ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 241 ส่งไปสู่ยมโลก …บรรพบุรุษแห่งตระกูลโจวสิ้นสภาพ!
บทที่ 241 ส่งไปสู่ยมโลก …บรรพบุรุษแห่งตระกูลโจวสิ้นสภาพ!
ในคำพูดเหล่านั้นมีความตกตะลึงที่ไม่อาจอธิบายได้
ราวกับว่าเห็นสิ่งที่เหลือเชื่อและเหนือจินตนาการที่สุดในโลกใบนี้
แม้แต่สรวงสวรรค์ยังต้องสงสารเขา!
ในวินาทีสุดท้าย
เขาจินตนาการว่าตัวเองจะสังหารฉู่โม่วด้วยสมบัติของผู้ใช้จิตวิญญาณที่เก็บซ่อนไว้กว่าหลายร้อยปี แต่ใครจะคาดคิดว่าวินาทีต่อมาจะต้องค้นพบว่าฉู่โม่วเป็นผู้ใช้จิตวิญญาณผู้เก่งกาจ!
นี่คือผู้ใช้จิตวิญญาณตัวจริง!
ยิ่งกว่านั้นยังเป็นผู้ใช้จิตวิญญาณที่ทรงพลังเทียบเท่ากับราชันย์เทพยุทธ์ และปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าโดยไร้ซึ่งคำเตือนใด ๆ ทั้งสิ้น!
“เป็นไปไม่ได้!”
“ไม่มีทางเป็นไปได้!”
บรรพบุรุษแห่งตระกูลโจวคำรามลั่นด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด
เมื่อพูดจบ
เขาลุกขึ้นอีกครั้งเพื่อพยายามสังหารชายหนุ่ม
แม้ว่าจะมีสมบัติของผู้ใช้จิตวิญญาณที่เก็บซ่อนมาหลายต่อหลายปี ถ้ามันไม่ได้ผลล่ะ?
ถ้าเจ้าฉู่โม่วเป็นปรมาจารย์จิตวิญญาณล่ะ?
ตั้งแต่เขาก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งวรยุทธ์ เหตุผลที่สามารถพัฒนาจากผู้ปลุกพลังตัวเล็กตัวน้อยมาสู่ราชันย์เทพยุทธ์ในวันนี้และยืนหยัดอยู่ในตระกูลโจวอันแสนยิ่งใหญ่ได้ เพราะเขาไม่เชื่อในโชคชะตา!
เช่นนั้นจึงต่อสู้กับสวรรค์ โลกและผู้คน เพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น …เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย แล้วจะยอมแพ้ง่าย ๆ ได้ยังไงกัน?
“ฉู่โม่ว ตายซะ!”
หลังจากที่ตะโกนลั่น
เลือดกับอณูแห่งชีวิตของบรรพบุรุษตระกูลโจวพลันพลุ่งพล่านไหลเวียนไปทั่วร่าง ทั้งร่างกายเป็นเหมือนกับบุคคลไร้เทียมทานที่ยื่นมือทั้งสองข้างออกมาเพื่อสังหารฉู่โม่ว
“ดื้อด้านจริง ๆ !”
ชายหนุ่มส่ายหน้าระอา
เขาหรี่ตาพลางกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ตอนนี้พอฉันได้เพลิดเพลินอย่างเต็มที่แล้ว ฉันจะส่งแกไปลงนรกเอง!”
เมื่อพูดจบ
พละกำลัง 200 พลังมังกรจากร่างกายของฉู่โม่วก็พลุ่งพล่านออกมา พลังชีวิตเพิ่มขึ้นสี่ร้อยเท่าทำให้แรง 80,000 พลังมังกรระเบิดออกมา ทั้งร่างกายลุกโชนไปด้วยไฟผสานกับสายฟ้าและปล่อยรัศมีราวกับกองเพลิงโหมกระหน่ำ
ยังไม่จบเพียงแค่นั้น
ตอนนั้นเอง
ฉู่โม่วบิดข้อมือดึงกระเป๋าจิตอสูรออกมาจากเอว …หลังจากนั้น
กรรร!
