ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 208 เข้าใจแผ่นศิลารู้แจ้งและทำให้ทั่วทั้งสุดยอดฐานสั่นสะท้าน!
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 208 เข้าใจแผ่นศิลารู้แจ้งและทำให้ทั่วทั้งสุดยอดฐานสั่นสะท้าน!
บทที่ 208 เข้าใจแผ่นศิลารู้แจ้งและทำให้ทั่วทั้งสุดยอดฐานสั่นสะท้าน!
ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ฉู่โม่วก็มาถึงบ้านของราชันย์ยุทธ์ฉวี่ตาน
เขาส่งมอบแต้มคะแนนราชันย์เทพยุทธ์ 50 คะแนนให้กับราชันย์ยุทธ์ฉวี่ตานผ่านบัตรประจำตัวทันทีโดยไม่รีรอ
ในไม่ช้า
เมื่อราชันย์ยุทธ์ฉวี่ตานพบว่ามีแต้มคะแนนราชันย์เทพยุทธ์ในบัญชีของตนมากขึ้น 50 คะแนน จึงเผยสีหน้าตื่นเต้นออกมา
“ตามที่สัญญาไว้ก่อนหน้านี้ คุณให้ฉันมา 50 คะแนน ตั้งแต่นี้ไปจะช่วยสกัดยาทุกอย่างฟรี อยากให้ฉันช่วยสกัดอะไรล่ะ?”
ด้วยความตื่นอกตื่นใจ
ราชันย์ยุทธ์ฉวี่ตานไม่ลืมคำสัญญาและกล่าวทันที
“ยาย้อนชะตา!”
ฉู่โม่วกล่าว “ฉันอยากให้คุณช่วยสกัดยาที่เรียกว่ายาย้อนชะตา!”
“ยาย้อนชะตาเหรอ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ราชันย์ยุทธ์ฉวี่ตานก็ขมวดคิ้วและกล่าว “ฉันไม่เคยได้ยินยาชื่อนี้มาก่อนเลย คุณมีสูตรไหมล่ะ? ถ้าไม่มีสูตรปรุงยา ฉันก็ทำอะไรไม่ได้!”
“แน่นอนว่าฉันมีสูตรปรุงยา! ฉันแค่ต้องการให้คุณสาบานก่อนที่จะได้มันไป คุณห้ามให้ยาหรือสูตรนี้รั่วไหลออกไป และห้ามแอบปรุงมันขึ้นมาเองด้วย!”
ฉู่โม่วตอบ
ราชันย์ยุทธ์ฉวี่ตานกล่าวทันที “ฉันเป็นนักปรุงยานะ ฉันก็ต้องรู้กฎอยู่แล้วสิ!”
แล้วเขาก็เริ่มกล่าวคำสาบานต่อหน้าชายหนุ่ม
ฉู่โม่วตั้งใจฟังและพบว่าไม่มีช่องโหว่ใด ๆ จึงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ตอนนั้นเองที่สูตรปรุงยาย้อนชะตาและวัตถุดิบต่าง ๆ ถูกนำออกมา
ราชันย์ยุทธ์ฉวี่ตานมองดูสูตรปรุงยาด้วยความลังเลในตอนแรก แต่แล้วสีหน้าตื่นเต้นก็ปรากฏขึ้นทันที “นี่มันยาที่มหัศจรรย์จริง ๆ มันช่วยให้ผู้ปลุกพลังทำลายขีดจำกัดร่างกายได้ น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!”
คำพูดเหล่านั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เขาไม่สงสัยเลย…
หากสูตรยานี้ถูกเผยแพร่ออกมา ผู้แข็งแกร่งหลายคนจะต้องบ้าคลั่งอย่างแน่นอน นี่คือสมบัติที่ช่วยให้ผู้ปลุกพลังมากมายทำลายขีดจำกัดของกายเนื้อได้!
มันมีมูลค่ามหาศาลสำหรับมนุษย์ผู้แข็งแกร่งมากมาย!
