ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 41 ผลของยานอแรดหยกกับเขตแดนลับ!
บทที่ 41 ผลของยานอแรดหยกกับเขตแดนลับ!
เมื่อกลับไปที่บ้าน
ฉู่โม่วก็เห็นว่าเฉินซีเวยยังไม่กลับมา
ตั้งแต่ชนะอันดับหนึ่งในการทดสอบไล่ล่าสองเมือง เธอก็ได้รับการเอาใจใส่จากปรมาจารย์ยุทธ์เสิ่นจิ้น ผู้อำนวยการสถาบันที่รับเธอเป็นศิษย์และคอยสอนอย่างใกล้ชิด
ว่ากันว่าเขามักจะออกไปต่อสู้ในป่าและไม่ค่อยอยู่บ้านเท่าไหร่นัก
แต่…
แม้ว่าเฉินซีเวยจะไม่ได้กลับมา เธอก็ยังคิดถึงฉู่โม่วเสมอ
ทุก ๆ สามวันจะมีคนส่งเนื้อสัตว์อสูรกองใหญ่มาให้ฉู่โม่วกิน
แต่ก็โชคดีที่เธอไม่ค่อยมีเวลากลับมา ไม่อย่างนั้นเฉินซีเวยคงสงสัยที่ฉู่โม่วออกไปข้างนอกบ่อย ๆ และแทบไม่เจอใครเลยเป็นเวลาหลายวัน
“แต่ว่า…”
“ฉันจะกินเนื้อสัตว์อสูรพวกนี้หมดเมื่อไหร่กันเนี่ย”
เมื่อหันไปเห็นเนื้อสัตว์อสูรในบ้านเป็นกองพะเนิน ฉู่โม่วก็อดถอนหายใจไม่ได้
เขาส่ายหน้าเพื่อกำจัดความคิดยุ่งเหยิงออกไป
หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ ฉู่โม่วก็ตรงไปที่ห้องฝึกฝน
“ได้เวลาลองใช้ยานอแรดหยก!”
เขาหยิบเอานอสีดำรูปจันทร์เสี้ยวออกมาจากห้องเก็บของ ด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เมื่อใช้กระบี่ตัดนอนั้นก็มียาสีหยกพร้อมกลิ่นจาง ๆ หยดลงมา
ว่ากันว่ายานอแรดหยกจากแรดนอเอกนั้นมีพลังมหาศาลที่สามารถเร่งการพัฒนาพลังอณูแห่งชีวิตของผู้ปลุกพลังให้เร็วขึ้นกว่าสิบเท่า!
ตอนนี้
ทันทีที่ยาสีหยกปรากฏขึ้น ถึงจะยังไม่ได้กลืนมันลงไป แค่เพียงได้กลิ่น ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ว่าเลือดในร่างกายเริ่มตื่นตัวขึ้นแล้ว
“อึก!”
เขาเงยหน้าจิบยาสีหยกเข้าไปโดยไม่ลังเล
เย็น… หนัก!
ทันทีที่ยาสีหยกไหลเข้าไป มันก็ถูกดูดซึมเข้าไปในหลอดเลือดด้วยความรู้สึกเย็นยะเยือกและหนักหน่วง ทำให้การไหลเวียนของเลือดกับพลังอณูแห่งชีวิตหนักขึ้นกว่าเก่า
เมื่อสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลง ฉู่โม่วก็เริ่มใช้กระบวนท่าเพื่อนำพาพลังงานจากของเหลวไปตามเส้นเลือด
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางจำเป็นต้องพัฒนาการไหลเวียนของเลือด และพลังอณูแห่งชีวิตในร่างกาย
หากจุดไหลเวียนของเลือดและพลังอณูแห่งชีวิตเข้มข้นไปจนถึงจุดหนึ่ง นั่นคือสัญญาณของการ ‘บ่มเพาะโลหิต’ ที่ได้ผลดี
ในตอนนั้น เขาจะมีพลังกว่า 50 ตัน ทุกการเคลื่อนไหวและการโจมตีจะทำลายหินและภูเขาอย่างน่าสะพรึงกลัว
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
หลังจากที่ฉู่โม่วดูดซึมยานอแรดหยกอึกแรกเข้าไป เขาก็สัมผัสได้เพียงแค่ว่าการไหลเวียนของเลือดและพลังอณูแห่งชีวิตทั่วทั้งร่างกายหนาแน่นขึ้น
เมื่อลองต่อยออกไปก็สัมผัสได้ถึงเลือดที่พลุ่งพล่าน!
แววตาของฉู่โม่วลุกวาว
‘เป็นยาที่เหมาะกับการบ่มเพาะโลหิตและพลังอณูแห่งชีวิตที่สุดจริง ๆ!’
