ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 193 รับรางวัล และคำเชิญของเจียงเย่วเหยา!
บทที่ 193 รับรางวัล และคำเชิญของเจียงเย่วเหยา!
“รางวัลเหรอ?”
หัวใจของฉู่โม่วเกิดความสนใจขึ้นมา เขาอดไม่ได้ที่จะถามกลับ “ผมพอจะถามได้ไหมครับ ว่ารางวัลที่ว่าคืออะไร?”
“สุดยอดฐานจงไห่จะมอบรางวัลสุดพิเศษให้กับผู้ปลุกพลังที่มีศักยภาพสูงเป็น… คฤหาสน์ครอบครัวเดี่ยวที่ตั้งอยู่ในเขตหลักของฐาน นอกจากนี้ยังสามารถได้รับวัตถุดิบสำหรับฝึกฝนที่ฐานบริจาคมาให้ในทุกปี และได้สิทธิ์ในการเข้าสำรวจเขตแดนลับบางแห่งกับสถานที่ต่าง ๆ ในบางโอกาสด้วย!” คนผู้นั้นตอบ
“ผมจะได้สิทธิ์ในการสำรวจเขตแดนลับกับพื้นที่บางแห่งด้วยงั้นเหรอ?”
ชายหนุ่มทวนซ้ำด้วยความตื่นเต้น
“แน่นอนครับ”
“สุดยอดฐานจงไห่มีเขตแดนลับเปิดอยู่มากมาย และถึงแม้เขตแดนลับเหล่านี้จะอยู่ในมือของเหล่ากองกำลังหลักของฐาน แต่พวกเขาไม่สามารถดูแลได้หมดด้วยตนเอง เพราะงั้นแล้วบ่อยครั้งที่จะยอมเปิดเขตแดนลับบางแห่ง และเชิญชวนให้เหล่าผู้ปลุกพลังภายในฐานเข้าไปน่ะครับ ผู้ปลุกพลังจากตำหนักลับแห่งสวรรค์ก็มีโอกาสได้รับเชิญด้วยเช่นกัน!”
“เหตุผลหลักก็คือ เพื่อเป็นการผูกมิตรกับผู้ปลุกพลังที่มีวรยุทธ์แก่กล้าคนอื่น ๆ และอีกเหตุผลหนึ่งก็เพื่อเฉลี่ยความแข็งแกร่งของผู้ปลุกพลังทั่วทั้งฐานให้เท่ากัน!”
“ยังไงเสีย… มนุษยชาติยังถือว่าอ่อนแออยู่เมื่อเทียบกับสัตว์อสูรชนิดอื่นครั้บ!”
เขาอธิบาย
ฟังเช่นนั้นแล้ว ฉู่โม่วก็พยักหน้า
ชายหนุ่มไม่คาดคิดเลยว่าเหล่าเสาหลักของสุดยอดฐานจงไห่จะมีมุมมองกว้างใหญ่ถึงเพียงนี้
แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว บางทีเขาอาจจะสู้เพื่อมันได้
คิดได้เช่นนั้น ฉู่โม่วก็ถามเพิ่ม “ถ้าผมต้องการจะรับรางวัลพวกนี้ มันมีเกณฑ์อะไรบ้างหรือเปล่านะ?”
“อายุต่ำกว่า 60 ปี ครอบครองร่างกายระดับสูงหรือไม่ก็มีพรสวรรค์มากกว่าสองอย่างขึ้นไป และมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าจ้าวยุทธ์ระดับกลางหรือมากกว่าก็สามารถรับรางวัลได้เลยครับ!”
“ว่ายังไงครับ อยากจะลองหรือเปล่า?”
อีกฝ่ายถามย้ำ
“รู้สึกว่า ถ้าไม่ลองคงจะไม่ได้แล้วล่ะ!”
ฉู่โม่วตอบ
“เยี่ยมไปเลยครับ!”
