ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 39 ความแปลกประหลาดในฐานฉางเฟิง
บทที่ 39 ความแปลกประหลาดในฐานฉางเฟิง
ฉู่โม่วตื่นเต้นไปกับพลังห้วงมิตินี้
ภายในชั่วพริบตาที่ตระหนักได้ เขาก็รู้สึกว่าห้วงความคิดของเขานั้นเต็มไปด้วยหลายสิ่งหลายอย่างที่พลังรับรู้ได้ ภายในระยะห้าสิบเมตรนี้ราวกับเหมือนผืนน้ำขนาดใหญ่ที่สั่นกระเพื่อม
เขารับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในขอบเขตที่ห้วงจิตสำนึกแผ่ขยายออกไป
ราวกับทุกสิ่งอย่างอยู่ภายใต้การจับตามองของชายหนุ่ม
แม้จะไม่เคยใช้มาก่อน แต่ฉู่โม่วก็มั่นใจมากว่าสิ่งนี้คือพลังแห่งห้วงมิติหลังจากที่ได้เรียนรู้มันมาแล้ว
ร่างกายนี้กำลังเรียนรู้วิธีการใช้พลังใหม่ ฉู่โม่วรู้ได้ผ่านระบบกลืนกินว่าตัวเขาสามารถเปิดช่องว่างมิติตรงไหนก็ได้ภายในระยะห้าสิบเมตรจากจุดปัจจุบันที่ยืนอยู่
เมื่อรู้อย่างนั้น
ฉู่โม่วก็คิดจุดหมายไว้ในใจ
เพียงชั่วพริบตา…
ร่างของเขาก็หายไป และไปปรากฏที่จุดหมายแทน!
ความเร็วนี้… เร็วขนาดที่ตัวฉู่โม่วเองยังไม่ชิน
‘อย่างที่คิดจริง ๆ พลังแห่งห้วงมิตินี่น่ากลัวกว่าพลังอื่นซะอีก!’
หลังจากทดสอบพลังไปแล้ว ใบหน้าของฉู่โม่วก็มีรอยยิ้มผุดขึ้นมาน้อย ๆ
ในตอนนี้ แม้ว่าชายหนุ่มจะยังไม่คุ้นชินกับการเทเลพอร์ตและการรับรู้ที่เปิดกว้างเช่นนี้
แต่เขาก็เข้าใจความสำคัญของพรสวรรค์นี้… ว่ามันดีสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ไม่น้อย!
อันดับแรก จิตสัมผัส
ทุกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในระยะห้าสิบเมตรรอบตัว… ไม่มีสิ่งใดที่เขาไม่อาจรับรู้ได้
เพราะงั้นแล้ว ต่อจากนี้ไปจะไม่มีใครสามารถรอบโจมตีเขาในระยะที่กำหนดไว้ได้อีก
เมื่อไหร่ที่อันตรายเหล่านั้นย่างกรายเข้ามา เขาจะสามารถตรวจเจอและหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของความสามารถอันดับที่สอง แหวกมิติ
สิ่งนี้สามารถใช้หลบหนีได้!
หากเผลอเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งเกินกว่าจะต้านได้ ช่องว่างแห่งมิติจะทำให้เขาไม่จำเป็นต้องสู้จนตัวตาย!
หรือบางที หากใช้มันลอบเข้าโจมตีจากทางด้านหลังศัตรูเองก็ได้เช่นกัน!
การเข้าโจมตีจุดบอดได้ถือเป็นการได้เปรียบในการต่อสู้!
คิดถึงภาพตอนที่ตนเองใช้พลังแห่งห้วงมิติปะทะกับศัตรู แม้จะเป็นความเยือกเย็นอย่างฉู่โม่วก็อดตื่นเต้นไปกับมันไม่ได้
“ขนาดเป็นแค่พลังแห่งห้วงมิติระดับ 2 ยังทำได้ขนาดนี้ ถ้าเกิดสามารถครอบครองระดับที่สูงที่สุดของมันได้ จะทรงพลังขนาดไหนนะ?”
“เท่าที่รู้มาหนึ่งในสองความสามารถระดับสูงก็คือ พลังแห่งกาลเวลา ว่ากันว่าเป็นพลังที่ทรงพลังยิ่งกว่าห้วงมิติ ชักสงสัยซะแล้วสิว่าพลังที่ว่านั่นจะน่ากลัวแบบไหน?”
