่โม่วแน่!
เพียงแต่ว่า
เมื่อผู้ปลุกพลังของฝ่ายอื่น ๆ ได้ยินดังนั้น พวกเขาก็อดหันไปมองไม่ได้
พวกเขารู้เรื่องความขัดแย้งระหว่างฉู่โม่วและตระกูลสวี่ไม่มากก็น้อย
แต่คราวนี้ผู้ปลุกพลังมากกว่าร้อยคนจากตระกูลสวี่ติดอยู่ในเขตแดนลับ บางทีอาจจะมีอะไรแปลกประหลาดเกิดขึ้น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉู่โม่วจะทำได้อย่างแน่นอน
เขามีพลังอยู่ในขั้นนายพลเมืองเท่านั้น เขาจะสังหารผู้ปลุกพลังมากกว่าร้อยคนที่อยู่ในขั้นปรมาจารย์ยุทธ์เป็นอย่างน้อยได้ยังไงกัน?
ไม่ต้องสงสัยเลย
คำพูดของสวี่เจินเกินจริงไปอย่างแน่นอน!
“ใส่ร้ายกันชัด ๆ!”
“ฉู่โม่วเป็นแค่ผู้ปลุกพลังธรรมดา เขาจะฆ่าผู้ปลุกพลังมากขนาดนั้นได้ยังไง?”
“ฉันว่าบางทีผู้ปลุกพลังตระกูลสวี่อาจจะเจอโอกาสใหญ่เข้าสักที่ และติดอยู่ที่นั่นเพราะความโลภ สุดท้ายก็มาโทษฉู่โม่ว ไร้ยางอายจริง ๆ!”
หมัวซานซานโต้กลับเสียงดังลั่น
เมื่อกองกำลังอื่น ๆ ได้ยินดังนั้น พวกเขาต่างก็พยักหน้าเช่นกัน
ส่วนสวี่เจินนั้น…
เมื่อได้ยินสิ่งที่หมัวซานซานกล่าว เขาก็เข้าใกล้ความจริงมากขึ้นและได้แต่ตกตะลึง!
ผู้ปลุกพลังจากตระกูลของเขากำลังเจอโอกาสครั้งใหญ่อย่างแน่นอน… แต่จะพูดออกมาในที่สาธารณะได้อย่างไร?
เขาอยากจะอ้าปากเถียง
แต่เมื่อมองไปยังใบหน้าสงสัยของกองกำลังอื่น ๆ สวี่เจินก็รู้ว่าพูดต่อไปก็ไร้ประโยชน์
เขาจึงทำได้แค่มองไปยังฉู่โม่วอย่างดุร้ายและกล่าวทิ้งท้าย “รอก่อนเถอะ ตระกูลสวี่จะไม่มีวันปล่อยแกไปแน่!”
หลังจากนั้น
เขารีบกลับไปยังเรือเหอะและจากไป
คราวนี้ตระกูลสวี่เกิดปัญหาครั้งใหญ่และเขาต้องรีบกลับไปหารือกับตระกูลให้เร็วที่สุด
“ไปกันเถอะ!”
หมัวซานซานพ่นลมหายใจอย่างเยือกเย็นและพาฉู่โม่วไปยังเรือเหาะ
หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็ออกไปจากที่นี่
ส่วนกองกำลังอื่น ๆ ก็ออกไปบนเรือเหอะกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า
แต่…
ตอนที่กองกำลังทั้งหลายจากไป พวกเขาต่างก็พูดคุยกัน
“คราวนี้ตระกูลสวี่สูญเสียครั้งใหญ่ ในอนาคตฐานจะต้องไม่สงบสุขแน่!”
“โดยเฉพาะฉู่โม่ว แขกของพันธมิตรพ่อค้าหยกแก้วที่ถูกตระกูลสวี่หมายหัว มันอาจจะจบแล้วก็ได้!”
“งั้นเหรอ? ฉู่โม่วเป็นแขกของพันธมิตรพ่อค้าหยกแก้วไม่ใช่เหรอ? ฉันว่าเขามีพรสวรรค์ดีและพันธมิตรพ่อค้าจะต้องปกป้องเขาแน่!”
“แล้วพันธมิตรพ่อค้าจะคอยปกป้องฉู่โม่วทั้งวันเลยเหรอ?”
“ตระกูลสวี่ไม่ใช่ตระกูลที่หาเรื่องกันได้ง่าย ๆ ถ้าพวกเขาบ้าคลั่งขึ้นมาจริง ๆ ก็จะต้องไปลงกับฉู่โม่วแน่!”
“ถ้าฉู่โม่วตายไปแล้ว พันธมิตรพ่อค้าก็จะไม่ต่อสู้กับตระกูลสวี่เพื่อเขาแน่ ๆ!”
