ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 349 ผู้ปลุกพลังผู้เกรี้ยวกราดแห่งเกาะซากุระ และ กลับสู่ฐานจงไห่!
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 349 ผู้ปลุกพลังผู้เกรี้ยวกราดแห่งเกาะซากุระ และ กลับสู่ฐานจงไห่!
บทที่ 349 ผู้ปลุกพลังผู้เกรี้ยวกราดแห่งเกาะซากุระ และ กลับสู่ฐานจงไห่!
ในการออกสำรวจของฉู่โม่วครั้งนี้
แรกเริ่มเดิมที เขาออกสำรวจเขตแดนลับกับราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งและได้รับสมบัติ รวมไปถึงของล้ำค่าที่ตกทอดจากสำนักวิถีอากาศมาอย่างมากมาย อีกทั้งยังได้ฝึกกระบวนท่าลับเบิกนภา ซึ่งสามารถเปิดสวรรค์และโลกได้ภายในฝ่ามือเดียว
ต่อมา เขาจัดการกับต้นซากุระสวรรค์และรีดเค้นน้ำเลี้ยงของมัน สิ่งที่ทำให้พลังพรสวรรค์ของเขาก้าวหน้าไปประหนึ่งพลิกฟ้ากลับแผ่นดิน
สำหรับฉู่โม่วในตอนนี้
หากเทียบกับเมื่อก่อน ก็ต้องบอกว่าแตกต่างจากเดิมอย่างมาก
‘ออกจากบ้านมานานมาแล้ว ได้เวลากลับแล้วสินะ!’
‘แค่ทำใจให้สบาย และก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยพลังกายภาพล้านพลังมังกร!’
คิดได้เช่นนั้น
ฉู่โม่วสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหยัดตัวขึ้น
หลักจากเดินออกมาจากถ้ำ เขายังจำทิศทางของสุดยอดฐานจงไห่ได้ดี ฉู่โม่วพาตัวเองลอยขึ้นไปเหนืออากาศ ก่อนจะหายลับไปจากที่แห่งนั้น
…
เมื่อฉู่โม่วกลับไปถึงสุดยอดฐานจงไห่
ในยามนั้น บนเกาะซากุระบังเกิดพายุปั่นป่วนขึ้นเพราะต้นซากุระสวรรค์หายไป
ผู้ปลุกพลังภายในฐานบางคนที่ยังเหลือรอด เร่งเดินทางไปยังฐานที่มั่นโดยรอบเพื่อกระจายข่าว
ครั้นเมื่อเหล่าราชันย์เทพยุทธ์ได้ทราบเรื่องก็ต่างมีท่าทีวิตก
ต้นซากุระนั้นเป็นสมบัติวิเศษ และเป็นปัจจัยสำคัญในการอยู่รอดของผู้ปลุกพลังทุกคนบนเกาะซากุระ มันช่วยให้พวกเขามีพัฒนาการที่รวดเร็วยิ่งขึ้นท่ามกลางอันตรายจากทะเลที่โอบล้อม
ทว่าตอนนี้
ต้นซากุระได้หายไปแล้ว!
สำหรับผู้ปลุกพลังบนเกาะซากุระ สิ่งนี้เรียกได้ว่าเป็นหายนะที่แท้จริง!
“เมื่อกี้บอกว่าไงนะ?!”
ณ สุดยอดฐานเมอิโกะ
ชายผู้เป็นราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวทรุดนั่ง หลังจากได้รับรายงาน สีหน้าของเขาจากที่สงบนิ่งพลันซีดเผือด
“ผู้อาวุโสคาซึโอะ ยากิว!”
เห็นเช่นนั้น ผู้ปลุกพลังระดับราชันย์เทพยุทธ์ทั่วไปทั้งสองคนต่างรีบรุดเข้าไปประคองแขน!
“ฉันอยากอยู่คนเดียว!”
ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาว คาซึโอะ ยากิวแทบประคองตัวเองไว้ไม่อยู่ ดวงหน้าไร้สีสันของเขาเด่นชัด “ไปซะ!”
“ส่งสาสน์ไปถึงผู้ปลุกพลังระดับราชันย์เทพยุทธ์ทุกคนบนเกาะ ให้พวกเขาไปที่ฐานซากุระทันที!”
“และอีกเรื่องหนึ่ง…”
“ส่งข้อความถึงท่านโทโยโตมิ อิตโต้ ขอให้เขากลับมาพร้อมราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหมดทันที!”