เขาคิดตามด้วยความสนใจ
แต่สำหรับตอนนี้
ฉู่โม่วยังไม่เคยเห็นใครในฐานลู่หยางเลยที่สามารถใช้พลังแห่งห้วงมิติเช่นเขาได้
ดังนั้นพลังแห่งกาลเวลาก็น่าจะยิ่งหายากขึ้นไปอีก
…
เช้าวันถัดมา เฉียนหยวนติดตามคนตระกูลซุนไปยังหอการค้าหยกแก้วสาขาฐานนี้ เพื่อรับสมบัติโบราณที่เขามีหน้าที่มารับกลับไป
ฉู่โม่วไม่จำเป็นต้องไปด้วย เพราะงั้นเขาจึงถือว่าวันนี้เป็นวันพักผ่อนก็ได้
หลังจากที่กล่าวทักทายคนอื่น ๆ แล้ว เขาก็เลือกที่จะเดินไปยังถนนด้วยตัวเองเพื่อที่จะได้ดูร้านค้าของฐานแห่งนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ก่อนหายนะที่เปลี่ยนโลกใบนี้ไป…
ลู่หยางกับฉางเฟิงเคยเป็นฐานที่อยู่ใกล้กันมาก ทั้งสองแห่งนี้อยู่ห่างกันเพียงไม่ถึงสองร้อยกิโลเมตรเท่านั้น ทว่าหลังจากที่ดาวเคราะห์สีน้ำเงินแห่งนี้เกิดระเบิดหลายต่อหลายครั้งเพราะพวกสัตว์อสูร ระยะทางของทั้งสองฐานก็เริ่มห่างไกลกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งไกลกันถึงหลักพันกิโลเมตร และเส้นทางไปมาหาสู่ก็ถูกป่าไม้ปกคลุมขึ้นมาแทน
อันที่จริงฐานอื่นก็เป็นเช่นนี้
หากไม่ใช่ผู้ปลุกพลังขั้นผู้ฝึกยุทธ์ที่ทรงพลังแล้ว คนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ในฐานของตนเองไปตลอดชีวิต
ทว่า…
หลังจากที่ได้เดินดูตัวฐานคร่าว ๆ ฉู่โม่วก็พบเจอบางสิ่งบางอย่างที่ประหลาดตา
ฐานฉางเฟิงแห่งนี้มีประชากรมากกว่าฐานลู่หยางเสียอีก… รวมถึงคนเหล่านี้ก็ดูจะแข็งแกร่งกว่าประชากรหลัก ๆ ที่ฐานลู่หยางอีกด้วย!
หากจะให้พูดกันง่าย ๆ
ฐานฉางเฟิงควรจะปลอดภัยกว่าฐานลู่หยางด้วยซ้ำ!
น่าแปลกที่ตลอดทางที่เดินชมเมืองนั้น เขากลับพบว่าผู้อยู่อาศัยหลายหลังคาเรือนกำลังหวาดกลัว
แม้กระทั่งคนที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์เองก็ยังดูเหมือนหวาดผวากับอะไรสักอย่างอยู่ตลอดเวลา พวกเขาเร่งรีบที่จะเข้าที่พักให้เร็วที่สุด
ดูเหมือนว่าทั่วทั้งฐานแห่งนี้…
กำลังถูกอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นไล่ล่าเสียอย่างนั้น
ฉู่โม่วฉงนใจ
เพราะงั้นเขาจึงตั้งใจที่จะลองหาคำตอบสำหรับเรื่องนี้ดู
แต่ตอนนั้นเอง
“นั่น สัตว์อสูร!”
“สัตว์อสูรบุกเข้ามาแล้ว!”
“หนีเร็ว! หนี… อ๊ากกกกก!”
ไม่ไกลนักจากจุดที่ฉู่โม่วยืนอยู่ ประชาชนธรรมดากลุ่มใหญ่ต่างร้องกันออกมาด้วยความหวาดกลัว พวกเขาล้วนพากันวิ่งหนีโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น
และเพราะจำนวนของผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นมีปริมาณมาก
เมื่อหนึ่งคนล้ม อีกหลายคนก็จะเหยียบซ้ำโดยไม่คิดจะหันไปช่วย!?
ผู้คนมากมายล้มลงเพราะความอลหม่าน พวกเขาเหล่านี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้ลุกอีกต่อไป เพราะคนที่มาจากด้านหลังจะใช้ร่างของพวกเขาเหล่านั้นเสมือนทางผ่าน ดีไม่ดีร่างที่อยู่เบื้องล่างเองก็อาจจะเคยเป็นเพื่อนหรือญาติพี่น้องของคนพวกนั้นมาก่อนก็ได้
ตามมาติด ๆ ที่ด้านหลังฝูงชน
สัตว์อสูรขนาดใหญ่เดินเข้ามายังถนนคนเดินสายนี้!
