ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 248 การรวมตัวของเหล่าผู้มีพรสวรรค์ และความสงสัยของทุกคน
บทที่ 248 การรวมตัวของเหล่าผู้มีพรสวรรค์ และความสงสัยของทุกคน
“เร็ว! เร็วเข้า!”
“ฉันรอวันนี้มานานแล้ว ครั้งนี้แหละ ฉันจะต้องทะลวงไปให้ถึงชั้น 17 ให้ได้!”
“ฮ่า ๆ ๆ ! สมบัติล้ำค่าจ๋า ฉันมาแล้ว!”
เหล่าผู้มีพรสวรรค์กว่าสิบคนรีบขึ้นไปยืนบนแท่นหิน
ระหว่างทางที่วิ่งมานั้น ทุกคนดูจะตื่นเต้นมาก พวกเขาดูคาดหวังซะจนความเร็วในการวิ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทว่าเมื่อย่างก้าวแรกลงไป
ร่างของพวกเขาก็สั่นสะท้าน ราวกับว่าโดนแรงดึงดูดมหาศาลดึงลงไปจนแทบจะล้มหน้าทิ่มไปกับพื้น
แต่ถึงอย่างนั้น…
ยังคงไม่หยุดวิ่ง ด้วยแรงกดดันเพียงเท่านี้ทำอะไรเหล่าผู้มีพรสวรรค์ไม่ได้หรอก
เพราะฉะนั้นแล้ว พวกเขาจึงสามารถขึ้นไปถึงยังชั้น 10 ได้อย่างราบรื่น ระหว่างทางก็ได้สมบัติและกระบวนท่าหรือเคล็ดวิชากันมามากมายหลายรูปแบบ
และถึงแม้ว่าสมบัติเหล่านั้นจะเป็นถึงกระบวนท่าระดับเงินที่มีมูลค่าสูงในสายตาผู้ปลุกพลังทั่วไป แต่สำหรับพวกเขาเหล่านี้ มันไม่ใช่สิ่งที่มีค่าสูงขนาดนั้น เพราะงั้นจึงเลือกที่จะเดินหน้าต่อ
ชั้นที่ 20
สมบัติประจำชั้นนี้ยังเป็นกระบวนท่าระดับเงิน ทว่าคุณภาพของมันสูงกว่าสมบัติระดับเงินในชั้นที่ 10 มากนัก
พวกเขาเก็บสมบัติเข้าไปในถุงเก็บของและมุ่งไปยังชั้นต่อไป
ชั้นที่ 30
ความกดดันแรงกล้าเริ่มก่อตัวขึ้นในชั้นนี้
เพราะหลังจากที่เข้ามายังชั้นนี้ได้ พวกเขาจะได้รับกระบวนท่าระดับทอง
ดูเหมือนว่าผู้ปลุกพลังบางคนจะได้สิ่งล้ำค่าไปแล้ว สีหน้าของพวกเขาค่อนข้างจะพึงพอใจกันมากเลยทีเดียว
และด้วยพลังของสมบัติเหล่านั้น จึงทำให้แรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมากลับหนักแน่นขึ้นในพริบตา
หลังจากมาถึงกันที่ชั้นนี้แล้ว ช่องว่างระหว่างเหล่าผู้มีพรสวรรค์แต่ละคนก็เริ่มชัดเจนขึ้นมา บางคนจมปลักอยู่กับชั้นที่ 30 ทำให้การขึ้นไปยังชั้นต่อไปช้าลง ในขณะที่บางคนยังรักษาความเร็วไว้ได้อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งถึงชั้น 40-50
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยกัน เมื่อมาถึงชั้นที่ 40 ปลาย ๆ ถึงชั้นที่ 50 ความเร็วของผู้มีพรสวรรค์ส่วนใหญ่ก็ลดฮวบเป็นอย่างมาก
ใช่แล้ว
นี่คือธรรมชาติคัดสรร ที่คัดเอาผู้แข็งแกร่งเอาไว้
“จับตาดูฉันไว้นะ!”