เสียงนกร้องพลันดังขึ้น
ทันใดนั้น
พลังอันแข็งแกร่งที่ดูราวกับว่าสามารถทำลายล้างทุกสรรพสิ่งในทั่วหล้าพลันแพร่กระจายออกมา ลมหายใจของทุกสิ่งมีชีวิตปรากฏขึ้นและพัดผ่านไปอย่างรวดเร็วปกคลุมพื้นที่ถึงพันกิโลเมตรทันที
หลังจากนั้น
อีกาสามขาทองคำขนาดยักษ์ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ ปีกขนาดมหึมาค่อย ๆ กางออก เปลวเพลิงสีดำขนาดยักษ์ที่มีสายใยแสงสีทองก็ระเบิดออกมาพร้อมกับคลื่นความร้อนระอุ
มันคืออสูรรับใช้ของฉู่โม่ว เสี่ยวอู๋!
เขาเรียกมันออกมา!
เมื่อเสี่ยวอู๋ปรากฏตัวขึ้น มันไม่พูดอะไร แต่แค่กระพือปีกไปมา แล้วพายุหมุนไร้ที่สิ้นสุดก็ก่อกำเนิดขึ้นและเปลวเพลิงถูกพัดพาออกไปทั่วทุกหนแห่ง
เปลวเพลิงสีดำทองนับไม่ถ้วนผสานกับขนนกเพลิงพุ่งออกมาพร้อมกับลมที่ตัดผ่านท้องฟ้า กระแสลมและไฟที่มีรัศมีทำลายล้างเป็นเหมือนกับแม่น้ำเทียนเหอไหลกลับด้านตรงไปยังบรรพบุรุษแห่งตระกูลโจวโดยไม่อาจหยุดยั้งได้
“เป็นแค่สัตว์อสูรแต่กล้ามาสู้กับชายแก่คนนี้ก็เหมือนแขนคนเทียบกับรถยนต์นั่นแหละ!”
“ตายซะ!”
เมื่อแรกเห็นการโจมตีของเสี่ยวอู๋ บรรพบุรุษตระกูลโจวก็ต้องตกตะลึง
แต่แล้วเมื่อเห็นว่ามันเป็นแค่สัตว์อสูรระดับ 7 เขาก็เผยรอยยิ้มเหยียดหยันออกมาทันที
ชายชราส่งฝ่ามือสีทองที่อาบไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งออกไปเพื่อสังหารเสี่ยวอู๋
ถ้าเขาอยากจะทำละก็…
ด้วยมือคู่นี้สามารถสังหารสัตว์อสูรระดับ 7 ได้อย่างแน่นอน
หลังจากที่โจมตีออกไป
บรรพบุรุษตระกูลโจวจึงตั้งใจจะสังหารฉู่โม่วเป็นรายต่อไป
แต่แล้ว…
หลังจากที่เห็นภาพนี้ ชายหนุ่มก็ต้องส่ายหน้า
ตั้งแต่มีกระเป๋าจิตอสูร เสี่ยวอู๋ก็อาศัยอยู่ข้างในและกลืนกินสมบัติแห่งสวรรค์และโลกจากฉู่โม่วอยู่เสมอ
เมื่อหิวก็กิน เมื่ออิ่มก็นอน
เมื่อเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ พละกำลังจึงทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแทบจะตลอดเวลา
มากเสียจนกลายเป็นสัตว์อสูรระดับ 7 แล้ว!
แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ระดับขั้นผิวเผิน ทว่าเสี่ยวอู๋เทียบเคียงได้กับจ้าวยุทธ์แล้ว!
แต่…
มันเป็นอีกาสามขาทองคำซึ่งเป็นจักรพรรดิปีศาจโบราณและมีพละกำลังที่แข็งแกร่งจนไม่อาจตัดสินระดับขั้นได้เสียด้วยซ้ำ
ดังนั้นแล้ว แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่สัตว์อสูรระดับ 7 ด้วยสายเลือดในร่างกายแล้ว แม้แต่สัตว์อสูรระดับ 8 ยังต้องถูกมันกดดันยามเผชิญหน้า
หรือแม้กระทั่งสำหรับผู้ปลุกพลัง
แม้ว่าจะไม่มีแรงกดดันจากสายเลือด ทว่าสามารถก้าวกระโดดและต่อสู้ด้วยความช่วยเหลือของพลังเหนือธรรมชาติแต่กำเนิดที่แพร่กระจายในสายเลือดได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีเปลวเพลิงทองคำแห่งดวงอาทิตย์ที่สามารถควบคุมได้อย่างอิสระอีกด้วย!
