ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 351 ข่าวคราวของราชันย์เทพยุทธ์แท้จริง และ เทือกเขาทิวสมุทร
บทที่ 351 ข่าวคราวของราชันย์เทพยุทธ์แท้จริง และ เทือกเขาทิวสมุทร
เจ้าของตำหนักวิทยายุทธ์ คือราชันย์เทพยุทธ์แท้จริง เขากำลังตรวจสอบภายในร้าน แต่หลังจากที่ได้ยินเรื่องการมาถึงของฉู่โม่ว… ผู้สืบทอดที่แท้จริงของวิหารราชันย์เทพยุทธ์ เขาก็ไม่รอช้าและมาทักทายชายหนุ่มทันที
“ฉันก็สงสัยว่าทำไมวันนี้มาตำหนักวิทยายุทธ์แล้วอารมณ์ดี เพราะฉันมีลางสังหรณ์ว่าผู้สืบทอดฉู่โม่วจะมานี่เอง!”
ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าตำหนักนี่ตลกจริง ๆ ผมแค่มีเรื่องจะมารบกวนน่ะครับ ดีแล้วที่เจ้าตำหนักยังไม่เบื่อไปก่อน!”
ฉู่โม่วกล่าวอย่างสุภาพและโค้งคำนับ
“อะไรกัน ผู้สืบทอดฉู่น่ะมาหาฉันได้อยู่แล้ว เป็นเกียรติแก่ตำหนักวิทยายุทธ์ของฉันซะด้วยซ้ำ!”
ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงยิ้มกว้างและไม่ปล่อยให้บทสนทนาขาดช่วง
แม้ว่าฉู่โม่วจะเป็นเพียงราชันย์ยุทธ์และไม่อาจเทียบเคียงระดับขั้นกับเขาได้ แต่พรสวรรค์ของฉู่โม่วก็ไม่ธรรมดาเลย เขามีพละกำลังเทียบเท่ากับราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาว แล้วยังถูกเชิญเข้าสู่วิหารราชันย์เทพยุทธ์อีกด้วย
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น
ฉู่โม่วมีพื้นที่ให้พัฒนาได้อีก หากพูดถึงอนาคตจริง ๆ เขามีอนาคตที่สว่างไสวยิ่งกว่ามาก ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงจึงเคารพฉู่โม่วเป็นอย่างมากและไม่กล้าปฏิเสธเขาแม้แต่น้อย
ทั้งสองพูดคุยกันที่ประตู แล้วราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงก็ต้อนรับฉู่โม่วเข้ามาข้างในร้าน
หลังจากที่ทั้งสองนั่งลง บริกรก็เข้ามาเสิร์ฟน้ำชาและออกไปเงียบ ๆ
ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงจิบน้ำชาและเอ่ยถาม “คราวนี้น้องฉู่มาที่นี่มีอะไรเหรอ?”
“คือว่า…”
ฉู่โม่ววางแก้วน้ำชาลงและอธิบายจุดประสงค์ที่เดินทางมา
หลังจากได้ยินคำบอกเล่าของฉู่โม่ว ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าว “พวกเรามีเหมืองอยู่ที่นี่แต่ก็เริ่มขุดไปหมดแล้ว พวกมันถูกขุดไปครึ่งทางหรือไม่ก็ปลายทางแล้ว ถ้าน้องฉู่ไม่ว่าอะไรจะรับต่อไปก็ได้”
“ไม่มีเหมืองใหม่เลยเหรอครับ?”
ฉู่โม่วขมวดคิ้วและถาม
เหมืองที่ถูกขุดไปจนถึงครึ่งทางหรือปลายทางนั้นสูญเสียความสามารถในการฟื้นฟูหินปฐมกาลไปจนหมดแล้ว
“ก็มี แต่มัน แต่…”
ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงลังเล
“แต่อะไรเหรอครับ?”
ฉู่โม่วรีบถาม
“แต่พวกเรายังไม่ได้สำรวจเหมืองพวกนั้นและไม่รู้ว่ามีเหมืองหินปฐมกาลอยู่บ้างไหม” ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงตอบ
“ทำไมล่ะ?”
