ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 384 ผู้คนบาดเจ็บล้มตายกว่าสามสิบล้านคน และสถานการณ์วิกฤตขั้นร้ายแรง!
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 384 ผู้คนบาดเจ็บล้มตายกว่าสามสิบล้านคน และสถานการณ์วิกฤตขั้นร้ายแรง!
บทที่ 384 ผู้คนบาดเจ็บล้มตายกว่าสามสิบล้านคน และสถานการณ์วิกฤตขั้นร้ายแรง!
ณ วิหารราชันย์เทพยุทธ์
ราชันย์เทพยุทธ์ดับดารา ราชันย์เทพยุทธ์มังกร ราชันย์เทพยุทธ์แท้จริง ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง ราชันย์เทพยุทธ์ธารดารา
และคนอื่น ๆ ต่างก็รีบบินมาทันที หลังจากได้รับคำสั่งเรียกประชุม
เมื่อได้ยินคำพูดของราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง ทั้งหมดต่างผงะลุกขึ้นยืนด้วยอาการตกใจ พร้อมสีหน้าที่หวาดหวั่น
พวกเขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง จึงอ่านข้อความซ้ำทีละคำ ก่อนที่ดวงตาจะแข็งค้างไปในที่สุด
“เฮ้อ!”
“มันเป็นไปได้ยังไงกัน?!”
“ตั้งแต่มีการสร้างแนวกำแพงป้องกันชายฝั่ง ก็ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงมานานหลายทศวรรษ เรียกได้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยจะถูกกว่า แล้ว จู่ ๆ ฐานจะถูกบุกยึดได้ยังไง!”
“กองทัพสัตว์อสูรทะเลจะสามารถบุกเข้ามาในแผ่นดินใหญ่ได้ยังไงโดยไม่มีใครสังเกตเห็น มิหนำซ้ำ ยังเล็ดลอดสายตาไปยึดฐานต่าง ๆ มากกว่าสิบฐานติดต่อกัน จนแม้แต่สุดยอดฐานซูฮั่งยังถูกยึด!”
“ปะ… เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด!”
“ช่วงเวลาที่ฐานพวกนั้นโดนบุกยึด เหตุใดเราจึงไม่ได้รับข่าวสารอะไรแจ้งล่วงหน้าเลยล่ะครับ!”
“แม้สุดยอดฐานซูฮั่งจะไม่ได้มีราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด แต่ก็ยังมีราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวอีกหลายคน มิหนำซ้ำยังมีตัวตนที่ก้าวเข้าสู่ระดับ 9 ดาวมานาน จนอยู่ห่างจากจุดสูงสุดของราชันย์เทพยุทธ์เพียงก้าวเดียว จึงยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะตายในการต่อสู้อย่างง่ายดายเช่นนี้!”
“ไร้สาระ มันไร้สาระสิ้นดี!”
“ฉันไม่มีวันเชื่ออย่างเด็ดขาด!”
ราชันย์เทพยุทธ์หลายคนสนทนาโต้ตอบกันอย่างเคร่งเครียด มีการหยิบยกข้อสังเกตขึ้นมามากมาย จนเผลอสบถออกมาเป็นครั้งคราว
พวกเขาต่างไม่มีใครเชื่อถึงเนื้อความในข่าว
“ฉันรู้ว่าพวกคุณทุกคนเชื่อแบบนั้นจริง ๆ อันที่จริงฉันก็เชื่อเช่นกัน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาถกกันเรื่องนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการค้นหาว่าสถานการณ์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร หากสถานการณ์ที่สุดยอดฐานซูฮั่งประสบสาหัสร้ายแรงถึงขนาดนั้นจริง ๆ หากเป็นเช่นนั้น สุดยอดฐานจงไห่ของเราก็จะเป็นรายต่อไปที่ต้องเผชิญกับเคราะห์ร้ายครั้งใหญ่นี้!”
“ดังนั้นตอนนี้พวกเราต้องรู้ให้แน่ชัดเสียก่อน!”