ร่างของฉางจื่อเฉินพุ่งพรวดออกมาและมุ่งไปด้านหน้าต่อ
ความเร็วนั้น
ราวกับไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยตลอดทาง เขายังคงไต่ขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว
10 ชั้น!
20 ชั้น!
30 ชั้น!
40 ชั้น!
50 ชั้น!
60 ชั้น!
เพียงชั่วพริบตา คนคนนี้ก็ไปได้ไกลถึงชั้นที่ 60 เสียแล้ว
แต่พอหลังจากนั้น ความเร็วก็ตกลง
จนในท้ายที่สุด
เขามาถึงชั้นที่ 67 ก่อนจะต้องส่ายหน้ากับความเหน็ดเหนื่อยที่ต้องแบกรับนี้
มันคือขีดจำกัดที่ไม่สามารถฝ่าไปได้มากกว่านี้แล้ว ถึงแม้ว่าจะใช้ความพยายามถึงขีดสุดก็คงปีนไปได้อีกสักชั้นสองชั้น แต่หากทำแบบนั้นคงเหนื่อยเกินกว่าที่จะรักษาความมั่นคงของร่างจิตวิญญาณไว้ได้
และนี่ก็ไม่ใช่ชั้นที่ 69 ที่ควรค่าแก่การฝืนปีน
แต่เป็นชั้นที่ 67 ที่ยังเหลืออีกตั้ง 3 ชั้นกว่าจะไปถึงชั้น 70 ได้!
เขาล้มเลิกความคิดที่จะปีนต่อและหันไปนั่งขัดสมาธิ ใช้แรงกดดันมาควบแน่นจิตวิญญาณของตนขณะมองดูผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ พยายามปีนขึ้นมาแทน
และในตอนนั้น
ราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งกับลู่เฟิ่งชิงเองก็เริ่มพุ่งทะยานจากจุดเริ่มต้นขึ้นมาด้วยความเร็วประดุจสายฟ้าเช่นกัน
ท่ามกลางสายตาที่มองมา พวกเขาเห็นทั้งสองร่างนี้แทบจะทะยานออกมาคู่กันโดยไม่มีใครยอมใครเลย แถมความเร็วยังไม่ตกเลยด้วย
10 ชั้น!
20 ชั้น!
30 ชั้น!
40 ชั้น!
50 ชั้น!
60 ชั้น!
เพียงชั่วพริบตา ทั้งสองคนนั้นก็มาถึงชั้นที่ 60 กันแล้ว
แต่ก็อีหรอบเดิม
ความเร็วที่มีนั้นตกลงไปอย่างเห็นได้ชัด แรงกดดันอันมหาศาลที่อยู่ในระดับชั้นสูง ๆ นี้ ทำให้สีหน้าของทั้งสองคนแสดงออกถึงความเหนื่อยยากขึ้นมาขณะที่พยายามปีนขึ้นต่อไป
ชั้นที่ 62!
ชั้นที่ 64!
ชั้นที่ 66!
ทั้งสองปีนมาจนถึงชั้นที่ 66 พร้อมกัน
และเมื่อมาถึงชั้นนี้
ลู่เฟิ่งชิงปลดปล่อยพลังอันยิ่งใหญ่ออกมาห่อหุ้มร่างของตนเองไว้เพื่อที่จะก้าวขึ้นไปข้างหน้าอีก 3 ชั้นเพื่อเข้าไปยังชั้นที่ 70
อย่างไรก็ตาม
เพียงแค่เข้าใกล้ชั้น 70
เขาก็รู้สึกได้ว่าพลังที่ห่อหุ้มร่างตอนนี้กลับกลายเป็นขวากหนามให้ตนเอง มันทำให้จิตวิญญาณสั่นคลอนจนร่างเหมือนคลื่นสัญญาณที่ถูกแทรก
การฝืนทนมีแต่จะเพิ่มความเสี่ยง ดังนั้นจึงตัดสินใจเข้าไปหยุดอยู่ที่ชั้น 69 แทนและมองไปยังชั้นที่ 70 ด้วยสีหน้าชอกช้ำ
“อีกแค่ชั้นเดียวเท่านั้น! ถ้าไปที่ชั้น 70 ได้ ฉันก็จะได้สมบัติระดับสูงที่สุดเท่าที่มีคนเคยได้มาแล้วแท้ ๆ !”