ด้วยร่างกายใหญ่โตของมัน เพียงแค่ชนตึกนิดหน่อยก็ทำให้เศษปูนเศษหินที่ใช้ก่อสร้างตึกอาคารหลังนั้นถล่มลงมา ทำให้ผู้คนบาดเจ็บได้แล้ว
ผู้ฝึกยุทธ์มากมายที่เห็นเช่นนั้นต่างพากันเข้าไปสกัดกั้น!
ทว่าพวกเขาไม่ต่างอะไรกับมดปลวกเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าสัตว์อสูรขนาดใหญ่ตัวนี้ เพียงพริบตาเดียว มันก็สามารถกำจัดผู้ที่เข้ามาขวางได้จนหมด
เห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี ฉู่โม่วก็ชะงักไปพักใหญ่
ทันใดนั้นร่างของเขาก็หายวับไปและปรากฏตัวอีกทีใกล้กับกลุ่มชนที่กำลังพากันหนี!
“แง… แม่… แม่คะ! แม่อยู่ไหนคะ!”
เด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งกำลังนั่งลงไปกับพื้น ขณะเดียวกันก็ร้องไห้และตะโกนหาผู้เป็นแม่ไปด้วย
อย่างที่ทุกคนตระหนักรู้อยู่แล้ว
ขณะที่สัตว์อสูรบุกเข้ามาในเมือง หากหยุดเพื่อช่วยหนึ่งชีวิต บางทีเขาเองอาจจะเอาชีวิตตัวเองไม่รอดไปด้วย! โดยเฉพาะตอนนี้ ตอนที่อสูรยักษ์กำลังมุ่งหน้าเข้ามา เขาจำเป็นต้องปล่อยให้เธอเผชิญหน้าชะตากรรมด้วยตนเองอย่างเลี่ยงไม่ได้
ร่างเล็กนี้ไม่สามารถหนีออกจากความตายได้อีกต่อไปแล้ว อุ้งเท้าของสิ่งมีชีวิตยักษ์นี้ใกล้เข้าไปถึงเธอทุกวินาที!!
แต่แล้วตอนนั้นเอง
ซู่!
วินาทีหน้าสิ่วหน้าขวาน ลำแสงจากคลื่นกระบี่ที่เฉียบคมก็ปรากฏขึ้น
มันพุ่งลงมาจากฟากฟ้าราวกับระเบิดที่ถูกปล่อยลงมาใส่สัตว์อสูรตนนี้!
น่าเสียดายที่สัตว์อสูรตนนี้ตอบสนองได้ไวเอาการ มันเหลือบเห็นการโจมตีก่อน และกระโดดถอยออกไปได้ทันเวลา!
ฉู่โม่วที่ค่อย ๆ ลอยตัวลงมาจากกลางอากาศตั้งท่าพร้อมสู้อยู่เบื้องหน้าของเด็กหญิงตัวน้อย
สัตว์อสูรขนาดยักษ์มองมายังฉู่โม่วผู้กำลังเดินตรงเข้ามาหา ร่างกายที่เสียศูนย์จากการกระโดดหลบเมื่อครู่ตั้งท่าใหม่ได้ทันที ก่อนจะส่งเสียงคำรามขู่ที่ดังกังวาน
ทว่า!
เมื่อมันเห็นว่าใช้เสียงคำรามข่มขู่ฉู่โม่วไม่ได้ผล มันก็เตรียมที่จะวิ่งหนีไปแทน…
แต่คิดหรือว่าฉู่โม่วจะยอมปล่อยมันไป!?
พลังธาตุลมถูกกระตุ้น เขาทะยานเข้าใส่สัตว์อสูรในชั่วพริบตาและฟันมันด้วยกระบี่โดยไม่ลังเล!
ฉัวะ!
เลือดสีแดงสาดกระเซ็นไปทั่วหลัง คมกระบี่ฟาดฟันลงไปโดนผิวหนังของมันจัง ๆ อสูรร้ายตนนี้ไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไป และตายลงเพราะพิษบาดแผลแทบจะทันที
…
สถานการณ์คลี่คลาย
ฉู่โม่วกลับมาหาเด็กหญิงตัวน้อยและเตรียมที่จะปลอบประโลมเธอ
“เหยียนเหยียน! เหยียนเหยียนอยู่ไหนลูก…”
ในจังหวะนั้นเอง หญิงสาวที่กำลังหวาดผวากับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นก็รีบวิ่งเข้ามายังบริเวณดังกล่าว เมื่อหันมาเห็นเด็กหญิง เธอก็วิ่งเข้าไปหาและกอดร่างเล็กนั้นไว้ในอ้อมแขน “เหยียนเหยียน! ลูกทำแม่หัวใจจะวายเลยรู้ไหม! ลูกบาดเจ็บที่ไหนหรือเปล่า?”