ท่ามกลางความวุ่นวาย ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางจึงพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “อย่างแรก ส่งคนไปตรวจสอบสถานการณ์รอบ ๆ สุดยอดฐานซูฮั่งก่อน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนของข่าวนี้!”
“ประการที่สอง สุดยอดฐานจงไห่ของเราจะประกาศใช้กฎอัยการศึกอย่างเต็มรูปแบบเพื่อเข้าสู่ภาวะสงครามทันที”
“สั่งให้เปิดแนวรบขนาดใหญ่อย่างเต็มที่ เพิ่มยามลาดตระเวนรอบ ๆ ฐาน ในขณะเดียวกัน ออกคำสั่งให้คัดเกณฑ์ผู้ปลุกพลังเข้ากองกำลังอย่างเร่งด่วนเพื่อเตรียมพร้อมทำสงครามทุกเมื่อ”
“ทุกท่านครับ ในเวลานี้ มันเป็นสถานการณ์วิกฤตร้ายแรงและซับซ้อนมาก แต่อย่างไรพวกเราก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับรับมือกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเช่นกัน!”
หลังจากพูดจบก็ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางลุกยืนขึ้น ก่อนมองไปยังผู้ที่อยู่ในห้องโถงทุกคน และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ทุกคนเข้าใจไหม!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
ราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหมดในบริเวณนี้ ต่างอดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันแล้วพยักหน้า “เข้าใจครับ/ค่ะ”
“ดี ถ้าอย่างนั้นฉันจะเริ่มแบ่งหน้าที่…”
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางเริ่มกำหนดภารกิจให้แต่ละคน
นี่เป็นการประชุมเรื่องเร่งด่วนที่จบลงอย่างรวดเร็ว
เพียงสิบนาทีต่อมา การประชุมก็สิ้นสุดลง
หลังประชุมเสร็จสิ้น
เหล่าราชันย์เทพยุทธ์ก็จับกลุ่มแล้วแยกย้ายกันไปทำภารกิจ ตามคำสั่งของราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง
มีการเพิ่มความเข้มงวดที่ป้อมประจำการ และทหารยามลาดตระเวนบ่อยขึ้น
ในขณะเดียวกันกลุ่มราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงต่างเร่งเดินทางไปยังสุดยอดฐานซูฮั่งทันที เพื่อตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของข่าว
ผ่านไปครึ่งวันหลังจากการประชุมสิ้นสุดลง
และหลังจากราชันย์เทพยุทธ์แท้จริงได้ออกไปตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข่าว ซึ่งก็ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าใด ๆ
ทางด้านราชันย์เทพยุทธ์ธารดาราที่กำลังรับผิดชอบการลาดตระเวนนอกฐาน จู่ ๆ ก็กลับมารายงานบางอย่าง พร้อมกับข้างกายเขา มีผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์ท่าทางแปลก ๆ อยู่ด้วยคนหนึ่ง!
ก่อนที่ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางจะเอ่ยปากถาม
ราชันย์เทพยุทธ์ธารดาราก็เป็นฝ่ายแนะนำขึ้นทันทีว่า “ท่านประมุข บุคคลท่านนี้คือ ราชันย์เทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้า ลูกศิษย์ของราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพสวรรค์ ประมุขแห่งวิหารราชันย์เทพยุทธ์ของสุดยอดฐานซูฮั่ง”
“และเขาเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากเหตุการณ์ในสุดยอดฐานซูฮั่ง!”
อะไรนะ?!
หลังสิ้นสุดประโยคนั้น
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางและคนอื่น ๆ ต่างรีบหันไปมองร่างของ ราชันย์เทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้าอย่างตกตะลึงทันที
เมื่อประเมินดูคร่าว ๆ เขายังค่อนข้างหนุ่ม การฝึกฝนพลังก็มาถึงราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 7 ดาว อีกทั้งพรสวรรค์ก็ค่อนข้างดี
แต่ว่า ในขณะนี้ร่างกายของเขากลับอาบไปด้วยเลือดที่แห้งกรัง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนล้า และดูค่อนข้างประหม่า
“รา..ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง ในที่สุดผมก็ได้เจอคุณสักที!”
