ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 166 ความจริงอันลึกซึ้งแห่งธาตุไม้ และกำไรครั้งใหญ่!
บทที่ 166 ความจริงอันลึกซึ้งแห่งธาตุไม้ และกำไรครั้งใหญ่!
เพราะการเสียชีวิตของเจ้าสำนักหมื่นอสูร การต่อสู้จึงมาถึงจุดสิ้นสุด
และเริ่มต้นการเก็บกวาดสนามรบ
แน่นอนว่าแท้จริงแล้วไม่มีอะไรเหลือให้เก็บกวาด เพราะเหล่าผู้ปลุกพลังจากสำนักหมื่นอสูรถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลองภายใต้การโจมตีของจ้าวยุทธ์หลายสิบคน แม้แต่ร่างไร้ชีวิตของผู้ปลุกพลังจากสำนักหมื่นอสูรมากมายก็กลายเป็นเถ้าถ่าน
ดังนั้นแล้วจึงเหมาะสมกว่าหากจะเรียกว่าพวกเขากำลังตามหาทรัพยากรที่เหลืออยู่ของสำนักหมื่นอสูร!
อาคารใต้ดินของสำนักหมื่นอสูรพังทลายและถูกฝังอยู่ใต้พื้นดิน แต่ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับจ้าวยุทธ์ทั้งหลาย
ด้วยการใช้พลังจิตวิญญาณ พวกเขาต่างขุดดินได้อย่างรวดเร็ว
ทุกคนชุลมุนวุ่นวาย
เมื่อถึงเวลากลางคืน ในที่สุดพวกเขาก็เก็บข้าวของและขึ้นยานบินเตรียมโยกย้าย
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ยานบินก็กลับไปถึงฐานจินหลิง
ราชันย์ยุทธ์ทั้งสามยุ่งอยู่กับการรายงานการกำจัดสำนักหมื่นอสูร ในขณะที่จ้าวยุทธ์มากมายใช้โอกาสนี้พูดคุย อธิบายความรู้สึก และกระทั่งจัดการประชุมแลกเปลี่ยนส่วนตัวขึ้น
ฉู่โม่วไม่ได้เข้าร่วมด้วย เขากลับไปที่คฤหาสน์และเริ่มเก็บตัวทันที
ในห้อง
ชายหนุ่มนั่งขัดสมาธิและจ้องมองไปยังพื้นที่ว่างตรงหน้า
แท้จริงแล้วมีสิ่งของอยู่ตรงหน้าเขามาก แต่มีแค่เขาเท่านั้นที่มองเห็น
ชิ้นแรกดูเหมือนทรงกลมสีเขียวซึ่งมีพลังชีวิตมหาศาล
นี่คือพรสวรรค์ที่ฉู่โม่วได้รับมาจากชายในชุดคลุมสีแดง พรสวรรค์ธาตุไม้ระดับพิเศษ!
เหนือกว่าระดับ 4 เสียอีก!
[ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]
ระหว่างที่มองอยู่นั้น คำพูดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
“หลอมรวม!”
ฉู่โม่วกล่าวโดยไม่ลังเล
ตู้ม!!!
ลูกบอลแสงสีเขียวผสานเข้าไปในความคิดของฉู่โม่ว ความเจ็บปวดพลันแพร่กระจายไปทั่วทั้งร่างกาย ทั้งแขนขาและกระดูก ตามมาด้วยสสารลึกลับที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงร่างกายของเขาไป
แม้ว่าจะเป็นการหลอมรวมพรสวรรค์ระดับพิเศษ สำหรับฉู่โม่วผู้ผ่านการประสานพรสวรรค์ระดับดาราลับฟ้ามาสองครั้งแล้ว ครั้งนี้นั้นเจ็บปวดน้อยกว่ามาก
หลังจากนั้น ความเจ็บปวดก็จางหายไป
ฉู่โม่วตรวจสอบข้อมูลของตัวเอง
[เป้าหมาย : ฉู่โม่ว ]
[ระดับร่างกาย : อสนีบาตคงกระพัน, กายากระบี่เทวะ]
[พรสวรรค์ : พรสวรรค์วิชากระบี่ระดับดาราลับฟ้า, ธาตุลมระดับดาราลับฟ้า, ธาตุไฟระดับพิเศษ, ธาตุไม้ระดับพิเศษ, ธาตุดินระดับพิเศษ, พรสวรรค์แห่งห้วงมิติระดับ 4, ธาตุน้ำระดับ 4, ธาตุมืดระดับ 4, ธาตุเหล็กระดับ 3]
…
พรสวรรค์ธาตุไม้ระดับพิเศษทำให้เขาสามารถฟื้นฟูและรักษาอาการเจ็บป่วยได้ดียิ่งขึ้น
ไม่มีความสามารถพิเศษใหม่ใด ๆ ปรากฏขึ้น
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือประสิทธิภาพในการฟื้นฟูและรักษาพัฒนาขึ้น
“ลองดูซิว่าเป็นยังไง!”