ภายหลังจากได้รับคำตอบ ราชันย์ยุทธ์ผู้นั้นก็พาฉู่โม่วไปยังเครื่องวัดระดับพลัง “นี่เป็นเครื่องวัดความแข็งแกร่งรุ่นล่าสุดที่ทางฐานของพวกเราสร้างขึ้นมาครับ สามารถรองรับพลังได้ถึงขั้นราชันย์ยุทธ์ระดับต้น… คุณสามารถใช้พลังทุกอย่างได้เลยนะครับ โจมตีเข้าไปตรงจุดนี้ แล้วที่จอแสดงผลจะคำนวนค่าพลังออกมา ขอแค่ให้พลังสูงถึง 2 ล้านช้างสารก็เป็นพอ!”
ฉู่โม่วพยักหน้า เขาเข้าใจการทำงานของเครื่องนี้ได้ไม่ยากอยู่แล้ว
เมื่อมายืนอยู่หน้าเครื่องวัดระดับพลัง
‘ด้วยพลังทั้งหมดเหรอ?’
เขาคิดอยู่ภายในใจ
ด้วยพลังของฉู่โม่วในตอนนี้ ลำพังพลังกายเพียงอย่างเดียวก็มีมากถึง 1 ล้านช้างสารแล้ว ไหนจะมีความสามารถในการเพิ่มพลังได้อีกสี่ร้อยเท่าอีก ดังนั้นถ้าใช้พลังทั้งหมดละก็ เผลอ ๆ อาจจะมีพลังสูงเทียบเท่ากับราชันย์ยุทธ์ระดับสูงเลยล่ะมั้ง
การใช้พลังทั้งหมดไม่ต่างอะไรกับการทิ้งปรมาณูที่รุนแรงกว่าสิ่งใดลงไปบนเครื่องนี้เลยแม้แต่น้อย!
มันจะกลายเป็นข่าวใหญ่เกินไป…
แม้ว่าจะอยากได้ของรางวัลนั่นก็จริง แต่ไม่ได้อยากจะฉายแสงสักเท่าไร
เพราะงั้นแล้วจึงตั้งใจจะข่มพลังตนเองเอาไว้นิดหน่อย
‘เอาสัก 5 ล้านช้างสารก็แล้วกัน!’
เมื่อคิดประมาณพลังเรียบร้อย ฉู่โม่วเลือกที่จะใช้หมัดต่อยเข้าไปยังแท่นรับพลังโดยไม่พึ่งสิ่งอื่นใด
ตึง!
ด้วยเสียงที่ดังสนั่นไปทั่ว เครื่องวัดระดับพลังก็สั่นสะเทือนรุนแรงทันที
จากนั้นหน้าจอแสดงค่าตัวเลขก็เริ่มเผยผลลัพธ์ออกมา
5,000,000 ช้างสาร!
เป๊ะ!
ไม่คิดว่าตนเองจะควบคุมพลังได้แม่นยำขนาดนี้!
“ดูเป็นตัวเลขที่กลมเป็นสัดเป็นส่วนดีมากเลยนะครับเนี่ย แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาหรือเปล่า?”
เห็นเช่นนั้น ราชันย์ยุทธ์ก็อดไม่ได้ที่จะชะงัก
ฉู่โม่วที่ได้ยินคำถามก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่ยิ้มให้
เมื่อเห็นเจ้าตัวแสดงท่าทีเช่นนั้น
ราชันย์ยุทธ์ผู้นี้ก็ไม่ได้ถามอะไรมากนัก ยังไงเสียทุกคนย่อมมีความลับเป็นของตนเองอยู่แล้ว
“การทดสอบความแข็งแกร่ง ผ่านครับ ต่อไปจะเป็นการทดสอบพรสวรรค์”
หลังจากที่ได้ทำการบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินทางไปยังเครื่องมือชิ้นต่อไป แล้วพูดขึ้น “นี่คือเครื่องที่สามารถตรวจสอบพรสวรรค์ได้ เพียงแค่กระตุ้นพรสวรรค์นั้นขึ้นมา เครื่องจะแสดงออกมาให้เห็นทันทีว่ามีพรสวรรค์ใดบ้าง”
ฉู่โม่วที่เดินตามมาพอดี
เขารีบซ่อนพรสวรรค์ทั้งหมดไว้ให้เหลือเพียงธาตุไฟและธาตุเหล็กเท่านั้นที่ยังทำงานได้
อย่างน้อย ๆ ทั้งสองพรสวรรค์นี้ก็เป็นระดับพิเศษ มันน่าจะเพียงพอให้เขาผ่านข้ามเส้นไปได้โดยที่ไม่ทำให้อีกฝ่ายตกตะลึง!