เมื่อเห็นเหล่าบุคคลตรงหน้า ราชันย์เทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้าก็พูดอย่างเร่งร้อน
เพียงสิ้นคำพูดนั้น
เขาก็ไม่สามารถระงับความรู้สึกได้อีกต่อไป น้ำตาไหลลงอาบแก้มต่อหน้า ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางและคนอื่น ๆ อย่างไม่อายอีกต่อไป
น้ำเสียงแหบแห้งเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวังอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เขาเริ่มเล่าตั้งแต่เหตุการณ์ที่ราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพสวรรค์ยอมสละชีวิตของตนเอง เพื่อแลกให้เขาหลบหนีมายังสุดยอดฐานจงไห่ที่ใกล้ที่สุด
ระหว่างทางที่ราชันย์เทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้าหลบหนีออกมาอย่างสิ้นหวัง ก็ไม่วายถูกกองทัพสัตว์อสูรไล่ตามจนทัน เขาต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากการถูกตามล่าอย่างต่อเนื่อง และพบพานผู้รอดชีวิตของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่เสียสละต่อสู้ดึงรั้งกองทัพอสูร เพื่อให้เขาหลบหนีต่อไป
เนื่องจากความล่าช้าในการเดินทางเป็นครั้งคราว และยังต้องคอยหลบเลี่ยงกลุ่มสัตว์อสูรบนเส้นทางระหว่างมายังสุดยอดฐานจงไห่
จนร่างกายของเขาเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ติดต่อกันหลายครั้ง
แต่เขายังคงกลั้นใจและเดินต่อไปข้างหน้า
จนกระทั่งปัจจุบัน
เมื่อเขาเห็นใบหน้าของราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง ความรู้สึกกล้ำกลืนต่าง ๆ ภายในใจก็ถูกปลดปล่อยออกมาทันที
ร่างกายของเขาราวกับได้ปลดเปลื้องเชือกรั้งตึงออกไป ทันใดนั้น เขาก็รีบแจ้งข่าวการตายของอาจารย์และเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์จำนวนมาก
ในใจของเขาสะท้อนภาพแห่งความตายที่ท่วมท้นอยู่ภายใน ทำให้สติอารมณ์ของเขาเกือบหลุดลอยไปในทันที
เมื่อได้รับการยืนยันข่าวจากปาก ทุกคนในห้องโถงรวมถึงราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางและราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งก็อดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันด้วยแววตาเคร่งเครียด
เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง!
มิฉะนั้น คนที่บ่มเพาะพลังถึงราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 7 ดาว จะมีอาการสิ้นหวังจนแทบควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ถึงขั้นต้องหลั่งน้ำตาออกมาเช่นนี้ได้อย่างไร
ต้องทราบก่อนว่า
ราชันย์เทพยุทธ์ที่แข็งแกร่งนั้นหลุดพ้นออกจากโลกีย์โดยสิ้นเชิงแล้ว
ถึงขนาดที่ว่าขุนเขาจะถล่ม ฟ้าดินจะพังทลาย สีหน้าของเขาก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง กระทั่งความสงบนิ่งทางจิตใจก็ยังเหนือกว่าคนธรรมดาไปมาก แต่ในขณะนี้ เขากลับแสดงสีหน้าที่สิ้นหวังเช่นนี้ออกมา! ไม่อาจจินตนาการในสิ่งที่เขาเผชิญมาได้เลย!
“หายใจเข้าลึก ๆ ระงับอารมณ์ของคุณก่อนครับ แล้วช่วยเล่าเหตุการณ์ให้ละเอียดอีกหน่อยได้ไหม บอกพวกเราทีว่าเกิดอะไรขึ้นในสุดยอดฐานซูฮั่ง!”