ภายใต้เสียงถอนหายใจ แววตาของเขาดูจะเสียใจไม่น้อย
แต่เขาก็ไม่กล้าเสี่ยง… ความกดดันที่เพิ่มสูงขึ้นนี้กำลังบอกให้รู้ว่า หากฝืนก้าวต่อไป จิตวิญญาณจะถูกแทรกเสียจนไม่สามารถรักษาสภาพไว้ได้ และถ้าจิตวิญญาณไม่สามารถรักษาร่างไว้ได้ สติก็จะถูกดึงกลับไปยังโลกแห่งความจริง
หยุดอยู่ตรงนี้ก่อนจะดีกว่า
หากเทียบกับลู่เฟิ่งชิงแล้ว ราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งสามารถขึ้นมาบนชั้นนี้ได้อย่างมั่นคงกว่า แม้จะเชื่องช้าก็ตาม ทว่าจนท้ายสุด เขาก็ไปถึงขั้นที่ 70 ได้
หลังจากที่ขึ้นไปได้แล้ว…
บนใบหน้าของเขามีเหงื่อไหลเต็มไปหมด ชัดเจนเลยว่า นี่เป็นขีดจำกัดแล้วเช่นกัน
ไม่ว่าใครก็ตามมาเห็นเขาในตอนนี้ …ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หากคนคนนี้ก้าวเดินต่อไปละก็ มีโอกาสสูงมากที่จิตวิญญาณของเขาจะถูกรบกวนและกระจัดกระจายออกไป
ทว่าราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งกลับไม่ได้หยุด เขาเลือกที่จะไปข้างหน้าต่อ
คนคนนี้คือนักดาบ!
นักดาบที่แท้จริงที่ขวนขวายหาความไร้เทียมทานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะต้องเจอกับอุปสรรคอะไร เขาจะฟันฝ่ามันไปด้วยพลังของตัวเอง
ถึงแม้ว่าจะไม่มีศัตรูอยู่เบื้องหน้า หรือไม่ได้ถือดาบไว้ในมือก็ตาม
แต่มีดที่คมที่สุดก็คือตัวเขาเอง! และจะต้องฝ่าฝันอุปสรรคต่าง ๆ ด้วยลำแข้งนี้!
ซู่!
ในทันทีที่ก้าวเข้าไปยังชั้นที่ 70 คลื่นแรงกดดันมหาศาลก็โถมลงมาจากเบื้องบนราวกับว่าจะกดร่างของราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งลงไปยังพื้นดินก็มิปาน
ร่างจิตวิญญาณของเขาแสดงให้เห็นว่าจะแตกร้าวในไม่ช้านี้
“ไม่ดีแล้ว!”
“ราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งทนได้ไม่นานแน่!”
“จิตวิญญาณของเขากำลังจะหลุดไป!”
เมื่อมองไปยังสิ่งที่เกิดขึ้น เหล่าผู้ปลุกพลังหลายคนก็อุทานออกมา
ทว่าในจังหวะสำคัญเช่นนั้น
“เบิกทางสู่อนาคตซะ!”
ราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งตะโกนออกมาเสียงดัง จากนั้นคลื่นดาบจำนวนมากมายมหาศาลพลันพุ่งทะยานออกจากร่างไป ราวกับดวงหางชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่พุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้า
ด้วยคลื่นพลังที่ต้านแรงกดดันกลับไปนั้นเอง
เขาสามารถกลับมายืนได้อีกครั้ง และต้องรีบนั่งขัดสมาธิเพื่อประคองร่างตนเองไว้
ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว… จิตวิญญาณของเขายังคงอยู่!
นี่เป็นครั้งแรกที่หลังจากประคองตนเองได้แล้ว แทนที่จะรีบไปเก็บสมบัติประจำชั้น แต่เขาเลือกที่จะเหลือบตาลงไปมองอวี่เฟิงที่อยู่ชั้นล่างและตะโกนเสียงดัง “ฉันปีนขึ้นมาถึงชั้น 70 ได้แล้ว! เพราะงั้นหลังจากออกไปได้จงมาสู้กับฉันซะ!”
“แน่นอน อวี่เฟิงผู้นี้ไม่ผิดคำสัญญาอยู่แล้ว!”
อวี่เฟิงยกยิ้มมุมปาก
หลังจากนั้น ร่างของเขาก็เริ่มปีนไต่ขึ้นมาอีกครั้งด้วยความรวดเร็ว
ในฐานะผู้ที่หยิ่งผยองลำดับ 1 แห่งสุดยอดฐานตี้จิง เผลอ ๆ อาจจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งกว่าใครในบรรดาผู้ปลุกพลังรุ่นเดียวกันด้วย ดังนั้นแล้ว เขาจึงเป็นคนที่ถูกจับตามองจากผู้คนมากมายอยู่เสมอ
ท่ามกลางสายตาหลายคู่
อวี่เฟิงสวมชุดสีขาวไพล่มือไว้ด้านหลังทะยานขึ้นมา 50 ชั้นได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นค่อยลดความเร็วลง แต่ยังคงรักษาความเสถียรของจิตวิญญาณไว้ได้
ในเวลาไม่นานนัก เขาก็มาถึงชั้นที่ 70 ได้
เทียบกับราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งที่ต้องกัดฟันมาถึงชั้นนี้ อวี่เฟิงดูจะผ่อนคลายกว่านิดหน่อย สีหน้าของเขาแสดงถึงความเหน็ดเหนื่อยออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ซู่!
คลื่นพลังที่ยิ่งใหญ่ห่อหุ้มร่างของเขาเพื่อลดแรงกดดันที่เข้ามาปะทะจากเบื้องบน
ชั้นที่ 71!
ชั้นที่ 73!
ชั้นที่ 75!
อวี่เฟิงสามารถขยับขึ้นไปได้ถึงชั้นที่ 75 ในเวลาไม่นาน!
ทว่า…
ภายหลังจากชั้นที่ 75 ไปแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มรับภาระแรงกดดันหนักขึ้นมากเช่นกัน ทำให้ความเร็วในการไต่ระดับเริ่มลดลง พร้อมกับเหงื่อปริมาณมหาศาลที่เริ่มผุดพรายขึ้นบนหน้าผาก
ชั้นที่ 76!
ชั้นที่ 77!
ชั้นที่ 78!
ในที่สุด
อวี่เฟิงก็ขึ้นมาได้ถึงชั้นที่ 78 ซึ่งในตอนนั้น ทั่วทั้งหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อที่เกิดจากความเหนื่อยล้าราวกับว่าไปตากฝนมาไม่มีผิด หลังจากที่ลังเลครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ก็ตัดสินใจที่จะก้าวขึ้นไปยังชั้นที่ 79 ต่อ
ตอนนี้ชั้น 80 อยู่แค่เอื้อมแล้ว!
แต่เขาไม่สามารถไต่ขึ้นไปได้อีกต่อไป
…
“เหลียนอวี่เฟิงไม่สามารถก้าวไปถึงชั้นที่ 80 งั้นเหรอ?”