แต่ราชันย์ยุทธ์ฉวี่ตานก็ไม่กล้าเผยแพร่มันออกไปแน่นอน
คำสาบานที่กล่าวนั้นเป็นคำสาบานโบราณหลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของโลก หลังจากทำข้อตกลงนี้เขาจะถูกสวรรค์และโลกจับตาดู!
เมื่อละเมิดคำสาบานก็จะถูกลงโทษทันที
เบาที่สุดคือสูญเสียพละกำลังทั้งหมด และโทษสถานหนักคือถูกกำจัดออกไป
ฉู่โม่วรู้ดีถึงความสำคัญของสูตรยานี้ คำสาบานที่ให้ราชันย์ยุทธ์ฉวี่ตานกล่าวจึงเป็นแบบที่หนักหนาที่สุด!
เขาไม่สามารถจดและควบคุมมันได้
ไม่เช่นนั้น หากนำไปมอบให้ผู้อื่นเมื่อไรก็จะกลายเป็นเถ้าถ่านทันที
แบบนี้ก็สามารถป้องกันไม่ให้ราชันย์ยุทธ์ฉวี่ตานเสี่ยงไปบอกคนอื่นได้อย่างแน่นอน
เขารอจนราชันย์ยุทธ์ฉวี่ตานอ่านมันอีกครั้ง
แล้วฉู่โม่วก็ถาม “คุณสกัดมันได้ไหม?”
“ด้วยสูตรนี้ฉันทำได้แน่!”
“แต่…”
“เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เจอกับสูตรยาแบบนี้ ฉันยังต้องทำความคุ้นเคยกับมันก่อนและต้องใช้เวลาประมาณสิบวัน ตามการคาดการณ์แล้ว จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสิบวันในการสกัด… อืม… อีกประมาณครึ่งเดือนน่าจะสกัดยานี้ขึ้นมาได้!”
“และวัตถุดิบที่ให้ฉันมาก็น่าจะทำให้สกัดยาได้มากถึงห้าหม้อ!”
ราชันย์ยุทธ์ประมาณการอยู่ในใจและกล่าวออกมา
เมื่อได้ยินดังนั้น
ฉู่โม่วก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยขึ้น “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะมารับหม้อแรกในอีกหนึ่งเดือน”
หลังจากพูดจบก็ไม่รอช้า ตรงไปยังรถบินและกลับไปที่วิหารราชันย์เทพยุทธ์ทันที
…
[ผู้ท้าชิงฉู่โม่ว มีคำสั่งว่าอย่างไร?]
ข้างในวิหารราชันย์เทพยุทธ์ เสียงของร่างเสมือนดังสะท้อนไปมาในหูของฉู่โม่ว
“ฉันอยากแลกเปลี่ยนแต้มคะแนนราชันย์เทพยุทธ์เป็นช่วงเวลาสำหรับแผ่นศิลารู้แจ้ง!”
ฉู่โม่วกล่าว
[ใช้แต้มคะแนนราชันย์เทพยุทธ์วันละ 50 คะแนนในการใช้แผ่นศิลารู้แจ้ง ผู้ท้าชิงฉู่โม่วยืนยันหรือไม่?] ร่างเสมือนวิหารกล่าว
“ยืนยัน!”
ชายหนุ่มไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เมื่อเสียงนั้นจบลง
ทันทีที่ร่างเสมือนวิหารโบกมือ ฉู่โม่วก็รู้สึกว่าภาพในดวงตาของตัวเองเปลี่ยนไปราวกับว่าอยู่ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
มีแท่นหินขนาดใหญ่รัศมีกว่าหลายร้อยเมตรลอยอยู่ตรงหน้า ที่ใจกลางของแท่นหินมีแผ่นหินขนาดใหญ่ปลดปล่อยแสงสีทองและรัศมีลึกลับออกมา
เบื้องหลังแท่นหินคือดวงดาวนับไม่ถ้วนที่ล่องลอยอยู่ไกลออกไปอย่างไร้ระเบียบ
[ผู้ท้าชิงฉู่โม่ว นี่คือแผ่นศิลารู้แจ้งที่เปิดขึ้นในวิหารราชันย์เทพยุทธ์ การเข้ามาที่นี่จำเป็นต้องใช้คะแนนวันละ 50 คะแนน โดยคะแนนจะถูกหักในทุก ๆ วันอัตโนมัติ!]