‘แค่จิบเดียวก็แข็งแกร่งขึ้นแล้ว และพลังของฉันก็เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 0.2 ตันเลยด้วย!’
ฉู่โม่วยิ้มกว้างและมีน้ำเสียงประหลาดใจขึ้นทุกขณะ
“ต่อไป!”
ชายหนุ่มหยุดพักครู่หนึ่ง แล้วจึงจิบยานอแรดหยกเข้าไปอีกครั้ง
…
เวลาผ่านไป
ค่ำคืนดำเนินมาถึงโดยไม่ทันรู้ตัว
เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ฉู่โม่วก็ลืมตาเห็นประกายแสง
หลังจากเวลาหนึ่งคืนของการฝึกฝนผ่านไป ยาในนอข้างนั้นก็ถูกดูดซึมเข้าไปจนหมด และพาเขาไปสู่จุดที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด!
พลัง 1.05 ตัน!
หากผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปต้องการเพิ่มพลังขนาดนี้ พวกเขาก็จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยกว่าหนึ่งปีครึ่งเลยทีเดียว
แต่ฉู่โม่วที่ได้รับพลังของยานอแรดหยกใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งคืนเท่านั้น!
ความเร็วเช่นนี้ช่างน่าตกตะลึง!
‘ยานอแรดหยกได้ผลดีจริง ๆ รู้สึกได้เลยว่าเลือดกับพลังอณูแห่งชีวิตหนาแน่นขึ้นกว่าเมื่อวานเยอะ!’
‘ฉันกินยานอแรดหยกไปแค่ขวดเดียว คืนนี้ยังมีให้กินและฝึกฝนอีกตั้งเก้าขวด!’
ฉู่โม่วแอบให้กำลังใจตัวเองอยู่ในใจ
…
ไม่กี่วันหลังจากนั้น
ฉู่โม่วเก็บตัวอยู่ที่บ้านและกินยานอแรดหยกตลอดทั้งวันทั้งคืน เพื่อบ่มเพาะโลหิตและพลังอณูแห่งชีวิต
สิบวันหลังจากนั้น
ชายหนุ่มดูดซึมยานอแรดหยกเข้าไปทั้งสิบขวด ส่งให้พลังกายทะยานสูงมากกว่าเดิมถึงสิบตันเข้าไปแล้ว นอกจากนี้ หลังจากที่กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางและได้เดินทางไปยังฐานฉางเฟิง เขาก็ยังคงฝึกฝนอย่างหนักไม่หยุด
ดังนั้นแล้ว
พลังกายทั้งหมดของเขามากถึง 38 ตันแล้ว!
อีกแค่ไม่ถึง 25 ตันก็จะทะลุผ่านไปถึงระดับสูงแล้ว!
‘แต่… ยาเขาหยกแรดหมดซะแล้ว’
ฉู่โม่วถอนหายใจ
ถึงจะมีพรสวรรค์ในการฝึกฝน แต่ถ้าไม่มียานอแรดหยก เขาจะต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะโลหิตกับพลังอณูแห่งชีวิตอีกครึ่งปีกว่าจะเข้าสู่ระดับสูงได้
แต่นั่นก็ยังช้าเกินไป!
เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
ตั้งแต่กลับมาจากฐานฉางเฟิง ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ถึงความเร่งรีบในใจและคิดที่จะพัฒนาตัวเองให้เร็วที่สุดอยู่เสมอ
เขาไม่รู้ว่าความไม่สบายนี้มาจากไหนกันแน่
แต่ลึก ๆ ในหัวใจ ชายหนุ่มสัมผัสได้ว่ามันสำคัญเป็นอย่างมากและไม่กล้านิ่งนอนใจ
‘ไปหอการค้าหยกแก้วแล้วซื้อสมบัติมาช่วยบ่มเพาะโลหิตดีกว่า’
‘อีกอย่าง…’
‘ไปถามหมัวซานซานว่ายังมียานอแรดหยกอีกมั้ยดีกว่า ฉันจะได้ซื้อมาเพิ่ม!’
ฉู่โม่วตัดสินใจ
เขาอาบน้ำและมุ่งหน้าไปยังหอการค้าหยกแก้วทันที
โดยมีหินปฐมกาลจำนวนไม่น้อย และซากสัตว์อสูรมากมายติดตัวไปด้วย
แทนที่จะเก็บสะสมไว้ สู้เอาไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรในการฝึกดีกว่า!