ฉู่โม่วหยิบกระบี่สารทสังหารออกมาและใช้พละกำลังทั้งหมดสร้างแผลเล็ก ๆ บนแขน
แต่แล้ว
ก่อนที่ฉู่โม่วจะได้ดึงกระบี่ออกมา เขาก็เห็นว่าบาดแผลเริ่มฟื้นฟูอย่างช้า ๆ ในพริบตาเดียวก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม
หลังจากนั้น
ฉู่โม่วฟันเพิ่มอีกแผลและคราวนี้เขายังใส่อณูแห่งชีวิตกระบี่เข้าไปในบาดแผลด้วย
คราวนี้การฟื้นฟูช้ากว่าเดิมมาก
แต่หากมองดูให้ดีจะเห็นได้ว่าบาดแผลค่อย ๆ สมานตัวอย่างช้า ๆ
ฉู่โม่วใช้พลังชีวิตและรักษาบาดแผลโดยไม่รู้ตัว ชั่วอึดใจเดียว บาดแผลจากกระบี่สารทสังหารก็หายดี
เมื่อสัมผัสดูด้วยฝ่ามือก็พบว่าผิวหนังอ่อนนุ่มและเรียบเนียนดี ไม่มีร่องรอยของบาดแผลแม้แต่น้อย
“เป็นพลังฟื้นฟูที่ทรงพลังอะไรอย่างนี้!”
ฉู่โม่วประหลาดใจเล็กน้อย
ไม่ต้องสงสัยเลย
ด้วยพรสวรรค์ธาตุไม้ระดับพิเศษ นี่หมายความว่าความสามารถในการฟื้นฟูทรงพลังยิ่งขึ้น ตราบใดที่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสก็แทบไม่มีทางตายได้เลย
เห็นตัวอย่างได้จากชายในชุดคลุมสีแดง เห็นได้ชัดว่าการเคลื่อนไหวของเขาถูกจำกัด แต่ยังต่อสู้กับราชันย์ยุทธ์ทั้งสามได้ถึงเกือบหนึ่งเดือนก่อนที่จะพ่ายแพ้ในที่สุด
เหตุผลที่เป็นเช่นนั้น…
เพราะพรสวรรค์ธาตุไม้ เขาไม่จำเป็นต้องกลัวการได้รับบาดเจ็บเลย และทำให้เกิดเป็นการต่อสู้อันยาวนานนี้ได้
ส่วนชิ้นที่สอง
มันเป็นอักขระลึกลับสีมรกตที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตบริสุทธิ์ หากมองย้อนไปในอดีตจะสัมผัสได้ถึงสวรรค์และโลกที่กำลังคลี่ออกตรงหน้า
นี่คือความลับแห่งธาตุไม้!
ปัจจัยหลักในการเข้าสู่ขั้นราชันย์ยุทธ์ของชายในชุดคลุมสีแดงถูกฉู่โม่วกลืนกินไปแล้ว
[ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]
คำสั่งปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ฉู่โม่วดูดซับมันเข้าไปโดยไม่ลังเล
ทันใดนั้น
อักขระสีเขียวก็เข้าไปในร่างกายของฉู่โม่วและระเหยกลายเป็นพลังงานลึกลับบริสุทธิ์ที่เปลี่ยนแปลงร่างกายของเขาไป
ฉู่โม่วสัมผัสได้
แก่นชีวิตของเขาบริสุทธิ์ขึ้นอย่างต่อเนื่อง และแก่นชีวิตของเขาก็พัฒนาขึ้นด้วย
หลังจากผ่านไปสักพัก มันก็ถูกผสานอย่างสมบูรณ์
ตอนนี้ฉู่โม่วค้นพบว่าอายุขัยเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งในสามแล้ว ทำให้อายุขัยของเขามากถึงพันปี!
อีกอย่าง…
“หลังจากที่ดูดซับเข้าไป ความเข้าใจในความหมายอันลึกซึ้งของพลังธาตุไม้ก็ไปถึง 20% แล้ว!”