ไม่นานนัก
บนจอแสดงผลของเครื่องก็เผยผลลัพธ์พรสวรรค์ที่ตรวจจับได้ออกมา
“มีคนที่มีพรสวรรค์ถึงสองอย่างจริง ๆ เหรอเนี่ย!?”
ทันทีที่ราชันย์ยุทธ์เห็นผลลัพธ์ เขาอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาและหันมองชายหนุ่มด้วยแววตาที่แสดงความอิจฉา
การที่คนคนนี้พรสวรรค์ถึงสองอย่าง…
ภายในอนาคต เมื่อสามารถเข้าสู่ขั้นราชันย์ยุทธ์ได้ หากพรสวรรค์ทั้งสองบรรลุเจตจำนงของพวกมันแล้ว ความเจริญก้าวหน้าในหนทางของการเป็นผู้ปลุกพลังย่อมสูงกว่าเหล่าราชันย์ยุทธ์ที่มีพรสวรรค์เพียงหนึ่งเดียวเป็นไหน ๆ
แต่ถึงจะอิจฉาแค่ไหน
แต่เพียงไม่นาน สติเขาก็กลับมาอีกครั้ง และภายหลังจากที่บันทึกข้อมูลลงไปเสร็จก็พูดขึ้นมา “ยินดีด้วยครับ ผลลัพธ์การทดสอบเหนือกว่าค่ามาตรฐานมาก และจะได้รับรางวัลจากสุดยอดฐานจงไห่ กรุณารอสักครู่นะครับ ผมจะไปเอารางวัลมาให้ นั่นคือบัตรประจำตัวและฉโนดบ้านกับที่ดิน”
พูดเช่นนั้นแล้ว เขาก็จากไป
ฉู่โม่วเพียงแค่ยืนรออยู่ที่เดิม
ไม่นานนัก
ผู้ปลุกพลังคนนั้นก็กลับมาพร้อมกับส่งบัตรประจำตัวมาให้
“นี่เป็นบัตรประจำตัวประชาชนสำหรับใช้ในสุดยอดฐานจงไห่ครับ ในบัตรนี้จะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณ รวมถึงทรัพย์สินที่ครอบครองอยู่ และด้วยบัตรประจำตัวนี้จะช่วยทำให้สามารถซื้อของต่าง ๆ ได้จากร้านค้าทั่วทั้งสุดยอดฐานจงไห่แห่งนี้เลยครับ!”
“ในส่วนของรางวัลที่ได้รับนี้ มันคงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอีกสักนิดหน่อย คาดว่าไม่น่าเกินสามวันก็เรียบร้อยดีครับ ภายหลังจากที่เสร็จสิ้นแล้ว สัญญาต่าง ๆ จะถูกโอนย้ายเข้าไปในตัวบัตรประชาชนใบนี้เอง!”
“ขอบคุณครับ!”
ฉู่โม่วรับบัตรประชาชนใบนั้นมาและกล่าวขอบคุณ
“ด้วยความยินดีครับ!”