ตลอดทาง
ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น เขาก็เดินทางมาถึงหอการค้าหยกแก้ว
“สวัสดีค่ะคุณฉู่โม่ว”
ทันทีที่เข้าไป พนักงานหญิงก็เข้ามาทักทายและรีบทำความเคารพทันที
ฉู่โม่วพยักหน้าเบา ๆ และเอ่ยถาม “คุณหนูหมัวซานซานว่างไหม?”
“ค่ะ ต้องการพบคุณหนูหมัวเหรอคะ? รอสักครู่นะคะ ดิฉันจะไปแจ้งให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”
เธอกล่าว
หลังจากที่ได้รับคำตอบจากฉู่โม่ว เธอก็กลับหลังหันและขึ้นไปชั้นบน
หลังจากผ่านไปสักพัก พนักงานสาวก็กลับลงมา “คุณฉู่โม่ว คุณหนูหมัวเชิญขึ้นไปด้านบนค่ะ”
“ขอบใจมาก”
ชายหนุ่มพยักหน้าและเดินขึ้นไป
บนชั้นสอง ฉู่โม่วเห็นหมัวซานซานอ่านหนังสืออยู่
เธอสวมชุดยาวสีแดงน้ำเงิน ตัดกับผิวขาวนวลยิ่งกว่าหิมะที่ดึงดูดตาเหลือเกิน
“คุณฉู่โม่ว มาหาฉันมีอะไรเหรอ?”
หมัวซานซานต้มน้ำชาให้กับฉู่โม่วและเอ่ยถาม
เธอสัมผัสได้ว่าพละกำลังของฉู่โม่วเพิ่มขึ้นมาก แต่เพราะเห็นอะไรแบบนี้จากฉู่โม่วมาหลายครั้งแล้วจึงไม่ได้ประหลาดใจนัก
“ผมมาซื้อยานอแรดหยกไปบ่มเพาะโลหิตกับพลังอณูแห่งชีวิตเพิ่มน่ะ คุณยังพอมีอยู่บ้างไหม?”
ฉู่โม่วกล่าว
“ยานอแรดหยกที่ฉันให้ไปเป็นชุดสุดท้ายแล้ว ตอนนี้หมดแล้วละ” หมัวซานซานส่ายหน้า
ทันทีที่เธอพูดจบ ฉู่โม่วก็แสดงสีหน้าผิดหวังทันที
แต่ในตอนนั้นเอง
เขาก็ได้ยินหมัวซานซานกล่าว “แต่คุณมาได้ทันเวลาพอดี ถึงยานอแรดหยกจะหมดแล้ว หอการค้าหยกแก้วก็พึ่งจะได้ยาบ่มเพาะโลหิตมาจากฐานอื่น ๆ ตอนแรกฉันจะใส่มันไว้ในรายการประมูลในอีกสิบวัน แต่ถ้าคุณอยากได้ก็มีราคาพิเศษให้นะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น คนฟังก็ตาลุกวาวทันที
เป็นไปตามชื่อ… ยาบ่มเพาะโลหิตช่วยส่งเสริมการบ่มเพาะโลหิตและพลังอณูแห่งชีวิต
แม้ว่าผลลัพธ์จะเทียบไม่ได้กับยานอแรดหยกทั้งสิบขวด ทว่ามันก็เร่งการบ่มเพาะได้ถึงสามเท่า และหากดูดซึมได้ดีก็อาจเพิ่มได้มากถึงห้าเท่าเลยทีเดียว
เป็นสมบัติหายากสำหรับการบ่มเพาะโลหิต!
ถึงพระอาทิตย์จะตก แต่เช้าวันใหม่ก็ย่อมมาถึง!
ฉู่โม่วตัดสินใจซื้อโดยไม่ลังเล
ยาบ่มเพาะโลหิตสามขวด กินได้ทั้งหมดสามสิบครั้ง
แม้ว่าเขาจะเป็นพันธมิตรและได้ราคาลดยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ฉู่โม่วก็ยังต้องจ่ายเกือบหนึ่งร้อยหินปฐมกาล
เป็นราคาที่สูงไม่น้อยเลย!
แต่ชายหนุ่มก็ไม่เสียดายและรู้สึกพึงพอใจเสียด้วยซ้ำ
ยาบ่มเพาะโลหิตสามขวดก็เพียงพอที่จะพาเขาไปถึงเป้าหมายแล้ว!
หลังจากที่ซื้อเสร็จ
ฉู่โม่วก็เตรียมตัวกลับบ้าน
แต่ตอนที่เขากำลังจะจากไปก็ได้ยินหมัวซานซานพูดขึ้น “คุณฉู่โม่ว มีเขตแดนลับอยู่น่ะ นายอยากไปไหม?”