“น่าเสียดายแทนพ่อหนุ่มคนนั้นเลย ดูแล้วเขาน่าจะอายุแค่ยี่สิบกว่า ๆ แต่ก็เป็นถึงนายพลเมืองแล้ว บางทีในอนาคตเขาอาจจะกลายเป็นจ้าวยุทธ์ก็ได้!”
“ใช่แล้ว!”
“คราวนี้เขาจะเอาตัวรอดได้ไหมก็ขึ้นอยู่กับดวงแล้วละ!”
…
“ฉู่โม่ว ตระกูลสวี่คอยจับตาดูนายอยู่ ระหว่างนี้นายควรจะย้ายมาอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของพันธมิตรพ่อค้านะ ที่สำนักงานใหญ่ …ตระกูลสวี่ไม่กล้าทำอะไรแน่!”
บนเรือเหอะ
หมัวซานซานพูดกับฉู่โม่วด้วยความเป็นห่วง
หมัวหย่งอันข้างกายเธอเองก็พยักหน้าและกล่าว “ซานซานพูดถูกแล้วละ นายย้ายมาที่สำนักงานใหญ่ของพันธมิตรพ่อค้าเพื่อป้องกันการแก้แค้นของตระกูลสวี่เถอะ!”
จากคำบอกเล่าของหมัวซานซาน หมัวหย่งอันรู้ว่าลูกสาวได้บุปผามังกรคำรามมาในคราวนี้เพราะฉู่โม่วพยายามอย่างหนัก และรู้สึกขอบคุณเขาเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ยังเป็นเพื่อนกับลูกสาวของเขาด้วย
ซานซานมักจะดูเป็นคนเย็นชา แต่เธอกลับอ่อนโยนต่อหน้าฉู่โม่วมาก อาจเป็นเพราะมีใจให้เขาก็ได้…
ฉู่โม่วมีพรสวรรค์เก่งกาจ หน้าตาก็ดี และยังเป็นคู่ที่เหมาะสมกับซานซานอีกด้วย…
หากในอนาคตทั้งสองจะมีข่าวดีเกิดขึ้น… เขาก็จะพลอยมีความสุขไปด้วย
“ขอบคุณคุณหมัวหย่งอันกับซานซานมาก แต่ผมไม่ต้องย้ายไปที่สำนักงานใหญ่หรอกครับ ผมมีวิธีจัดการกับการโจมตีของตระกูลสวี่เอง!”
ฉู่โม่วส่ายหน้าและกล่าวปฏิเสธ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า
การย้ายไปที่สำนักงานใหญ่ของพันธมิตรพ่อค้าหยกแก้วนั้นปลอดภัยกว่าอย่างแน่นอน
แต่การแก้ปัญหาระยะยาวล่ะ?
เขาจะหลบซ่อนอยู่ภายใต้การคุ้มกันของพันธมิตรพ่อค้าหยกแก้วไปตลอดไม่ได้
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น
เขามีความลับอยู่มากเกินไปและในเขตแดนของคนอื่นนั้นก็ยิ่งเสี่ยงที่ความลับจะเปิดเผย
ส่วนเรื่องการโจมตีของตระกูลสวี่
ถ้าเป็นก่อนที่จะเข้าไปในเขตแดนลับ… เขาคงเป็นกังวลบ้าง
แต่ตอนนี้เมื่อเข้าสู่ขั้นนายพลเมืองและมีพละกำลังสะท้านโลกแล้ว ตอนนี้แม้แต่จ้าวยุทธ์ก็ไม่เกินฝีมือของเขา!
ไม่ว่าฉู่โม่วจะอยู่ในขั้นไหน เขามักจะแข็งแกร่งกว่าผู้ปลุกพลังที่มีขั้นวรยุทธ์สูงกว่าตนหนึ่งขั้นเสมอ…
ถ้าตระกูลสวี่ไม่มาหาเรื่อง พวกเขาก็คงมีชีวิตรอดต่อไปได้อีกหน่อย
ถ้าพวกเขากล้าบุกเข้ามา เขาจะทำให้ตระกูลสวี่รู้ว่าพวกเขาพลาดขนาดไหน!
เมื่อเห็นว่าฉู่โม่วปฏิเสธ
หมัวหย่งอันและหมัวซานซานยังอยากจะโน้มน้าวต่อ แต่เมื่อมองไปยังใบหน้ามุ่งมั่นของฉู่โม่ว พวกเขาก็ต้องยอมแพ้
แต่หมัวซานซานก็ยังบอกให้ฉู่โม่วระมัดระวังตัว
ฉู่โม่วตอบตกลง
ไม่มีการพูดคุยตลอดทาง
ในไม่ช้าก็กลับไปถึงฐานจินหลิง
ฉู่โม่วกล่าวลากับหมัวซานซานและคนอื่น ๆ แล้วจึงเดินกลับไปที่บ้าน