ฉู่โม่วสงสัย
“ตั้งแต่การก่อตั้งสุดยอดฐานจงไห่ ตำหนักวิทยายุทธ์ก็ทำการขุดเหมืองในบริเวณโดยรอบสุดยอดฐานจงไห่แปดแสนกิโลเมตรมาเป็นเวลามากกว่า 100 ปี และขุดหินปฐมกาลขึ้นมาแทบหมดแล้ว เหมืองพวกนั้นถ้าไม่ได้ถูกขุดไปแล้วก็อยู่ในครึ่งทางหรือปลายทางของการขุด ตอนนี้พวกเราเลยพยายามสำรวจพื้นที่นอกเหนือจากแปดแสนกิโลเมตรออกไป”
“ไม่นานก่อนหน้านี้พวกเราเจอพื้นที่ที่อาจมีเหมืองก่อตัวขึ้น แต่ก็มีหมอกพิษหนาและสัตว์อสูรจำนวนมาก ทำให้การสำรวจยากลำบากและมีกลุ่มสำรวจมากมายติดอยู่ข้างใน พวกเรายังอยู่ระหว่างการสำรวจ เลยไม่รู้ว่ามีเหมืองอยู่ที่ไหนจำนวนเท่าไหร่บ้าง”
“เพราะงั้น…”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงก็หันไปมองฉู่โม่วและกล่าวด้วยความรู้สึกผิด “น้องฉู่ ถ้าคุณอยากตามหาเหมืองหินปฐมกาล คุณก็ไปสำรวจด้วยตัวเองได้เลย!”
เมื่อได้ยินดังนั้น
ฉู่โม่วก็พยักหน้า “พอจะมีแผนที่ไหมครับ?”
“มีสิ แต่แค่ในพื้นที่ทั่วไปนะ”
ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงดึงแผนที่ออกมาจากถุงเก็บของ ฉู่โม่วรับมันมาและเห็นว่ามันตั้งอยู่ห่างออกไปจากฐานจงไห่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราวหนึ่งล้านกิโลเมตร ตามที่วาดไว้ในแผนที่ มันเป็นเทือกเขาใกล้ชายฝั่ง
“ขอบคุณนะครับ!”
ฉู่โม่วมองดูมันคร่าว ๆ และกล่าวขอบคุณ
ถึงจะไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับเหมืองหินปฐมกาล การมีแผนที่นี้ก็สำคัญกับฉู่โม่วมาก อย่างไรแล้ว ถ้าเขาต้องตามหามันด้วยตัวเองก็มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเขาจะเจอมันเมื่อไร
“ด้วยความยินดี ยังไงซะพวกมันก็เป็นแค่เหมืองที่เราไม่รู้จัก ตอนนี้พวกเราสำรวจมันไม่ได้ด้วยซ้ำ ในเมื่อพวกเราช่วยน้องฉู่ได้ แค่นั้นก็ดีแล้ว”
“อีกอย่าง… น้องชาย ฉันมีเรื่องหนึ่งอยากจะขอน่ะ”
ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงหันมาและกล่าว
“ไม่มีปัญหาเลยเจ้าตำหนัก”
ฉู่โม่วกล่าวโดยไม่ลังเล
“คือว่า…”
ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงกล่าว “เพราะมันเป็นพื้นที่พิเศษ กลุ่มสำรวจของพวกเราเลยติดอยู่ข้างในสี่ครั้งติดกัน ตอนนี้พวกเราขาดกำลังคนอย่างหนัก พอน้องฉู่เข้าไปสำรวจ ถ้าเจอผู้ปลุกพลังในกลุ่มสำรวจของพวกเราก็ช่วยพวกเขาไว้ด้วยนะ!”
“แน่นอนครับ”
ฉู่โม่วตอบตกลงทันทีโดยไม่แม้แต่จะคิด
“ขอบคุณนะน้องฉู่… ไม่ว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ น้องฉู่ก็ตอบตกลงแล้ว!”
ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ
หลังจากนั้น
ทั้งสองก็พูดคุยกันอีก
ฉู่โม่วตั้งใจจะบอกลา
แต่ก่อนจะจากไป
“อ้อ… น้องฉู่ ฉันลืมบอกคุณไปอย่างหนึ่ง”
ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงพลันนึกบางอย่างขึ้นได้และรีบเรียกเขาไว้
“อะไรเหรอครับ?”