หลังเห็นพลังกับความสามารถของฉู่โม่วที่ไม่ธรรมดาเช่นนี้ ราชันย์ยุทธ์ผู้นี้จึงคิดจะผูกมิตรเอาไว้ เขาจงใจพูดขึ้น “เรามาเป็นเพื่อนกันเอาไว้ดีกว่า หากเกิดอะไรขึ้นในอนาคตและยังอยู่ภายในสุดยอดฐานจงไห่แห่งนี้ หรือว่ามีข้อสงสัยอะไรก็สามารถมาสอบถามผมได้ตลอดเลย”
“เยี่ยมไปเลย!”
ชายหนุ่มเห็นด้วยอย่างไม่ขัดข้อง
มันเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีราชันย์ยุทธ์ในถิ่นนี้ไว้คอยช่วยเหลือและนำทางสำหรับการมาเยือนในครั้งแรกเช่นนี้
ไม่นานนัก บัตรประจำตัวของฉู่โม่วที่อยู่ในมือก็เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นมา
ด้วยการสั่นเพียงครั้งเดียวนั้น หน้าจอสามมิติของบัตรก็ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้า ชายหนุ่มอ่านแล้วเข้าใจได้ว่า …ราชันย์ยุทธ์ผู้นี้ชื่อว่า เว่ยเจียง และเขาได้ส่งคำขอเป็นเพื่อนมาในสมุดที่อยู่
ฉู่โม่วกดตกลงอย่างไม่ลังเล
“บัตรประจำตัวนี้มีทั้ง บัตรประชาชน บัตรธนาคาร เครื่องมือสื่อสารและอีกหลายระบบอำนวยความสะดวกถูกแพ็ครวมไว้ด้วยกัน คุณสามารถติดมันไว้กับตัวตนได้โดยการถ่ายแทอณูแห่งชีวิตใส่เข้าไป แล้วมันจะสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ตามที่ใจต้องการ”
เว่ยเจียงพูด
ได้รู้เช่นนั้น ฉู่โม่วก็ปล่อยอณูแห่งชีวิตเข้าไปในบัตรประจำตัวนี้ เพียงไม่นานก็กลายเป็นสิ่งที่มีรูปร่างเหมือนกำไลข้อมือที่สวมได้พอดี และเมื่อสั่งใช้งาน ตัวจอสามมิติก็ฉายลอยขึ้นมาเสมือนเป็นหน้าจอนาฬิกาข้อมือที่อำนวยความสะดวกได้ดีมากขึ้น
และในระหว่างที่ฉู่โม่วกำลังทดลองเปลี่ยนแปลงรูปร่างของสิ่งนี้อยู่นั้นเอง
เฉินซีเวย หลี่โย่วเวยและหลี่เสวี่ยนจีก็ได้รับบัตรประจำตัวไปพร้อม ๆ กันด้วย
“มาเร็ว เข้าไปในฐานกันเถอะ!”
เจียงเย่วเหยาพูด
ในตอนนั้น เว่ยเจียงพูดต่อ “คุณฉู่ ผมส่งข้อมูลเบื้องต้นกับสิ่งที่ต้องรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ของสุดยอดฐานจงไห่ไปให้แล้ว ถ้ายังไงไว้ว่าง ๆ ลองเปิดอ่านดูก็แล้วกัน… ผมต้องไปแล้ว มีงานอย่างอื่นต้องทำอีก ไว้คุยกันใหม่นะครับ!”
“ขอบคุณจริง ๆ คุณเว่ย”
ฉู่โม่วพยักหน้า
เว่ยเจียงเองก็พยักหน้าทิ้งท้ายให้ก่อนจะจากไป
…
หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและได้บัตรประจำตัวมา ฉู่โม่วและคนอื่นก็เดินทางเข้าไปในฐาน
และสิ่งที่รออยู่ด้านใน
คือทั้งสองฝั่งถนนที่ถูกรายล้อมด้วยตึกสูงไปทุกหนทุกแห่ง แสงไฟสาดส่องให้เห็นอยู่เป็นระยะ ๆ และเหล่าผู้ปลุกพลังที่เดินกันเต็มท้องถนน พวกเขาเหล่านี้ล้วนแต่ปลดปล่อยกลิ่นอายที่ทรงพลังออกมา
ท่ามกลางผู้ปลุกพลังทั้งหมดที่เห็นเพียงกวาดตามองนี้ มีตั้งแต่จ้าวยุทธ์ไปจนถึงราชันย์ยุทธ์!