โทโยโตมิ อิตโต้เป็นราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวที่อาวุโสที่สุด ตอนนี้เขากำลังนำกลุ่มคนออกสำรวจเขตแดนลับ
“ครับ”
ผู้รับคำสั่งรู้ดีถึงความร้ายแรงของสถานการณ์เบื้องหน้า พวกเขาทั้งสองจึงรีบทำตามคำบัญชาโดยไม่รอช้า
หลังจากที่พวกเขาออกไป
คาซูโอะ ยากิวยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เนิ่นนานกว่าสติสัมปชัญญะที่กระเจิงไปจะกลับคืนสู่จิตใจ
ครู่หนึ่งใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยโทสะเดือดดาล หากไม่นานก็เหลือเพียงความตระหนก พลางกระซิบกับตัวเองอย่างแผ่วเบา “วันเวลาที่พระเจ้าได้ประทานต้นซากุระมาให้เกาะแห่งนี้… มันจบลงแล้วอย่างนั้นเหรอ!”
…
หลังจากผ่านไปครึ่งวัน
ราชันย์เทพยุทธ์ทุกคนบนเกาะซากุระรับรู้ถึงข่าวคราว พวกเขารุดหน้ามายังฐานซากุระทันที
แม้แต่กลุ่มของโทโยโตมิ อิตโต้ก็กลับมาทั้งหมด
ดังนั้นแล้ว ในยามนี้ที่นี่จึงเต็มไปด้วยราชันย์เทพยุทธ์จำนวนมากกว่าร้อยห้าสิบคนกำลังรวมตัวกัน
ครั้นเมื่อพวกเขาทอดมองไปยังฐานซากุระที่หลงเหลือเพียงซากปรักหักพัง ดวงตานับร้อยคู่มีเพียงความเศร้าโศกยากจะเอ่ย
“ต้นซากุระสวรรค์หายไป!”
“ใคร! ใครมันกล้าขโมยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเราไป!”
โทโยโตมิคำรามเสียงกึกก้อง ประหนึ่งอสนีบาตสาดลงมายังแผ่นดินเกาะซากุระ
“ไม่ทราบเลยครับ พวกเราเห็นมันไม่ชัด!”
ผู้ปลุกพลังระดับราชันย์ยุทธ์ที่เหลือรอดกล่าวด้วยน้ำเสียงตระหนก “คนที่ขโมยต้นซากุระไปนั้นแข็งแกร่งมาก ท่านผู้อาวุโสมัตสึชิตะ เซ็นเคเป็นผู้ที่พยายามหยุดมันเอาไว้ ทว่ามันก็ฟันเขาตายทันที… จากนั้นก็มีราชันย์เทพยุทธ์และผู้ปลุกพลังของเราอีกราว ๆ ยี่สิบคนเข้ามาสมทบ แต่พวกเขาก็ถูกตัดหัวในพริบตาเดียว แม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวก็ต้านทานกระบี่ของมันไม่อยู่!”
“แม้แต่ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวก็ต้านทานกระบี่ไม่ได้!”
“สามารถตัดหัวราชันย์เทพยุทธ์ยี่สิบคนได้ในพริบตา!”
นี่มันค่อนข้างจะเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
หากเป็นเช่นนี้ ก็หมายความว่าหัวขโมยผู้นั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวเสียอีก?
กระนั้น เมื่อพินิจยังสายตาท่าทางของผู้เล่า เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้โกหกแม้แต่น้อย นี่หมายความว่าโจรขโมยต้นซากุระสวรรค์นี้ทรงพลังยิ่งกว่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวจริง ๆ!
คิดได้เช่นนั้น
ท่าทีของราชันย์เทพยุทธ์ทั่วไปแปรเปลี่ยนจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
“ฉันรู้ว่าพวกคุณทุกคนคิดอะไรกันอยู่!”
“แต่อย่าลืมว่าต้นซากุระนั้นเป็นเสมือนลมหายใจของเกาะผืนนี้ เมื่อตอนนี้มันหายไป พวกเราก็ไม่อาจจะพัฒนาระดับความสามารถของตนได้อีกในอนาคต ถ้าขืนปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป สิ่งที่รอเราอยู่ก็คือความพินาศ!”
“ดังนั้น ไม่ว่ามันจะเป็นใครหรือฝึกฝนมาแบบไหน เราจะต้องหาตัวมันให้เจอแล้วเอาต้นซากุระกลับคืนมา!”