ฉู่โม่วถามด้วยความประหลาดใจ
“ตอนที่ตำหนักวิทยายุทธ์ส่งคนเข้าไปสำรวจ พวกเราค้นพบว่ามนุษย์ถ้ำเองก็หมายตาพื้นที่นี้อยู่ ถึงพวกเราจะถูกหมอกพิษและสัตว์อสูรขัดขวางไว้ กลุ่มคนใต้ดินพวกนั้นก็ต้องมีวิธีจัดการแน่ ถ้าน้องฉู่ไปเจอเข้าก็ระวังตัวด้วยล่ะ”
ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงเตือน
“เข้าใจแล้ว ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะครับราชันย์เทพยุทธ์แท้จริง”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่โม่วก็พยักหน้าอย่างจริงจัง
ฉู่โม่วเข้าใจความเป็นจริงว่าผู้คนที่ไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกันก็ย่อมมีจิตใจที่ต่างออกไป
…
เมื่อออกมาจากตำหนักวิทยายุทธ์
ฉู่โม่วก็ไม่รอช้าและบินตรงไปยังทิศตะวันตกเฉียงเหนือของฐานตามที่ระบุไว้บนแผนที่
ตามที่แผนที่เขียนไว้ จุดหมายของที่นี่คือเทือกเขาทิวสมุทร
ก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก ภูเขาไห่อันที่เคยกินพื้นที่เพียงราวหนึ่งกิโลเมตรก็ขยายใหญ่ขึ้นหลายพันเท่าและกลายเป็นเทือกเขาที่ยาวกว่าหลายหมื่นกิโลเมตร
บนเทือกเขาเหล่านี้ ยอดของพวกมันเรียงสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ มีป่าทึบอยู่ทั่วทุกหนแห่งและสัตว์อสูรจำนวนมากคืบคลานอยู่โดยรอบ
นอกจากนี้
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลมทะเลที่พัดเข้ามาใกล้ชายฝั่งหรือเหตุผลอื่น ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก ทั่วทั้งเทือกเขาทิวสมุทรก็ค่อย ๆ ปกคลุมไปด้วยหมอกพิษลึกลับและมีกลิ่นอบอวล
หมอกพิษล่องหนแบบนี้มักจะทำให้คนถูกหลอกเมื่อไม่ทันระมัดระวังตัว จนถึงตอนนั้น ผู้คนจะเสียสติและค่อย ๆ จมดิ่งลงไป และหากไม่ติดอยู่ข้างในก็จะถูกสัตว์อสูรกิน
ครั้งหนึ่งเคยมีผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์บังเอิญเข้าไปที่นั่น แต่ก็ไม่เคยกลับออกมาอีกเลย
ตั้งแต่นั้นมา เทือกเขาทิวสมุทรก็ค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่ต้องห้ามที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไป
หลังจากนั้นไม่นาน
ด้วยกระบวนท่าชั่วลัดนิ้วมือ ฉู่โม่วเดินทางผ่านระยะหนึ่งล้านกิโลเมตรและเข้ามาใกล้เทือกเขาทิวสมุทรแล้ว
เมื่อก้มลงมองจากบนท้องฟ้า
เทือกเขาเรียงติดกันอย่างหนาแน่น แม้แต่แสงอาทิตย์ก็ส่องลงไปไม่ถึงทำให้มันดูหมองหม่นยิ่งนัก ประกอบด้วยเสียงเห่าหอนของสัตว์อสูรมากมายจากทั่วทุกทิศทาง ทำให้เทือกเขาทิวสมุทรดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเก่า
แต่ฉู่โม่วก็ไม่หวาดกลัวแต่อย่างใด
เขาขยายจิตสัมผัสออกไปหลายหมื่นกิโลเมตรโดยรอบและปกคลุมทั่วทั้งเทือกเขา
สถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอยู่ในทะเลจิตใจของฉู่โม่ว
‘มีเหมืองอยู่ที่นี่เยอะเลย!’
หลังจากที่ตรวจสอบอย่างละเอียด ฉู่โม่วก็พบว่ามีกระแสพลังชีวิตแปรปรวนจาง ๆ มาจากทั่วทั้งเทือกเขา ซึ่งพวกมันคล้ายกับรัศมีของเหมืองหินปฐมกาลมากทีเดียว
การค้นพบนี้ทำให้ฉู่โม่วพึงพอใจเป็นอย่างมาก
แต่แล้ว
เขาก็ขมวดคิ้วแน่น