นอกจากนี้
ฉู่โม่วยังสังเกตุเห็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยอณูแห่งชีวิตแบบที่เป็นส่วนตัววิ่งไปมาอยู่บนท้องถนนเต็มไปหมด ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่รถสาธารณะหรือรถไฟ รถรางก็ยังมี ผู้คนธรรมดามากมายล้วนแต่เดินทางด้วยยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยอณูแห่งชีวิตกันหมด
“อย่างที่ได้ยินมาเลย… สุดยอดฐานเนี่ย เจริญรุ่งเรืองจริง ๆ ด้วย!”
ชายหนุ่มดูจะประทับใจกับภาพเบื้องหน้ามาก
หลี่โย่วเวยกับหลี่เสวี่ยนจีหันมองรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แววตาของเด็กทั้งสองเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอยากสำรวจไปทั่ว
ในตอนนั้นเอง
เจียงเย่วเหยาเดินเข้ามาหาชายหนุ่ม “คุณฉู่ ในเมื่อตอนนี้สามารถเข้ามาในสุดยอดฐานจงไห่ได้แล้ว คุณอยากจะไปทำอะไรต่อดีล่ะ?”
“เรื่องนั้นผมยังไม่รู้เลยครับ”
ฉู่โม่วตอบ “ผมอาจจะไปหาโรงแรมพักอาศัยก่อน รอให้คฤหาสน์ที่จัดเตรียมไว้ตามสัญญาพร้อมเข้าอยู่อาศัยค่อยย้ายไปอีกที จากนั้น… ไว้ดูตามสถานการณ์ก็แล้วกัน”
เขาอยากจะเดินดูให้ทั่วสุดยอดฐานจงไห่แห่งนี้ก่อน เพื่อดูว่าเป็นอย่างไรบ้างก่อนจะตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อ
ได้ยินดังนั้น
เจียงเย่วเหยาก็พูด “เช่นนั้น ทำไมไม่มาร่วมกับตำหนักมหาวรยุทธ์ของพวกเราดูล่ะคะ?”
“ตำหนักมหาวรยุทธ์ของพวกเรา เป็นหนึ่งในกองกำลังหลักของสุดยอดฐานจงไห่ มีเหล่าราชันย์ยุทธ์ที่ทรงพลังมากมายอยู่ภายใต้สังกัดของพวกเรา แม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์เองก็ด้วย หากคุณฉู่เข้าร่วมกับทางฉันล่ะก็ ยืนยันเลยว่าจะต้องได้รับผลตอบแทนอย่างมากมายเลยทีเดียว รวมถึงวัตถุดิบในการฝึกฝนด้วย!”
“ต้องขอบคุณคุณเจียงมากเลยครับสำหรับคำเชิญนี้ แต่ผมเพิ่งจะมาถึงฐานนี่ครั้งแรกเลย เลยอยากจะขอดูสถานการณ์รอบ ๆ ฐานนี้เสียก่อน เพราะงั้นเลยยังไม่คิดที่จะเข้าร่วมกับฝ่ายไหนในตอนนี้น่ะครับ” ฉู่โม่วส่ายหน้าปฏิเสธไปด้วยถ้อยคำสุภาพ
“งั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ”
เจียงเย่วเหยาพยักหน้า “ถ้ายังไงฉันอยากให้คุณฉู่เก็บเรื่องนี้ไว้พิจารณาในภายหลังน่ะค่ะ ไม่ว่าในฐานจงไห่จะมีกองกำลังมากมายขนาดไหน แต่ยังยืนยันว่าตำหนักมหาวรยุทธ์สามารถมอบผลประโยชน์ที่ดีที่สุดให้แก่คุณฉู่ได้อย่างแน่นอน!”