ราชันย์เทพยุทธ์ดับดาราปลอบโยนเขาแล้วถามอย่างกระวนกระวายใจ
“เรื่องจริงงั้นเหรอนี่ ตะ…ตาย พวกเขาทั้งหมดตายแล้ว”
ราชันย์เทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้าแสดงสีหน้าโศกเศร้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกล้ำกลืนที่ไม่อาจปกปิดได้
มีอาการสั่นเทาเล็กน้อย ในขณะที่เขากล่าวต่อว่า “สุดยอดฐานซูฮั่งทั้งหมดมีประชากรกว่ายี่สิบล้านคน ในหมู่พวกเรา มีจำนวนผู้ปลุกพลังทั้งหมดมากกว่าหนึ่งล้านคน และเป็นผู้ปลุกพลังขั้นราชันย์เทพยุทธ์เกือบสามสิบคน พวกเขาทั้งหมดเสียชีวิตลงภายใต้การต่อสู้ เหลือแค่ผมคนเดียวที่รอดชีวิต!”
เขากล่าว
เพียงสงบลงได้ไม่นาน เขาก็มีน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง
“มีฝูงสัตว์อสูรมากมาย เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกมันมาจากไหน และเมื่อพวกมันทะลวงฝ่าแนวกำแพงป้องกันชายฝั่งเข้ามาในฐานได้”
“เมื่อรู้สึกตัวอีกที ก็เห็นกองทัพสัตว์อสูรจำนวนมากบุกเข้ามาแล้ว ไม่อาจทราบถึงตัวเลขจำนวนที่แน่นอน แต่ไม่ว่าทางเราจะสังหารมันไปเพียงใด ก็มองไม่เห็นถึงแนวโน้มที่จะลดกำลังหรือชะลอให้ช้าลงได้เลยแม้แต่น้อยครับ”
“ผมเห็นกับตาตัวเองว่า ราชันย์เทพยุทธ์ล่าสังหารพุ่งเข้าไปท่ามกลางฝูงสัตว์ร้าย แต่ภายในเวลาไม่นาน เขาก็ถูกสังหารตายลงในที่สุด แม้แต่ศพก็ถูกคลื่นกองทัพสัตว์อสูรเหยียบย่ำจนหาไม่เจอ…เขาเป็นถึงราชันย์เทพยุทธ์ระดับ 9 ดาวเชียวนะ!”
“แม้แต่อาจารย์ของผมเองก็เช่นกัน ราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพสวรรค์… ถูกรุมสังหารโดยบรรดาสัตว์ร้ายเหล่านั้น มีสัตว์อสูรระดับผู้นำสามตน
เป็นตัวตนที่เทียบเท่าราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด ซึ่งราชันย์เทพยุทธ์แม่ทัพสวรรค์ต่อสู้แลกชีวิตกับพวกมัน
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน
สุดยอดฐานซูฮั่งพลันถูกยึดโดยสมบูรณ์ และไม่มีใครหนีรอดได้
พวกเราทั้งหมดถูกล้างบางโดยสัตว์อสูร มีซากศพเกลื่อนอยู่ทุกที่ ตามซากปรักหักพังทุกหนทุกแห่ง แม้กระทั่งพื้นที่รอบ ๆ ภายในรัศมีหนึ่งล้านกิโลเมตรก็ตกอยู่ภายใต้คลื่นกองทัพสัตว์อสูร!”
เขาสะอึกสะอื้น พร้อมบรรยายด้วยน้ำเสียงสั่นเทา รูม่านตาที่ค่อย ๆ หดตัวลง แสดงให้เห็นถึงหัวใจที่กระสับกระส่ายไม่อยู่นิ่ง
สัตว์อสูรระดับผู้นำสามตัว?