“คุณสามารถตั้งระยะเวลาล่วงหน้าได้สิบห้านาทีก่อนจะหมดเวลาที่ตั้งไว้ ฉันจะปลุกคุณและพาคุณออกไปจากที่นี่ จะไม่จำกัดระยะเวลาก็ได้เช่นกัน แต่โปรดจำไว้ให้ดีว่าพื้นที่นี้อยู่ข้างในและไร้ซึ่งกาลเวลา หากไม่ระมัดระวังอาจหลงลืมเวลาและเสียแต้มคะแนนราชันย์เทพยุทธ์ไปอย่างรวดเร็ว แล้วคุณจะถูกไล่ออกจากสถานที่แห่งนี้!”
ร่างเสมือนของวิหารราชันย์เทพยุทธ์กล่าว
“เข้าใจแล้ว”
ฉู่โม่วพยักหน้า
เขาไม่ได้ตั้งระยะเวลาเอาไว้และตั้งใจจะฝึกฝนตามใจชอบ
เพราะไม่รู้ว่าจะพบกับอะไรเมื่อเข้าใจแผ่นศิลารู้แจ้ง เขากลัวว่าในจังหวะสำคัญจะถูกบังคับให้ตื่นขึ้นโดยร่างเสมือนเพราะหมดเวลาที่ตั้งเอาไว้ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน
ส่วนเรื่องที่อาจจะหลงลืมเวลานั้น
สำหรับผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ อาจประสบปัญหานี้
แต่เขาผู้มีพรสวรรค์แห่งห้วงเวลา ด้วยพลังนี้จึงไวต่อสัมผัสของการเวลาและแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะหลงลืม
ร่างเสมือนพยักหน้าและหายไปจากที่นั่น
และตอนนี้
แท่นหินลอยฟ้าเหมือนจะสัมผัสบางสิ่งได้จึงเอนเข้ามาหา
จนกระทั่งเข้าไปใกล้ ฉู่โม่วถึงได้รู้สึกตัว…
…ว่ามีผู้ปลุกพลังมากกว่าสิบคนอยู่บนแท่นหินขนาดมหึมานี้
แต่ละคนตามหาตำแหน่งที่เหมาะสม นั่งขัดสมาธิ หลับตาและศึกษาแผ่นศิลารู้แจ้ง
ชายหนุ่มสัมผัสได้จากลมหายใจในร่างกายของพวกเขาว่าคนเหล่านี้ทรงพลังอย่างถึงที่สุด และคนที่อ่อนแอที่สุดก็เป็นถึงราชันย์ยุทธ์ระดับสูง
‘หรือว่าผู้ปลุกพลังเหล่านี้จะเป็นราชันย์เทพยุทธ์ในสุดยอดฐานจงไห่ หรือผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่ในรายชื่อผู้มีพรสวรรค์นั่นเหรอ?’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
เขาดึงสายตากลับมา เดินตรงไปที่มุมหนึ่งบนแท่นหิน นั่งขัดสมาธิลง และปล่อยพลังจิตวิญญาณออกมา เขาสัมผัสได้ในทันที
“ไม่รู้สึกถึงรัศมีอะไรเลย!”
“ดูเหมือนว่าจะคล้ายกับแผ่นศิลารู้แจ้งของมนุษย์ถ้ำ มันควรจะพัฒนาความเข้าใจของผู้ปลุกพลัง!”