เมื่อเห็นว่าราชันย์เทพยุทธ์หลายคนมีท่าทางถอดใจ โทโยโตมิ อิตโต้ก็ตะโกนขึ้นอย่างเคร่งขรึม
สิ้นคำพูด
ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวที่อยู่ข้างเคียง เขามีสีหน้าอ่อนโยนลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย “เองูจิคุง ใช้พลังพรสวรรค์ของคุณในการตามหาคนที่ขโมยต้นซากุระสวรรค์ไปจากเรา!”
“รับทราบครับ”
ชายชรารับคำสั่งและยืนขึ้นทันที
เมื่อเขาเริ่มใช้พรสวรรค์ พื้นที่โดยรอบพลันเกิดความผันผวน ทันใดนั้นจุดแสงระเรื่อก็ลอยขึ้นจากศพที่กระจัดกระจายรอบฐานซากุระ พวกมันก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของคนผู้หนึ่งที่ลอยอยู่กลางอากาศ
“เป็นชายหนุ่ม!”
“ดูท่าทางจะเป็นคนในเกาะซากุระของเรา!”
“อาจจะเป็นชาวตงเสวียนก็ได้ คนพวกนั้นมีสีผิวเหมือนเรา!”
“ไม่น่าจะเป็นไปได้แน่ ชาวตงเสวียนอยู่ไกลออกไปมาก ผู้ปลุกพลังของพวกเขาจะข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลขนาดนี้ได้จริง ๆ เหรอ”
บรรดาราชันย์เทพยุทธ์เริ่มจับกลุ่มคุยกัน
สำหรับโทโยโตมิ อิตโต้ เขาจ้องมองร่างจำแลงนั่นไม่วางตา นัยน์ตาขึ้นสีแดงก่ำคล้ายสลักภาพชายผู้นั้นลงในความคั่งแค้น
ไม่นานจากนั้น
เขาพูดด้วยเสียงแหบพร่า “พวกคุณทุกคน ตอนนี้ทุกคนก็ได้รู้แล้วว่าหน้าตาของไอ้สารเลวนี่เป็นยังไง ไม่ว่ามันจะเป็นใครมาจากไหน เราจะตามหามันให้เจอจงได้!”
“ครับ”
เหล่าราชันย์เทพยุทธ์พยักหน้าพร้อมเพรียงกัน
ผ่านไปครู่หนึ่ง
พวกเขาต่างแยกย้ายกันเพื่อทำตามเป้าหมาย
ถึงอย่างนั้น ความพยายามของพวกเขาเห็นทีจะไร้ประโยชน์
เนื่องจากในขณะที่พวกเขากำลังปูพรมค้นหา ฉู่โม่วก็ได้ข้ามทะเลและกลับมาถึงชายฝั่งแล้ว
หลังจากข้ามแนวป้องกันชายฝั่ง ฉู่โม่วไม่ได้หยุดพัก เขาเดินทางต่อเนื่องครึ่งชั่วโมงจนมาถึงสุดยอดฐานจงไห่
การเดินทางนี้กินเวลาถึงครึ่งปี
เมื่อเห็นสุดยอดฐานอีกครั้ง ฉู่โม่วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขาผ่อนคลายลงเล็กน้อย
ฉู่โม่วกลับถึงคฤหาสน์ในย่านรุ่งอรุณด้วยระยะเวลาที่ไม่ช้านัก
ทันทีที่สาวเท้าเข้าไปในบ้าน
เขามองเห็นเฉินซีเวยกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ภายในห้องนั่งเล่น
ภาพของสตรีดวงหน้างดงามนั่งเพียงลำพังสะท้อนสู่ห้วงจิต ช่างสงบเงียบและเดียวดาย ประหนึ่งดอกบัวหิมะชูช่อโดดเดี่ยวกลางหุบเขา อ้างว้างและเหน็บหนาวเกินพรรณนา
ยิ่งสามีทำเรื่องเลวร้าย สวรรค์ยิ่งบันดาลให้ภริยาทุกข์ทน
ตอนนั้นเอง เฉินซีเวยได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว เธอเอี้ยวศีรษะไปตามสัญชาตญาณ ครั้นเห็นว่าเบื้องหน้าคือฉู่โม่ว รอยยิ้มน้อย ๆ ก็ผลิบนใบหน้าสะสวย
…
…