เมื่อได้ยินประโยคนั้น ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางและคนอื่น ๆ ก็หน้าถอดสีทันที
โดยทั่วไป คำว่าสัตว์อสูรระดับผู้นำจะใช้เรียกสำหรับสัตว์อสูรระดับ 9 เท่านั้น
นั่นหมายความว่า
เหตุการณ์ในครั้งนี้ ท่ามกลางคลื่นกองทัพสัตว์อสูรที่บุกโจมตี มีสิ่งมีชีวิตสามตัวที่อยู่ในระดับเดียวกับราชันย์เทพยุทธ์สูงสุด!
มีพายุก่อตัวขึ้นภายในใจของทุกคน
แต่
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางและคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้กังวลเกินไป กลับโล่งใจขึ้นเล็กน้อยด้วยซ้ำ
แม้จะมีสัตว์อสูรระดับผู้นำสามตัว ซึ่งเทียบได้กับราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด
แต่สุดยอดฐานจงไห่ของพวกเขาก็ยังมีราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้นราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด และยังมีฉู่โม่วอัจฉริยะหนึ่งเดียวที่มีพลังเทียบชั้นกับราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุด
ยิ่งไปกว่านั้น ที่แห่งนี้ยังมีจารึกเวทป้องกันขนาดใหญ่ และกำแพงสูงรอบเมืองทั้งหมด ซึ่งทนทานต่อการโจมตีของสัตว์อสูรระดับผู้นำได้ชั่วคราว
และตราบใดที่พวกเขาสามารถยืนหยัดป้องกันได้ชั่วอึดใจหนึ่ง ราชันย์เทพยุทธ์ระดับสูงสุดคนอื่น ๆ ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็จะสามารถยื่นมือมาช่วยได้ทัน
เมื่อถึงเวลานั้น วิกฤตการณ์ของคลื่นกองทัพสัตว์อสูรนี้ก็จะทุเลาลง
ดังนั้นแม้ว่าวิกฤตจะยังน่าเป็นห่วง แต่สถานการณ์โดยรวมก็อยู่ในขอบเขตที่พวกเขารับมือไหว
“เมื่อผมหนีออกจากสุดยอดฐานซูฮั่ง ก็รีบตรงดิ่งมาทางพวกคุณทันทีโดยไม่ได้หยุดพัก”
ราชันย์เทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้ายังคงสะอื้น “ในช่วงเวลานั้น ผมผ่านไปยังฐานขนาดเล็กบางแห่งตามทาง และคอยป้องกันผู้คนให้พวกเขาอพยพหลบหนี แต่ว่าพวกสัตว์อสูรเหล่านั้นไล่ตามมาเร็วเกินไปและเข้าโจมตีพวกเราในที่สุด แม้ผมจะพอต่อสู้กับสัตว์อสูรได้บ้าง แต่พละกำลังของผมก็ยังอ่อนแอเกินไปเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสูง!”
“เดิมทีพวกเรามีคนเกือบสองล้านคนที่อพยพออกมาพร้อมกับผม แต่ระหว่างทางพวกเรากลับถูกตามล่าอย่างต่อเนื่องโดยหน่วยไล่ล่าของสัตว์อสูร จนกระทั่งเหลือไม่ถึงสามแสนคน และผมก็เริ่มหมดเรี่ยวแรงลงไปทุกขณะ!”
“แต่ผมยังคงยึดมั่นในคำสั่งเสียสุดท้ายของอาจารย์ และกลั้นใจเดินทางมาที่นี่อย่างสุดกำลัง… ”
หลังจากฟังเหตุการณ์จากปากของราชันย์เทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้าอย่างละเอียด ทุกคนในที่นั้นก็เงียบลง
แม้พวกเขาจะไม่ได้เห็นมันด้วยตาตัวเอง แค่เพียงฟังคำบรรยายที่กล้ำกลืนของราชันย์เทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้า ฉากที่น่าสลดใจก็ปรากฏขึ้นในใจของพวกเขาอีกครั้ง
พวกเขาเคยประสบกับฉากนี้มาก่อน!