เรียกได้ว่า…
ภายใต้เปลวเพลิงสีทองแห่งดวงอาทิตย์ของเสี่ยวอู๋ แม้แต่ฉู่โม่วยังเอาชนะได้อย่างยากลำบาก
ในสถานการณ์เช่นนี้
บรรพบุรุษตระกูลโจวดูถูกเสี่ยวอู๋อย่างหนัก ซึ่งจะนำพาโชคชะตาของเขามาถึงจุดสิ้นสุด
อย่างที่คาดการณ์เอาไว้
ตู้ม!!
เปลวเพลิงทองคำแห่งดวงอาทิตย์แพร่กระจายออกมาปะทะกับกำปั้นสีทองของบรรพบุรุษตระกูลโจวทันที
“อะไรนะ?!”
เมื่อมองดูภาพตรงหน้า ชายชราพลันหน้าซีดเผือดด้วยความตกตะลึง ราวกับว่าไม่ได้คาดการณ์สิ่งนี้เอาไว้แม้แต่น้อย
เขาตั้งใจจะหลบตามสัญชาตญาณ
แต่ในตอนนั้นเอง ปราณกระบี่ของฉู่โม่วยังคงกระหน่ำโจมตีออกมา
“ออกไปให้พ้น!”
บรรพบุรุษตระกูลโจวตะโกนลั่นพร้อมกับต่อยออกไปปะทะกับปราณกระบี่ของฉู่โม่ว เมื่อพละกำลังยิ่งใหญ่โจมตีออกไป ทำให้ร่างกายของเขาลอยกลับหัวในทันใด
ไม่ต้องรอให้เขาหยุดและยืนนิ่ง ๆ
เปลวเพลิงก็แผ่ขยายไปทั่วทุกหนแห่งแล้ว
ตู้ม!
เปลวเพลิงแห่งดวงอาทิตย์อันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมร่างของบรรพบุรุษตระกูลโจวในทันที
ตั้งแต่ผิวบนร่างกายไปจนถึงอวัยวะภายใน หรือแม้แต่พลังจิตวิญญาณยังล้วนลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง
ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้ชายชราร้องโอดครวญออกมา
เขาพยายามดับไฟบนร่างกายอย่างน่าอนาถ
แต่กระนั้นก็ไร้เดียงสาเกินไปจริง ๆ เปลวเพลิงทองคำแห่งดวงอาทิตย์นั้นสามารถเผาผลาญทุกสิ่งได้ แล้วคนทั่วไปจะดับได้ยังไงกัน?
ไม่ว่าจะพยายามเท่าไร เปลวเพลิงสีทองบนร่างกายก็ยังคงเผาผลาญต่อไป
“ไม่นะ!!!”
หลังจากผ่านไปไม่กี่อึดใจ
บรรพบุรุษตระกูลโจวก็ส่งเสียงคำรามลั่นและหยุดนิ่งลงในทันใด
หลังจากนั้น
ร่างกายชราก็ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นกองเถ้าถ่าน ก่อนจะจางหายไป…
ตอนนี้
บรรพบุรุษตระกูลโจวผู้เป็นถึงราชันย์เทพยุทธ์สิ้นสภาพแล้ว!