“ไว้ผมจะพิจารณาใหม่อีกครั้งนะครับ”
ฉู่โม่วตอบ
จากนั้น
เจียงเย่วเหยาก็พาชายหนุ่มไปเปิดห้องโรงแรมที่อยู่ละแวกนั้น ภายหลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอก็ตัดสินใจที่จะจากไป
แต่ก่อนจะจากกันไป เธอไม่ลืมที่จะเพิ่มฉู่โม่วเป็นเพื่อนผ่านบัตรประจำตัวด้วย
…
“เฮ้อ…”
“ในที่สุดก็ได้บัตรประจำตัวมาแล้ว พวกเธอแยกย้ายกันไปพักผ่อนก็แล้วกันนะ”
ภายในห้อง
ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยความสบายใจ
หลังจากที่ได้พักเหนื่อยนิดหน่อยแล้ว ฉู่โม่วก็เปิดหน้าจอสามมิติของบัตรประจำตัวตัวเองออกมา และเริ่มอ่านเอกสารที่เว่ยเจียงส่งมาให้
ส่วนแรกเป็นคำแนะนำเกี่ยวกับสุดยอดฐานจงไห่ ประวัติความเป็นมาต่าง ๆ ซึ่งเมื่อมองผิวเผินก็เหมือนกับที่บรรพบุรุษตระกูลหมัวเคยพูดเอาไว้
ส่วนที่สองเป็นตำแหน่งที่ตั้งของสถานที่อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่เหล่าผู้ปลุกพลังหลายคนแนะนำต่อกันมา
ไม่ว่าจะเป็นสมาคมค่ายกลเวท สมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุ โถงยุทธภัณฑ์ รวมถึงที่ตั้งของร้านขายยุทธภัณฑ์ต่าง ๆ นานาอีก
สิ่งเหล่านี้ควรค่าแก่การจดจำ
นอกจากนี้ ฉู่โม่วยังค้นเจออาคารพิเศษภายในสุดยอดฐานจงไห่ที่เรียกว่า วิหารราชันย์เทพยุทธ์
สิ่งที่เรียกว่าวิหารราชันย์เทพยุทธ์เป็นตึกสูงสิบแปดชั้น เป็นสถานที่ที่เหล่าผู้ปลุกพลังสามารถเข้าไปภายในได้ผ่านจิตสำนึก ในทุกครั้งที่จัดการเคลียร์แต่ละชั้นได้ พวกเขาจะได้รับรางวัลจากวิหารราชันย์เทพยุทธ์ หรือต่อให้เคลียร์ไม่ได้และตายอยู่ภายในนั้น พวกเขาก็จะไม่ถือว่าตายจริง ๆ
มันค่อนข้างจะคล้ายกับอนุสรณ์แห่งวรยุทธ์ที่เป็นของสำนักกระบี่สวรรค์ภายในเขตแดนลับเมฆาครามที่ฉู่โม่วเคยเข้าไปมาก่อนเลย
และยึดตามข้อมูลในเอกสารนี้
วิหารราชันย์เทพยุทธ์ที่ถือเป็นสิ่งตระการตาของสุดยอดฐานจงไห่ แต่เดิมเคยอยู่ในเขตแดนลับมาก่อน แต่พวกเขาได้ทำการยกย้ายสิ่งนี้ออกมาด้านนอกและปลูกสร้างลงไปบนพื้นฐานจนสามารถกลับมาใช้งานได้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง
“ไม่คาดคิดเลยว่าวิทยาการของสุดยอดฐานจงไห่จะไปถึงขั้นนั้นแล้ว!”
รับรู้แบบนี้ฉู่โม่วก็อดที่จะตกใจอยู่ภายในใจไม่ได้