“คนคนนั้นเป็นถึงลำดับ 1 จากสุดยอดฐานตี้จิงเลยไม่ใช่เหรอ? ขนาดเขายังไม่สามารถขึ้นไปได้ งั้นก็หมายความว่าไม่มีใครในกลุ่มของพวกเราที่จะได้ของรางวัลในชั้นที่ 80 เลยใช่หรือเปล่า?”
“ฉันคิดว่าอย่างอวี่เฟิงน่าจะไปได้ถึงชั้น 80 ซะอีก ไม่คิดเลยว่าจะเป็นแบบนี้…”
“น่าเสียดายจัง อีกแค่ก้าวเดียวเอง!”
“อันที่จริงนี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ยังไงซะแรงกดดันตลอดหลายชั้นมานี้ก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าด้วย เพราะงั้นแค่ชั้น 70 น่าจะทำให้พวกเราทุกคนเหนื่อยหอบกันแล้ว การที่ขึ้นไปถึงชั้น 79 ได้ อวี่เฟิงต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกัน? ขนาดราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งยังไปได้แค่ชั้น 70 เอง!”
“ใช่แล้ว!”
“ทั้งสองคนนั้นอยู่คนละระดับกับพวกเราเลย!”
กลุ่มของผู้ปลุกพลังพากันพูดคุย
…
“ดูท่าว่าการทดสอบของหอคอยดารารุ่ง ที่นี่จะเป็นการทดสอบความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณของผู้ปลุกพลังสินะ”
“แบบนี้ฉันก็ได้เปรียบสิ!”
หลังจากสังเกตสถานการณ์มาพักหนึ่ง ฉู่โม่วก็คิดกับตนเอง
เขามีทั้งแสงสวรรค์ต้าเหยี่ยนและกระบวนท่าฝึกวิญญาณจิตสังหาร และแม้ว่าทั้งสองสิ่งนี้จะไม่ได้ช่วยขัดเกลาจิตวิญญาณโดยตรง แต่ก็เป็นการเสริมพลังให้กับปฐมวิญญาณและพัฒนาพลังจิตวิญญาณ
และทั้งพลังจิตวิญญาณกับปฐมวิญญาณนั้นเกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณในตอนนี้
ด้วยการที่ฉู่โม่วฝึกฝนทั้งสองกระบวนท่าไปจนถึงขั้นที่ 3 ได้แล้ว นั่นหมายถึง จิตวิญญาณของเขาได้เติบโตและแข็งแกร่งจนน่าหวาดกลัว และด้วยเหตุนี้ ต่อให้เป็นถึงผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์ก็ไม่อาจมีพลังจิตวิญญาณแข็งแกร่งเทียบเท่าเขาได้
คิดได้เช่นนั้น
ฉู่โม่วเลิกที่จะลังเลแล้วเดินตรงไปข้างหน้า
ในทันทีที่เข้าไปถึงที่ชั้น 1 เขาก็ตระหนักได้ถึงแรงกดดันอันหนักอึ้งปะทะเข้ากับใบหน้า
ทว่าเพียงระดับนี้ ไม่ได้ทำให้รู้สึกหนักหนาอะไรนัก เผลอ ๆ แทบจะไม่ได้รู้สึกเลยว่ามันเป็นแรงกดดัน ดังนั้นแล้วเพียงแค่ชั่วพริบตา ฉู่โม่วก็ขึ้นไปถึงชั้นที่ 10 ได้
ฟุ่บ!
ด้วยพลังจิตสัมผัส เขาพบภาพสามมิติที่ลอยอยู่เบื้องหน้าสามภาพ
แสดงถึงสามทางเลือกคือ…
กระบวนท่าระดับเงิน
วิชาฝึกฝนระดับเงิน
สมบัติระดับเงิน
เขาต้องเลือกหนึ่งในสามสิ่งนี้!