“แม่คะ หนูไม่เป็นไร”
ตอนนั้นเด็กหญิงเลิกร้องไห้ไปแล้ว เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงสดใส “พี่ชายคนนี้ช่วยหนูเอาไว้”
ได้ยินดังนั้น ผู้เป็นแม่ก็หันไปหาฉู่โม่ว เธอโค้งให้เขาด้วยสีหน้าขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
“ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ ขอบคุณจริง ๆ ค่ะท่านผู้ฝึกยุทธ์ ขอบคุณที่ช่วยลูกสาวของฉันไว้ หากไม่ได้ท่าน… ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง!”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ”
ฉู่โม่วโบกมือ “ถ้ายังไงรีบกลับบ้านไปพร้อมกับเจ้าตัวเล็กก่อนเถอะครับ ที่นี่ยังไม่สงบดีนักหรอก”
“ค่ะ! ได้เลยค่ะ ฉันจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้เลย!”
เธอโค้่งคำนับให้อีกสองครั้งก่อนกล่าวขอบคุณทิ้งท้าย และรีบอุ้มร่างของเด็กหญิงขึ้นมา
“บ๊ายบายค่ะ พี่ชาย”
เจ็าตัวเล็กโบกไม้โบกมือให้ฉู่โม่ว
เขาไม่ได้โต้ตอบอะไรนอกจากยิ้มให้เพียงเท่านั้น
จากนั้นไม่นาน… รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ค่อย ๆ จางหายไป
ตอนนั้นเอง ทีมรักษาความปลอดภัยก็เข้ามาในพื้นที่ ก่อนกระจายตัวกันไปตรวจสอบสถานการณ์และรักษาบาดแผลให้ชาวเมืองที่บาดเจ็บ
ฉู่โม่วไม่ได้อยู่รอพบคนเหล่านี้ แน่นอน… เขาปลีกตัวไปเพื่อเก็บซากและเลือดอสูรมาก่อนจะปลีกตัวหายไปในฝูงชน
ระหว่างทางกลับ
คำถามข้อหนึ่งก็ผุดขึ้นมาภายในห้วงความคิดของเขา
เกิดอะไรขึ้นกับฐานฉางเฟิง?
บรรยากาศน่าอึดอัดใจที่ปกคลุมไปทั่วทั้งฐานแห่งนี้คืออะไรกันแน่?
ไหนจะที่สัตว์อสูรตัวนั้นบุกเข้ามาได้อีก
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่กำลังบ่งบอกว่าที่แห่งนี้ไม่ปกติ
โลกเปลี่ยนไปก็ตั้งนานแล้ว
มนุษย์สามารถตั้งถิ่นฐานใหม่โดยมีพลังของเหล่าผู้ปลุกพลังช่วยสนับสนุน
หลังจากหลายปีที่เริ่มกลับมาพัฒนาเผ่าพันธุ์ตนเองได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เก่งกาจเทียบเท่าสัตว์อสูร แต่พวกเขาก็ไม่ใช่เหยื่อที่จะโดนล่าเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป
ไม่ควรจะมีสัตว์อสูรอยู่ในยี่สิบกิโลเมตรจากตัวฐาน และภายในระยะร้อยกิโลเมตรรอบตัวฐานก็ไม่ควรจะมีสัตว์อสูรระดับ 3 หรือสูงกว่านั้นปรากฏตัวด้วย!
หากมีการพบเจอจะต้องรีบกำจัดก่อนที่มันจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น!
ทั้งนี้แต่ละฐานเองก็มีกำแพงหนาสูง ผนวกกับมีเหล่าผู้ฝึกยุทธ์คอยตรวจตราสถานการณ์โดยรอบอยู่ตลอด
พูดกันตามตรง
ตราบใดก็ตามที่ฐานแห่งนี้อยู่ภายใต้สถานการณ์ปกติ ไม่มีทางเลยที่จะมีสัตว์อสูรบุกเข้ามาได้
แล้วยิ่งเป็นสัตว์อสูรระดับนี้ด้วย!
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น!
“ที่นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
ฉู่โม่วหวาดระแวงอยู่ในใจ