การศึกษาความหมายอันลึกซึ้งนี่ยากลำบากจริง ๆ
และการเข้าใจในความหมายอันลึกซึ้งของพลังธาตุไม้ 20% นี้คือผลของการฝึกฝนกว่าหลายสิบปีหลังจากที่ชายในชุดคลุมสีแดงเข้าสู่ขั้นราชันย์ยุทธ์
แต่ตอนนี้พวกมันล้วนกลายเป็นของฉู่โม่ว
ไม่ต้องสงสัยเลย
แค่พรสวรรค์ธาตุไม้ระดับพิเศษและความเข้าใจในความหมายอันลึกซึ้งของธาตุไม้ 20% ก็ทำให้ฉู่โม่วรู้สึกว่าเขาได้อะไรมามหาศาลแล้ว
หลังจากนั้น
สายตาของเขาก็มองไปยังของชิ้นสุดท้าย
มีตำราทั้งหมดห้าเล่ม
ตามประสบการณ์ที่ผ่านมาของฉู่โม่ว ตำราทั้งห้าเล่มนี้ล้วนเป็นกระบวนท่าการต่อสู้ทั้งสิ้น!
สองเล่มส่องแสงสีฟ้าออกมาและเป็นกระบวนท่าระดับทองแดง
อีกสองเล่มปล่อยแสงสีขาวออกมาและเป็นกระบวนท่าระดับเงิน
จนถึงวันนี้
สำหรับฉู่โม่วแล้ว กระบวนท่าระดับทองแดงและเงินนั้นไม่อยู่ในสายตาของเขาอีกต่อไป มีเพียงกระบวนท่าระดับทองเท่านั้นที่ทำให้เขาสนใจได้
ดังนั้นแล้ว ฉู่โม่วจึงให้ความสนใจในตำรากระบวนท่าทั้งสี่เพียงเล็กน้อยและดูดซับพวกมันเข้าไปในทันที
เล่มสุดท้ายนั้นปล่อยประกายสีม่วงออกมา หากมองดูจะสัมผัสได้ถึงรัศมีอันกว้างใหญ่ที่พัดกระทบใบหน้า
เมื่อเทียบกับกระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนที่ฉู่โม่วได้มาในตอนแรกแล้วก็ไม่แพ้กันเลย
“นี่ต้องเป็นกระบวนท่าที่ทรงพลังมากแน่!”
เมื่อคิดดังนั้นในใจ ฉู่โม่วก็ตบมันเข้าที่ศีรษะโดยไม่ลังเล
ต่อมา
ตำราทั้งเล่มก็กระจายตัวออกเป็นอักขระลึกลับสีม่วงที่เต็มไปทั่วทั้งความคิด
แล้วฉู่โม่วก็เรียนรู้แก่นลึกลับทั้งหมดของกระบวนท่าเหล่านี้
“แผนที่ภาพลวงตาศักดิ์สิทธิ์!”
“ถ้าเรียนรู้วิชานี้ก็สามารถใช้จินตนาการภาพเพื่อสร้างอณูแห่งชีวิตได้และเพิ่มพลังต่อสู้ของผู้ปลุกพลังได้งั้นเหรอ?!”
หลังจากที่เข้าใจในกระบวนท่านี้แล้ว ฉู่โม่วก็ต้องตกตะลึงในทันที
ต้องเข้าใจก่อนว่าการจินตนาการภาพของผู้ปลุกพลังสามารถกระทำได้ในระดับจิตวิญญาณเท่านั้นซึ่งเท่ากับว่ามันไม่มีตัวตน แต่กระบวนท่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงจากนามธรรมเป็นรูปธรรมและสร้างอณูแห่งชีวิตได้ การฝึกฝนให้ลึกซึ้งก็สามารถสร้างร่างกายที่แท้จริงได้!
หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ?
พูดง่าย ๆ ก็คือ
จินตนาการว่ามีบางสิ่งบนโลกใบนี้ที่ตอนแรกไม่มีอยู่จริง และวิชานี้ทำให้สิ่งที่จินตนาการกลายเป็นรูปธรรมมากขึ้นและพัฒนามันจนสามารถปรากฏขึ้นบนโลกนี้ได้จริงในที่สุด
หากตำราของวิชานี้ถูกต้อง ผู้ปลุกพลังที่สร้างมันขึ้นมาจะต้องฝึกฝนจนเชี่ยวชาญอย่างถึงที่สุดแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็รู้ว่ามันแข็งแกร่งไม่แพ้ราชันย์สวรรค์ต้าเหยี่ยนเลย!
“เป็นการกลืนกินที่เยี่ยมจริง ๆ !”
“นี่มันกำไรมหาศาล!”
ความตื่นเต้นปรากฏขึ้นในแววตาของฉู่โม่ว
หลังจากนั้นเขาก็เข้าใจเหตุผลว่าทำไมสำนักหมื่นอสูรถึงต้องการตามหามนุษย์ผู้มีพรสวรรค์ทั่วทุกหนแห่ง
ท้ายที่สุด…
เจ้าสำนักหมื่นอสูรต่างหากที่เป็นผู้ต้องการพรสวรรค์ของผู้แข็งแกร่งและเพิ่มพละกำลังของตัวเอง!