สำหรับเขาแล้ว สมบัติระดับเงินไม่ได้อยู่ในสายตาแล้วในตอนนี้ เพราะงั้น จึงหันไปเลือกทางด้านกระบวนท่าระดับเงินที่น่าจะพอมีประโยชน์ที่สุด
ภาพสามมิตินั้นหายไป
จากนั้นข้อมูลของกระบวนท่าดังกล่าวก็ปรากฏขึ้น
หลังจากที่ทำความเข้าใจกับสิ่งนี้อยู่ครู่หนึ่ง ฉู่โม่วไม่หยุดและเดินหน้าไต่ขึ้นชั้นต่อไป
ชั้นที่ 20
ชายหนุ่มเลือกสมบัติระดับเงินที่ชื่อว่า ‘บุปผาหมาป่าเงิน’ ที่สามารถช่วยให้ผู้ปลุกพลังดูดกลืนพลังจากเลือดสัตว์อสูรได้เร็วขึ้นราว 20%
เขาเก็บมันลงไปในมิติพกพาแล้วเดินหน้าต่อ
ชั้นที่ 30
ฉู่โม่วเลือกกระบวนท่ากระบี่ระดับทอง ที่ชื่อว่า ‘เพลงกระบี่พรางจันทรา’ ที่ซึ่งดูจะค่อนข้างเหมาะสมกับลูกศิษย์ของเขาอย่างหลี่โย่วเวยไม่น้อย จากนั้นจึงเก็บมันใส่มิติพกพาไป
ชั้นที่ 40
เขาเลือกสมบัติระดับทอง ที่ชื่อว่าวสันต์นพเคราะห์ที่มีความสามารถในการเพิ่มความทนทานของจุดตันเถียน ภายในสุดยอดฐานจงไห่นั้น เป็นสมบัติที่มีราคาสูงมากประมาณ 100 ล้านหินปฐมกาลระดับต่ำ
หลังจากคิดใคร่ครวญก็ไต่ขึ้นไปข้างบนต่อ
ไม่นานนักก็มาถึงชั้นที่ 50
ในตอนนี้ เริ่มมีผู้ปลุกพลังหลายคนเห็นการมาของฉู่โม่วแล้ว พวกเขาจึงรีบหันไปมอง
อนึ่ง…
แม้เขาจะไม่ได้ไต่ขึ้นมาเร็วเท่าอวี่เฟิง ราชันย์ยุทธ์จันทราคลั่งหรือฉางจื่อเฉิน แต่ทุกการก้าวล้วนมีความมั่นคง ไม่ช้าและไม่เร็วจนเกินไป แถมยังดูผ่อนคลายอีกต่างหาก
และสำคัญที่สุด
หากดูจากภายนอกของฉู่โม่ว เขาเป็นเพียงราชันย์ยุทธ์ระดับต้นเท่านั้น แต่ตอนนี้กลับขึ้นมายังชั้น 50 ได้อย่างง่ายดาย
ในขณะที่ราชันย์ยุทธ์ระดับสูงคนอื่น ๆ ยังต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะผ่าน 40 ชั้นก่อนหน้ามาได้!
ด้วยสิ่งที่เห็นนี้
ทำให้ตระหนักได้ว่าฉู่โม่วไม่ธรรมดา
และภายใต้ความตะลึงงัน ผู้ปลุกพลังส่วนหนึ่งเพิ่งสังเกตเห็นว่าเขาเป็นเพียงราชันย์ยุทธ์ระดับต้นเท่านั้น!
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?”
“ทำไมสุดยอดฐานจงไห่ถึงส่งผู้ปลุกพลังที่มีพลังแค่ขั้นราชันย์ยุทธ์ระดับต้นมาที่นี่ล่ะ?”
“เป็นไปได้เหรอว่าสุดยอดฐานจงไห่จะไม่มีผู้มีพรสวรรค์คนอื่นแล้ว!?”
ฉับพลัน… ความสงสัยก็เกิดขึ้น!