นั่นคือจุดเริ่มต้นของกลียุคครั้งใหญ่ในอดีต ครั้งตอนที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ยังอ่อนแอมาก และไม่มีพลังในการป้องกันตัวเองแม้แต่น้อย
บ่อยครั้งที่ฝูงสัตว์ร้ายปรากฏตัวขึ้น และเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงจะได้รับความเดือดร้อนทุกข์ทรมาน จนอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นถึงหลักหลายล้านคน
อาจกล่าวได้ว่าคนเหล่านี้เติบโตขึ้นมากับกลียุคครั้งใหญ่นั้น พวกเขาต่างพานพบกับฉากดังกล่าวมามากมายเช่นกัน!
“พวกเราขอขอบคุณมาก!”
ราชันย์เทพยุทธ์ดับดาราเข้าอกเข้าใจชายหนุ่ม จึงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจและปลอบโยนเขา
“ผมดีขึ้นแล้วครับ เมื่อครู่ผมแค่รู้สึกหดหู่เกินไป… ตอนนี้ได้ระบายมันออกมาจึงดีขึ้นมากแล้วครับ!”
ราชันย์เทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้าหายใจเข้าลึกและเช็ดน้ำตา
ต่อจากนั้น
เขามองไปที่ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชาง ก่อนโค้งตัวลงพร้อมกล่าวขอร้อง “ท่านราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางครับ ผมมีคำขอที่อยากให้ท่านกรุณา… ตอนนี้ยังมีผู้คนอีกสามแสนคนที่อพยพวิ่งมาทางนี้ ซึ่งยังอยู่ห่างไกลออกไปหลายหมื่นกิโลเมตร และถูกไล่ล่าโดยฝูงสัตว์อสูร”
“ผมอยากขอความกรุณาจากท่าน ช่วยส่งคนไปรับพวกเขา ไม่เช่นนั้นผมคงไม่อาจคลายกังวลได้…”
“อย่าได้กังวล พวกเขาล้วนเป็นเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของเรา สุดยอดฐานจงไห่ของฉันจะไม่มีวันทอดทิ้งพวกเขา… โปรดวางใจ เดี๋ยวพวกเราจะรับไม้นี้ต่อเอง!”
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางกล่าวอย่างหนักแน่น
“เป็นพระคุณเหลือเกินครับ!”
ราชันย์เทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้าพยักหน้า
พร้อมเสียงที่แผ่วเบาลง
ร่างกายเขาพลันโซซัดโซเซและล้มลงกับพื้น
โชคดีที่ราชันย์เทพยุทธ์มังกรมีสายตาที่รวดเร็วและเอื้อมมือออกไปประคองรับเขาไว้
หลังจากตรวจสอบทั้งหมดแล้ว จึงพบว่าพลังปราณ เลือดและอณูแห่งชีวิตในร่างกายของราชันย์เทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้าเหือดแห้งมานานจนกระทบไปถึงจิตวิญญาณ ทำให้เขาถึงขีดจำกัดที่จะรั้งสติไว้ได้แล้ว
หลังจากแจ้งข่าวครบถ้วนสมบูรณ์ เขาก็เป็นลมล้มไปทันที
เมื่อเห็นว่าราชันย์เทพยุทธ์ยุทธ์เลิศหล้าไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต พวกเขาก็ผ่อนคลายลง และส่งคนมารับเขาไปรักษาทันที
หลังจากนั้น
ราชันย์เทพยุทธ์ชิงชางกลับมาประชุมต่ออย่างจริงจัง
และกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเด็ดขาด “ส่งคนของเราออกไปรับผู้อพยพโดยเร่งด่วนที่สุด ในขณะเดียวกันก็แจ้งคำสั่งของฉันออกไปและจัดเตรียมสถานที่รับรองให้พร้อม สำหรับการช่วยเหลือผู้อพยพที่บาดเจ็บ เพื่อให้แน่ใจว่าเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของพวกเราทั้งสามแสนคนจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด!”
“รับทราบครับ/ค่ะ!”
ราชันย์เทพยุทธ์ดับดารา ราชันย์เทพยุทธ์มังกร และคนอื่น ๆ ตอบรับคำสั่งทันที