ความตื่นเต้นปรากฏขึ้นบนใบหน้า
สำหรับฉู่โม่วแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแผ่นศิลารู้แจ้งที่ช่วยเสริมความเข้าใจนี้มีค่ามากถึงที่สุด
เพราะมันสามารถย่นระยะเวลาในการศึกษากระบวนท่า หรือกระทั่งความหมายอันลึกซึ้งได้มหาศาล!
‘ใกล้หมดเวลาแล้ว!’
‘สิ่งที่สำคัญที่สุดคือฝึกกระบวนท่าลับแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนและพัฒนาไปสู่ความสมบูรณ์ขั้นที่ 2!’
‘แน่นอน!’
‘สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหลอมพลังจิตวิญญาณ!’
‘กระบวนท่าฝึกฝนพลังจิตวิญญาณนี้ยังไม่เคยถูกใช้จริงจังเลยตั้งแต่ได้มา พลังจิตวิญญาณของฉันในตอนนี้เลยยังอยู่แค่ระดับแรกเริ่ม หวังว่าจะใช้โอกาสนี้เข้าสู่ขั้นที่ 2 ได้นะ!’
‘แบบนี้ บางทีอาจจะทำให้พลังจิตวิญญาณทำหน้าที่ที่เหมาะสมก็ได้!’
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็เริ่มฝึกฝนทันที
…
ตอนที่ชายหนุ่มกำลังศึกษาแผ่นศิลารู้แจ้งอยู่นั้น
บริเวณด้านนอกในตอนนี้
เพราะการเข้าสู่วิหารราชันย์เทพยุทธ์เป็นครั้งแรก สามารถผ่านชั้นที่ 9 และทำลายสถิติเก้าครั้งติดต่อกัน เมื่อข่าวสารแพร่กระจายออกไปก็ทำให้ทั่วทั้งสุดยอดฐานจงไห่โกลาหล
ผู้ปลุกพลังมากมายไม่อาจเชื่อหูตัวเอง
แต่เมื่อมาถึงวิหารราชันย์เทพยุทธ์และเห็นชื่อในลำดับที่ 6 บนรายชื่อผู้มีพรสวรรค์ ทุกคนก็ได้แต่อ้าปากค้าง
“น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ !”
“การทำลายสถิติของเก้าชั้นแรกบนวิหารราชันย์เทพยุทธ์ได้ภายในชั่วอึดใจนั้นไม่เคยมีมาก่อนตั้งแต่ก่อตั้งสุดยอดฐานจงไห่ ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเองก็คงทำใจเชื่อไม่ลงจริง ๆ !”
“นายว่าเขาเป็นศิษย์ของสัตว์ประหลาดเก่าแก่สักคนหรืออัจฉริยะที่ถูกกองกำลังขนาดใหญ่ฝึกเพื่อเป็นอาวุธลับกันนะ?”
“ฉันเองก็ว่าแบบนั้น ไม่งั้นผู้ปลุกพลังทั่วไปจะมีพละกำลังน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ได้ยังไงกัน!”
“ไม่สำคัญอีกแล้วละ ไม่ว่าอดีตของเขาจะเป็นยังไง เมื่อเวลาผ่านไป ชื่อของเขาจะโด่งดังไปทั่วทั้งฐาน!”
“นี่คือความสำเร็จชั่วข้ามคืนและทั่วทั้งโลกก็รู้!”
“ความโด่งดังน่ะเป็นรอง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ… พรสวรรค์ที่น่าหวาดกลัวแบบนี้ ฉันกลัวว่าแม้แต่วิหารราชันย์เทพยุทธ์ก็ต้องรู้เรื่องและบางทีเจ้าวิหารราชันย์เทพยุทธ์ก็อาจจะออกมาจากการเก็บตัวและรับฉู่โม่วคนนี้เป็นศิษย์ก็ได้!”
“ฉันละอิจฉาจริง ๆ !”