…
“เฮ้อ…”
หลังจากที่ทุกอย่างจบสิ้นลง ฉู่โม่วก็กินยาฟื้นฟูเข้าไป จากนั้นไม่นานก็สัมผัสได้ถึงพลังของยาที่ทำงานในร่างกายอย่างรวดเร็ว จึงอดถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมาไม่ได้
บรรพบุรุษตระกูลโจวเป็นชายผู้แข็งแกร่งที่เทียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์
ในแง่ของพละกำลัง ฉู่โม่วยังคงเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่หากผสานกับพรสวรรค์อื่น ๆ แล้ว มันก็เพียงพอที่จะสังหารอีกฝ่ายได้
แต่เหตุผลที่ต่อสู้กับเขาเป็นเวลานานในตอนแรกก็เพื่อให้เกิดการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่
ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งวรยุทธ์ ศัตรูบางส่วนที่เผชิญหน้ามีทั้งแข็งแกร่งเกินไปและอ่อนแอเกินไป
ชายหนุ่มไม่เคยได้สัมผัสประสบการณ์การดิ้นรนระหว่างความเป็นความตายมาจนถึงตอนนี้
และตอนนี้…
เขาได้รับสิ่งที่ต้องการและรู้สึกโล่งอกที่การต่อสู้จบลงแล้ว ราวกับว่าหลุดพ้นออกจากพันธนาการบางอย่าง ทำให้หัวใจและจิตวิญญาณกระจ่างใสยิ่งขึ้น
แม้กระทั่ง…
ค้นพบว่าความเข้าใจในกระบี่สะบั้นพันดาราพัฒนาขึ้นไปสู่อีกขั้นเสียด้วยซ้ำ
จากขั้นที่ 2 เป็นขั้นที่ 3!
“มิน่าล่ะผู้ปลุกพลังหลายคนถึงเลือกที่จะอยู่ในป่าลึกและต่อสู้กับสัตว์อสูรเพื่อพัฒนาพละกำลังของตัวเอง!”
“มันคือการต่อสู้ระหว่างความเป็นความตายจริง ๆ และเป็นเรื่องง่ายมากที่ผู้ปลุกพลังจะพัฒนากำลังขึ้นอย่างมหาศาล!”
ฉู่โม่วพึมพำ
ในตอนนี้สัมผัสได้ว่าบาดแผลทั่วร่างแทบจะฟื้นฟูจนสมบูรณ์
เขาจึงพยายามเก็บกวาดสนามรบ
แต่แล้วค้นพบว่าถุงเก็บของของบรรพบุรุษตระกูลโจวถูกเผาในเปลวเพลิงแห่งดวงอาทิคย์และกลายเป็นเถ้าถ่านไปด้วยแล้ว
มันทำให้เขารู้สึกเสียดายยิ่งนัก
บรรพบุรุษตระกูลโจวเป็นราชันย์เทพยุทธ์มาหลายต่อหลายปี เขาจะต้องมีสมบัติอยู่ในถุงเก็บของมากมายแน่ ๆ แต่ก็สูญเปล่าไปหมดแล้ว
‘น่าเสียดายจริง ๆ !’
‘ดูเหมือนว่าจะต้องระวังเวลาใช้เพลิงแห่งดวงอาทิตย์ครั้งหน้าแล้วละ!’
ฉู่โม่วคิดกับตัวเอง
หลังจากนั้น
เขาไม่ได้หยุดอยู่ที่นั่นนานนัก สักพักจึงบินขึ้นไปบนฟ้ากลายร่างเป็นลำแสง และจากไปอย่างรวดเร็ว
…
ไม่นานหลังจากที่ชายหนุ่มจากไป
ลมหายใจอันน่าสะพรึงกลัวราวกับตัวตนแห่งดวงอาทิตย์อันยิ่งใหญ่จำนวนหนึ่งก็มาถึงอย่างรวดเร็ว
และเมื่อเห็นภาพนี้ก็อ้าปากค้างด้วยความตะลึง
ในสายตาของพวกเขา
ภายในรัศมีหมื่นกิโลเมตร …พื้นดินจมลงไปหลายร้อยเมตรและเกิดเป็นหลุมขนาดมหึมา
ข้างในหลุมยังมีรอยฝ่ามือและรอยกระบี่น่าหวาดกลัวจำนวนมาก เมื่อมองลงไปจากที่สูงก็เรียกได้ว่าถูกทำลายล้างเลยทีเดียว
“ดูจากสถานการณ์ที่นี่แล้ว มันคือพลังทำลายล้างที่เกิดจากการต่อสู้ระหว่างผู้แข็งแกร่งขั้นราชันย์เทพยุทธ์สองคนอย่างแน่นอน!”