ฉู่โม่วเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา
เขาเชี่ยวชาญหลักการของวิชานี้แล้ว และรู้ว่าเส้นทางที่เจ้าสำนักหมื่นอสูรกำลังเดินอยู่นั้นเป็นอย่างไร
เพียงแต่ว่า…
ด้วยความรู้ของฉู่โม่ว เขาสามารถตรวจจับได้อย่างง่ายดายว่าเส้นทางของเจ้าสำนักหมื่นอสูรนั้นบิดเบี้ยว
จะใช้วิธีอื่นก็เป็นไปได้ แต่ยังไงมันก็ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง
ตัวอย่างเช่น ภาพลวงตาสัตว์อสูรเทาเที่ยที่ชายในชุดคลุมสีแดงสร้างขึ้นมานั้น แม้ว่ามันจะปรากฏขึ้นจริง ทว่ายังเป็นเพียงภาพลวงตาที่ยังอ่อนแอเท่านั้น
แต่เข้าใจได้
อย่างไรแล้วก็ไม่มีร่องรอยของมันอยู่บนโลกนี้ แม้ว่าจะมี เขาก็ไม่อาจครอบครองเลือดของมันด้วยพละกำลังของตัวเองได้
“แต่…”
“ถ้าฉันสร้างภาพลวงตาได้ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเลย!”
เมื่อคิดได้ดังนั้น สีสว่างสดใสก็ปรากฏขึ้นในแววตาของฉู่โม่ว
เข้าใจแล้ว!
ยังมีอีกาสามขาทองคำตัวจริงอยู่ข้างกายเขา!
ในฐานะราชาปีศาจรุ่นหนึ่ง
อีกาสามขาทองคำปกครองดวงดาวแห่งดวงอาทิตย์ มันมีพละกำลังที่น่าสะพรึงกลัวและมีพื้นฐานลึกซึ้งอย่างถึงที่สุด สัตว์อสูรบรรพกาลอย่างเทาเที่ยและฉงฉีนั้นน่าเกรงขามและไร้ที่เปรียบอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ในสมัยโบราณพวกมันจำเป็นต้องมีแสงอาทิตย์ทองคำของอีกาสุริยัน ทุกคนต่างก็ต้องทำความเคารพและก้มหัวให้
ทั้งสองเทียบกันไม่ได้เลย
และฉู่โม่ว
เขาสามารถสร้างอีกาสุริยันขึ้นมาจริง ๆ และเติมพละกำลังด้วยเลือดของเสี่ยวอู๋ได้!
ในเวลาไม่นาน
บางทีเขาอาจสร้างอีกาสุริยันของจริงขึ้นมาได้ แล้วสร้างร่างกายที่แท้จริงของอีกาสุริยัน ควบคุมเปลวเพลิงทองคำแห่งดวงอาทิตย์ที่โจมตีลงมายังพื้นโลกและกลายเป็นผู้ไร้เทียมทาน!
เมื่อนึกถึงภาพนั้น
แม้แต่ฉู่โม่วก็อดสูดหายใจเข้าลึกไม่ได้ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโหยหา
“แผนที่ภาพลวงตาศักดิ์สิทธิ์นี่สร้างมาเพื่อฉันจริง ๆ !”
หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็ได้สติกลับมา
ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยของวิชาภาพลวงตาศักดิ์สิทธิ์อีกมากมายอยู่ในความคิด ทำให้ฉู่โม่วต้องถอนหายใจออกมา
ทันใดนั้น
เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย
และเรียกเสี่ยวอู๋ออกมา
คฤหาสน์ทั้งหลังเต็มไปด้วยอุณหภูมิร้อนฉ่า และภายในห้องพลันสั่นสะเทือนราวกับกำลังจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ อย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเห็นภาพนี้ ฉู่โม่วก็รีบบอกให้เสี่ยวอู๋กลั้นหายใจเอาไว้
จากนั้นเขาก็บอกความคิดก่อนหน้านี้ให้เสี่ยวอู๋ฟังด้วยความหวังว่าจะได้รับแก่นเลือดมา
หลังจากที่รู้เรื่องนี้ เสี่ยวอู๋ก็ไม่พูดอะไรและตอบตกลงทันที
“การเอาแก่นเลือดของนายมาจะส่งผลต่อพื้นฐานพลังไหม?”
ฉู่โม่วถามด้วยความเป็นกังวล
“มันไม่เกิดข้อแตกต่างอะไรหรอก”
“…แค่ต้องใช้เวลาฟื้นฟูนิดหน่อย ถ้ามีวัตถุกับสมบัติสวรรค์และโลกก็จะฟื้นฟูได้เร็วขึ้น”
เสี่ยวอู๋ตอบ
หลังจากที่ได้รับคำตอบ ฉู่โม่วก็โล่งอก