เหล่าผู้ปลุกพลังพูดคุยกันอยู่ตรงหน้าวิหารราชันย์เทพยุทธ์ คำพูดเหล่านั้นเต็มไปด้วยความอิจฉาและชื่นชมระคนกัน
ที่ชื่นชมคือความสามารถในการทำลายสถิติทั้งเก้าชั้นของฉู่โม่ว!
ที่อิจฉาคือโอกาสที่จะโด่งดังและเปลี่ยนโชคชะตาไปตลอดกาลของชายผู้นี้!
ผู้ปลุกพลังธรรมดาทั่วไปอย่างพวกเขา…
หากไม่ใช่เพราะโชคลาภมหาศาลในชีวิตนี้ก็คงเป็นได้ไม่เกินราชันย์ยุทธ์ทั่วไป แม้แต่การจะเป็นราชันย์ยุทธ์ก็ยังเป็นความหวังอันยิ่งใหญ่
อย่างไรแล้ว
แม้แต่ในสุดยอดฐานจงไห่ ผู้ทรงพลังขั้นราชันย์ยุทธ์เป็นเสาหลักของทุกกองกำลัง
ในหมู่ผู้ปลุกพลังทั่วไปมีเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้นที่มีความหวังอันน้อยนิดว่าจะได้ก้าวเข้าสู่ขั้นราชันย์ยุทธ์
สำหรับผู้คนส่วนมาก
พวกเขาติดอยู่ในขั้นจ้าวยุทธ์ หรือนายพลเมือง หรือแม้แต่ปรมาจารย์ยุทธ์!
นี่คือความเป็นจริง
…
ข้างนอกฝูงชน
เว่ยเจียง ราชันย์ยุทธ์ป๋อเยว่ และราชันย์ยุทธ์เทียนจูต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ใครจะไปคิด?
ใครจะไปกล้าคิด?
พวกเขารู้ว่าใครเป็นอัจฉริยะตัวจริง และอัจฉริยะตัวจริงก็ทำให้ทั่วทั้งสุดยอดฐานจงไห่ตกตะลึง ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือกองกำลังขนาดใหญ่ก็ต้องหันมาสนใจ!
ตอนนี้
เมื่อฟังบทสนทนาของผู้ปลุกพลังโดยรอบเหล่านี้แล้ว
พวกเขาอยากจะลุกขึ้นและตะโกนดัง ๆ ว่ารู้จักฉู่โม่ว!
แต่ก็ทำได้มากที่สุดแค่คิดอยู่ในใจเท่านั้น
แน่นอนว่าการตะโกนคำพูดเหล่านั้นออกไปจะทำให้พวกเขากลายเป็นจุดสนใจ ถึงขั้นทำให้กองกำลังมากมายเข้ามาติดต่อ มอบทรัพยากรมากมายให้ และต้องการให้ช่วยติดต่อกับฉู่โม่ว
มันง่ายนิดเดียว แต่พวกเขาก็ทำไม่ได้
ไม่ใช่ไม่อยากทำ แต่ทำไม่ได้!
เพราะถ้าทำ…
แม้ว่าจะได้รับผลประโยชน์มากมาย แต่สิ่งที่จะเสียคือความสัมพันธ์ในอนาคตกับชายหนุ่ม!
สิ่งไหนสำคัญกว่ากันล่ะ
หากสามารถฝึกฝนไปสู่ขั้นราชันย์ยุทธ์ได้ก็จะสามารถตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่
แต่…
แม้ว่าเรื่องราวจะถูกเปิดเผยออกไปไม่ได้
แต่ในตอนนี้ เมื่อฟังคำเยินยอและชื่นชมฉู่โม่วของผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วน ใบหน้าของทั้งสามก็ยังคงแสดงความตื่นเต้นออกมา
“ถ้าพูดกันแบบนี้ พวกเขาจะทำทุกอย่างเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับอัจฉริยะไร้เทียมทานคนนี้!”
“ฉันรู้น่า!”