“ราชันย์เทพยุทธ์สองคนที่ต่อสู้กันที่นี่ คนหนึ่งใช้กระบี่ หรือแม้กระทั่งมีพรสวรรค์ธาตุไฟ ในขณะที่อีกคนใช้ฝ่ามือ”
“แต่… ราชันย์เทพยุทธ์คนที่ใช้ฝ่ามือถูกผู้ปลุกพลังที่ใช้กระบี่สังหาร!”
ราชันย์เทพยุทธ์หลายคนที่มาตรวจสอบเริ่มสำรวจพื้นที่ทันที
ในไม่ช้า
พวกเขาก็ได้ข้อสรุป
และในตอนนี้
ราชันย์เทพยุทธ์คนหนึ่งค้นพบบางสิ่ง สีหน้าจึงเปลี่ยนไปในทันใดและกล่าวอย่างเป็นกังวล “ดูรอยฝ่ามือยักษ์บนพื้นนี่สิ มันเหมือนการโจมตีที่โด่งดังของบรรพบุรุษตระกูลโจวรึเปล่า?”
เมื่อได้ยินดังนั้น
ผู้ปลุกพลังอีกหลายคนก็กรูกันเข้ามา
“ใช่จริง ๆ ด้วย!”
“นี่ต้องเป็นร่องรอยของฝ่ามือทลายสวรรค์แน่ ๆ !”
“นี่… หรือว่าบรรพบุรุษตระกูลโจวจะตายแล้ว!”
สีหน้าของหลายคนเปลี่ยนแปลงไปในทันใด
บรรพบุรุษแห่งตระกูลโจวมีชื่อเสียงโด่งดังมาเนิ่นนาน กลายเป็นราชันย์เทพยุทธ์เมื่อร้อยปีก่อน เขาสร้างตระกูลโจวขึ้นมาด้วยตัวเอง ภายในทั่วทั้งสุดยอดฐานจงไห่เรียกได้ว่าเขาเป็นชายที่แข็งแกร่งคนหนึ่งเลย!
พละกำลังไปถึงขั้นราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงเป็นอย่างน้อย!
แต่…
เขาถูกฆ่าแล้วจริงเหรอ?!
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น
สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างไปจากสุดยอดฐานจงไห่แค่ไม่กี่สิบกิโลเมตรเท่านั้น ด้วยความเร็วของราชันย์เทพยุทธ์ หลังจากที่สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหว พวกเขาก็จะใช้เวลาไม่นานในการมาถึงที่นี่
และเมื่อมาถึง การต่อสู้ได้หยุดลงแล้ว
นี่หมายความว่า…
ราชันย์เทพยุทธ์อีกคนหนึ่งสังหารบรรพบุรุษตระกูลโจวได้อย่างรวดเร็ว!
นี่มันพลังที่น่าสะพรึงกลัวแบบไหนกัน?
ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 4 ดาวเหรอ? หรือว่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 5 ดาว?
หรือแม้แต่……
ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาว?
เมื่อคิดได้ดังนั้น
สีหน้าของราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหลายก็เคร่งขรึมขึ้นในทันใด
“การตายของบรรพบุรุษตระกูลโจวไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย!”
“ที่สำคัญกว่านั้น มีราชันย์เทพยุทธ์ปริศนาที่ทรงพลังเข้ามาในเขตแดนของสุดยอดฐานจงไห่ พวกเราจะดูถูกเขาไม่ได้เด็ดขาด!”
“ต้องกลับไปรายงานเรื่องนี้กับวิหารราชันย์เทพยุทธ์เดี๋ยวนี้ ให้วิหารราชันย์เทพยุทธ์เป็นผู้ตัดสินใจ!”
ผู้คนทั้งหลายต่างมองหน้าและกล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน
หลังจากนั้น
พวกเขาก็กลับหลังหันตรงไปยังฐานอย่างรวดเร็ว